แม่เลี้ยงใช้ไม้ฟาดหัวลูกเลี้ยง 9 ขวบแตก-มือบวม วิ่งหนีเตลิดขอชาวบ้านช่วย
(9 ส.ค. 69) จากกรณีโลกโซเชียลมีการแชร์ภาพเด็กชายวัย 9 ขวบ ถูกแม่เลี้ยงทำร้าย ใช้ไม้ฟาดเข้าที่ศีรษะจนเป็นแผลแตก แขนหัก มือบวม เลือดไหลนองร่าง โดยเด็กชายดังกล่าวได้วิ่งมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ก่อนจะโทรกู้ภัยช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ โดยชาวบ้านยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาทำการช่วยเหลือเด็ก เพราะหวั่นเกิดเหตุซ้ำรอย เพราะแม่เลี้ยงรายนี้ชอบตีลูกเลี้ยงเป็นประจำ แถมพ่อแท้ๆ ก็ไม่ช่วยห้ามปราม เหตุเกิดที่ห้องแถว ย่านหมู่บ้านโป่งสะเก็ด ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ โดยเดินทางไปบ้านหลังหนึ่ง ริมถนนสายโป่งสะเก็ด - ห้วยปราบ ม.5 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และได้พูดคุยกับ ลุงท่านหนึ่ง อายุ 67 ปี เป็นชาวบ้านคนแรกที่เข้าไปช่วยเหลือเด็กชายรายนี้ ทราบชื่อคือ เด็กชายเอ (นามสมมติ) อายุ 9 ขวบ
ลุง เล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 10.00 - 11.00 น. ของวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา เด็กชายเอ วิ่งทะลุออกมาจากทางด้านหลังบ้านของตน โดยมีแผลแตกยาวประมาณ 1 นิ้ว มือขวาบวม และแขนขวามีลักษณะเหมือนกับกระดูกหัก เลือดไหลนองร่าง และส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด แถมในมือของเด็กถือกางเกงคล้ายเลอะคราบอุจจาระถืออยู่ในมือตลอดเวลา นาทีแรกที่ลุงบัวเห็นเด็ก ก็รีบถามว่าไปโดนอะไรมา ซึ่งเด็กชายเอ บอกว่า ถูกแม่ตี (แม่เลี้ยง) พร้อมทั้งยังบอกว่าให้ลุงช่วยพาหนี เพราะกลัวแม่มาตีซ้ำ ส่วนที่ถูกแม่ตี เด็กชายเอ อ้างว่าถูกแม่ตีเพราะอึราดใส่กางเกง แต่พอจะนำกางเกงไปซัก ก็ถูกแม่เลี้ยงสั่งห้ามไม่ให้ซัก โดยบอกว่า "เปลืองน้ำ" แถมยังถูกแม่เลี้ยงใช้ไม้กระหน่ำฟาดเข้าที่แขนและที่ศีรษะจนศีรษะแตก น้องคงทนความเจ็บปวดไม่ไหว วิ่งหนีตายจากห้องแถว ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านลุงบัว ห่างไปประมาณ 100 เมตร และบ้านหลังดังกล่าวอยู่ในเขตพื้นที่หมู่ที่ 3 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
พอหลังจากลุงบัวช่วยปลอบ เด็กชายเอ เริ่มผ่อนคลาย แต่ในตอนนั้น เด็กชายเอยังมีอาการร้องไห้ตกใจกลัวและเกิดความระแวงเหลียวหันไปมองด้านหลังตลอดเวลา ลุงบัวเห็นท่าไม่ดี จึงรีบพาเด็กชายเอ เดินเข้าไปท้ายซอยเพื่อให้ชาวบ้านช่วยกันทำแผล และแจ้งกู้ภัยมารับเพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาล
ในระหว่างที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไป ปรากฏว่ามีชาวบ้านจำนวนมากเข้ามาให้ข้อมูล พร้อมทั้งเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รีบเข้ามาแก้ไขและช่วยเหลือเรื่องนี้อย่างจริงจัง เนื่องจากพ่อแท้ๆ มีลูกกับเมียเก่าทั้งหมด 3 คน (เป็นผู้ชายทั้งหมด คนโต 12 ปี คนกลาง 9 ปี คนเล็ก 7 ปี) แต่พอหลังจากแยกทางกับแม่แท้ๆ ของเด็กไปเมื่อประมาณ 5-6 ปี จากนั้นเด็กๆ ก็มาอยู่กับพ่อ โดยพ่อก็มีเมียใหม่ ซึ่งที่ผ่านมา เด็กชายเอ ไม่ใช่รายแรกที่ถูกแม่เลี้ยงทำร้าย ก่อนหน้านี้พี่ชายคนโตอายุ 12 ปี พี่แท้ๆ ของเด็กชายเอ ก็เคยถูกแม่เลี้ยงข่มขู่ ดุด่า จนพี่ชายคนโตทนไม่ได้ต้องแอบมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน และแอบโทรไปหาแม่แท้ๆ ที่อยู่กรุงเทพฯ ให้มารับตัวไปอยู่ด้วย พอทราบข่าวก็มารับตัวพี่ชายคนโตไปอยู่ด้วยทันที โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา จนกระทั่งมาเกิดเหตุซ้ำอีก เมื่อเด็กชายเอ ถูกแม่เลี้ยงตีจนต้องวิ่งหนีตายมาขอความช่วยเหลือกับชาวบ้าน จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาช่วยเหลือเด็กๆ ทุกคน
ด้าน ผู้เป็นแม่แท้ๆ ของเด็กชายเอ อายุ 9 ขวบ ซึ่งปัจจุบันยังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ โดยมีทีมแพทย์ได้ทำการช่วยเหลือทำการรักษาในเบื้องต้น พบว่ามีบาดแผลเกิดจากของแข็งเข้าที่บริเวณศีรษะด้านซ้ายจนเป็นแผลแตก ต้องเย็บประมาณ 5 เข็ม แขนและมือด้านขวาน่าจะเกิดจากการพยายามยกแขนปกป้องตัวเองจากการถูกแม่เลี้ยงตี จนแขนขวามีอาการปวดอย่างรุนแรง ต้องใช้อุปกรณ์ดามแขนไว้ตลอดเวลา (แขนไม่หัก) และมือขวาเกิดอาการปูดบวม เล็บนิ้วหลุด และเด็กยังมีอาการหวาดระแวง โดยเฉพาะทุกครั้งที่แม่แท้ๆ รับโทรศัพท์ เด็กชายเอจะมีอาการร้องไห้ตลอดเวลา
แม่ เล่าว่า หลังจากที่ชาวบ้านแจ้งข้อมูลไปหาตน พอเห็นสภาพลูกชายถึงกับร้องไห้ตั้งแต่ออกจากกรุงเทพฯ จนมาถึงโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ โดยยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับแม่เลี้ยงรายนี้ให้ถึงที่สุด เพราะถือว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุ ที่ผ่านมา ยอมรับว่าลูกชายพยายามติดต่อตนเองมาโดยตลอด แต่พอพ่อแท้ๆ จับได้ ก็จะถูกผู้เป็นพ่อบล็อกทุกช่องทางเพื่อไม่ให้ลูกติดต่อกับตน จนบางครั้งลูกก็จะไปยืมโทรศัพท์เพื่อนเพื่อติดต่อหาแม่ ยืนยันว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะดำเนินคดีกับแม่เลี้ยงรายนี้ให้ถึงที่สุด โดยมีการแจ้งความไว้แล้วที่ สภ.บางละมุง
ส่วนอนาคต จะหาวิธีนำลูกทั้ง 3 คนไปเลี้ยงดู พร้อมจะหาวิธีพึ่งกฎหมายเพื่อตกลงกับพ่อแท้ๆ ในการตกลงค่าเลี้ยงดูบุตรของลูกๆ ในอนาคต ซึ่งเบื้องต้นยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกับอดีตสามีรายนี้ แต่เหมือนมีท่าทีขอเจรจาไม่ให้แม่แท้ๆ แจ้งความเอาผิดแม่เลี้ยง โดยใช้เหตุผลว่าหลังจากนี้จะเลิกราและแยกทางกับแม่เลี้ยง เพื่อรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ขณะที่ด้านแม่เลี้ยง ทราบชื่อคือ นางสาวจอย (นามสมมติ) อายุ 35 ปี โดยหลังเกิดเหตุมีตำรวจสายตรวจประจำป้อมยามโป่งสะเก็ด (สภ.บางละมุง), ผู้ใหญ่บ้าน, และ จนท.อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ได้ลงพื้นที่ไปยังห้องแถวที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของเด็กชายเอ และได้พบกับพ่อแท้ๆ ร่วมถึงตัวแม่เลี้ยงที่ก่อเหตุ โดยแม่เลี้ยงอยู่ในอาการเคร่งเครียดไม่พูดไม่จา และบอกเพียงว่า "ไม่มีเจตนาจะทำร้ายเด็ก เพียงแค่ปัดแกว่งไม้ไปมา จนไปโดนหัวลูกเลี้ยง จนศีรษะแตก ส่วนกรณีที่มีปัญหากันกับลูกเลี้ยง เพราะลูกเลี้ยงอึราดกางเกง แล้วไม่ยอมล้าง"
เบื้องต้น ร.ต.อ.วัชพล เสนีวงศ์ ณ อยุธยา รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางละมุง ได้รับแจ้งความจากผู้เป็นแม่แท้ๆ ของเด็กชายเอไว้แล้ว โดยอยู่ในระหว่างขั้นตอนรอใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาล และหากเด็กมีอาการดีขึ้น ก็จะมีการดำเนินการสอบปากคำต่อหน้าอัยการ, สหวิชาชีพ, และนักจิตวิทยา จากนั้นก็จะรวบรวมพยานหลักฐาน ออกหมายเรียกแม่เลี้ยงรับทราบข้อกล่าวหา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป