โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

แม่เลี้ยงใช้ไม้ฟาดหัวลูกเลี้ยง 9 ขวบแตก-มือบวม วิ่งหนีเตลิดขอชาวบ้านช่วย

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวเวิร์คพอยท์

(9 ส.ค. 69) จากกรณีโลกโซเชียลมีการแชร์ภาพเด็กชายวัย 9 ขวบ ถูกแม่เลี้ยงทำร้าย ใช้ไม้ฟาดเข้าที่ศีรษะจนเป็นแผลแตก แขนหัก มือบวม เลือดไหลนองร่าง โดยเด็กชายดังกล่าวได้วิ่งมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ก่อนจะโทรกู้ภัยช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ โดยชาวบ้านยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาทำการช่วยเหลือเด็ก เพราะหวั่นเกิดเหตุซ้ำรอย เพราะแม่เลี้ยงรายนี้ชอบตีลูกเลี้ยงเป็นประจำ แถมพ่อแท้ๆ ก็ไม่ช่วยห้ามปราม เหตุเกิดที่ห้องแถว ย่านหมู่บ้านโป่งสะเก็ด ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ โดยเดินทางไปบ้านหลังหนึ่ง ริมถนนสายโป่งสะเก็ด - ห้วยปราบ ม.5 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และได้พูดคุยกับ ลุงท่านหนึ่ง อายุ 67 ปี เป็นชาวบ้านคนแรกที่เข้าไปช่วยเหลือเด็กชายรายนี้ ทราบชื่อคือ เด็กชายเอ (นามสมมติ) อายุ 9 ขวบ

ลุง เล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 10.00 - 11.00 น. ของวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา เด็กชายเอ วิ่งทะลุออกมาจากทางด้านหลังบ้านของตน โดยมีแผลแตกยาวประมาณ 1 นิ้ว มือขวาบวม และแขนขวามีลักษณะเหมือนกับกระดูกหัก เลือดไหลนองร่าง และส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด แถมในมือของเด็กถือกางเกงคล้ายเลอะคราบอุจจาระถืออยู่ในมือตลอดเวลา นาทีแรกที่ลุงบัวเห็นเด็ก ก็รีบถามว่าไปโดนอะไรมา ซึ่งเด็กชายเอ บอกว่า ถูกแม่ตี (แม่เลี้ยง) พร้อมทั้งยังบอกว่าให้ลุงช่วยพาหนี เพราะกลัวแม่มาตีซ้ำ ส่วนที่ถูกแม่ตี เด็กชายเอ อ้างว่าถูกแม่ตีเพราะอึราดใส่กางเกง แต่พอจะนำกางเกงไปซัก ก็ถูกแม่เลี้ยงสั่งห้ามไม่ให้ซัก โดยบอกว่า "เปลืองน้ำ" แถมยังถูกแม่เลี้ยงใช้ไม้กระหน่ำฟาดเข้าที่แขนและที่ศีรษะจนศีรษะแตก น้องคงทนความเจ็บปวดไม่ไหว วิ่งหนีตายจากห้องแถว ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านลุงบัว ห่างไปประมาณ 100 เมตร และบ้านหลังดังกล่าวอยู่ในเขตพื้นที่หมู่ที่ 3 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

พอหลังจากลุงบัวช่วยปลอบ เด็กชายเอ เริ่มผ่อนคลาย แต่ในตอนนั้น เด็กชายเอยังมีอาการร้องไห้ตกใจกลัวและเกิดความระแวงเหลียวหันไปมองด้านหลังตลอดเวลา ลุงบัวเห็นท่าไม่ดี จึงรีบพาเด็กชายเอ เดินเข้าไปท้ายซอยเพื่อให้ชาวบ้านช่วยกันทำแผล และแจ้งกู้ภัยมารับเพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาล

ในระหว่างที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไป ปรากฏว่ามีชาวบ้านจำนวนมากเข้ามาให้ข้อมูล พร้อมทั้งเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รีบเข้ามาแก้ไขและช่วยเหลือเรื่องนี้อย่างจริงจัง เนื่องจากพ่อแท้ๆ มีลูกกับเมียเก่าทั้งหมด 3 คน (เป็นผู้ชายทั้งหมด คนโต 12 ปี คนกลาง 9 ปี คนเล็ก 7 ปี) แต่พอหลังจากแยกทางกับแม่แท้ๆ ของเด็กไปเมื่อประมาณ 5-6 ปี จากนั้นเด็กๆ ก็มาอยู่กับพ่อ โดยพ่อก็มีเมียใหม่ ซึ่งที่ผ่านมา เด็กชายเอ ไม่ใช่รายแรกที่ถูกแม่เลี้ยงทำร้าย ก่อนหน้านี้พี่ชายคนโตอายุ 12 ปี พี่แท้ๆ ของเด็กชายเอ ก็เคยถูกแม่เลี้ยงข่มขู่ ดุด่า จนพี่ชายคนโตทนไม่ได้ต้องแอบมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน และแอบโทรไปหาแม่แท้ๆ ที่อยู่กรุงเทพฯ ให้มารับตัวไปอยู่ด้วย พอทราบข่าวก็มารับตัวพี่ชายคนโตไปอยู่ด้วยทันที โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา จนกระทั่งมาเกิดเหตุซ้ำอีก เมื่อเด็กชายเอ ถูกแม่เลี้ยงตีจนต้องวิ่งหนีตายมาขอความช่วยเหลือกับชาวบ้าน จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาช่วยเหลือเด็กๆ ทุกคน

ด้าน ผู้เป็นแม่แท้ๆ ของเด็กชายเอ อายุ 9 ขวบ ซึ่งปัจจุบันยังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ โดยมีทีมแพทย์ได้ทำการช่วยเหลือทำการรักษาในเบื้องต้น พบว่ามีบาดแผลเกิดจากของแข็งเข้าที่บริเวณศีรษะด้านซ้ายจนเป็นแผลแตก ต้องเย็บประมาณ 5 เข็ม แขนและมือด้านขวาน่าจะเกิดจากการพยายามยกแขนปกป้องตัวเองจากการถูกแม่เลี้ยงตี จนแขนขวามีอาการปวดอย่างรุนแรง ต้องใช้อุปกรณ์ดามแขนไว้ตลอดเวลา (แขนไม่หัก) และมือขวาเกิดอาการปูดบวม เล็บนิ้วหลุด และเด็กยังมีอาการหวาดระแวง โดยเฉพาะทุกครั้งที่แม่แท้ๆ รับโทรศัพท์ เด็กชายเอจะมีอาการร้องไห้ตลอดเวลา

แม่ เล่าว่า หลังจากที่ชาวบ้านแจ้งข้อมูลไปหาตน พอเห็นสภาพลูกชายถึงกับร้องไห้ตั้งแต่ออกจากกรุงเทพฯ จนมาถึงโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ โดยยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับแม่เลี้ยงรายนี้ให้ถึงที่สุด เพราะถือว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุ ที่ผ่านมา ยอมรับว่าลูกชายพยายามติดต่อตนเองมาโดยตลอด แต่พอพ่อแท้ๆ จับได้ ก็จะถูกผู้เป็นพ่อบล็อกทุกช่องทางเพื่อไม่ให้ลูกติดต่อกับตน จนบางครั้งลูกก็จะไปยืมโทรศัพท์เพื่อนเพื่อติดต่อหาแม่ ยืนยันว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะดำเนินคดีกับแม่เลี้ยงรายนี้ให้ถึงที่สุด โดยมีการแจ้งความไว้แล้วที่ สภ.บางละมุง

ส่วนอนาคต จะหาวิธีนำลูกทั้ง 3 คนไปเลี้ยงดู พร้อมจะหาวิธีพึ่งกฎหมายเพื่อตกลงกับพ่อแท้ๆ ในการตกลงค่าเลี้ยงดูบุตรของลูกๆ ในอนาคต ซึ่งเบื้องต้นยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกับอดีตสามีรายนี้ แต่เหมือนมีท่าทีขอเจรจาไม่ให้แม่แท้ๆ แจ้งความเอาผิดแม่เลี้ยง โดยใช้เหตุผลว่าหลังจากนี้จะเลิกราและแยกทางกับแม่เลี้ยง เพื่อรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะที่ด้านแม่เลี้ยง ทราบชื่อคือ นางสาวจอย (นามสมมติ) อายุ 35 ปี โดยหลังเกิดเหตุมีตำรวจสายตรวจประจำป้อมยามโป่งสะเก็ด (สภ.บางละมุง), ผู้ใหญ่บ้าน, และ จนท.อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ได้ลงพื้นที่ไปยังห้องแถวที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของเด็กชายเอ และได้พบกับพ่อแท้ๆ ร่วมถึงตัวแม่เลี้ยงที่ก่อเหตุ โดยแม่เลี้ยงอยู่ในอาการเคร่งเครียดไม่พูดไม่จา และบอกเพียงว่า "ไม่มีเจตนาจะทำร้ายเด็ก เพียงแค่ปัดแกว่งไม้ไปมา จนไปโดนหัวลูกเลี้ยง จนศีรษะแตก ส่วนกรณีที่มีปัญหากันกับลูกเลี้ยง เพราะลูกเลี้ยงอึราดกางเกง แล้วไม่ยอมล้าง"

เบื้องต้น ร.ต.อ.วัชพล เสนีวงศ์ ณ อยุธยา รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางละมุง ได้รับแจ้งความจากผู้เป็นแม่แท้ๆ ของเด็กชายเอไว้แล้ว โดยอยู่ในระหว่างขั้นตอนรอใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาล และหากเด็กมีอาการดีขึ้น ก็จะมีการดำเนินการสอบปากคำต่อหน้าอัยการ, สหวิชาชีพ, และนักจิตวิทยา จากนั้นก็จะรวบรวมพยานหลักฐาน ออกหมายเรียกแม่เลี้ยงรับทราบข้อกล่าวหา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...