โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

GEd Innovation Showcase ปี 1 พลิกเกมเกษตร ดันอ้อยทนเค็ม–มะเขือเทศทนร้อน–ข้าวหอมนุ่ม

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรมวิชาการเกษตร ร่วมกับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. จัดงาน “GEd Innovation Showcase 2026: ผลงานและความสำเร็จนวัตกรรมการปรับแต่งจีโนมพืช ปีที่ 1” ณ โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพมหานคร เพื่อเปิดเวทีนำเสนอความก้าวหน้างานวิจัยเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนมพืช พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา หน่วยงานวิจัย และภาคเอกชน เร่งผลักดันผลงานจากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้ประโยชน์ในภาคการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม

“Ged” พลิกเกมพันธุ์พืชไทย เพิ่มผลผลิต–รายได้

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ภาคการเกษตรไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การระบาดของโรคและศัตรูพืช ตลอดจนความผันผวนทางเศรษฐกิจ การนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ามายกระดับประสิทธิภาพการผลิต จึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหารและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทย

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร

หนึ่งในเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูงคือ Genome Editing หรือ GEd ซึ่งเป็นเครื่องมือปรับปรุงพันธุ์พืชสมัยใหม่ที่สามารถกำหนดเป้าหมายทางพันธุกรรมได้อย่างแม่นยำ ช่วยพัฒนาพืชให้มีคุณสมบัติเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและความต้องการของตลาด เช่น ทนแล้ง ทนเค็ม ทนร้อน ต้านทานโรคและแมลง ให้ผลผลิตและคุณภาพสูงขึ้น รวมถึงเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ

“กรมวิชาการเกษตรวางรากฐานการขับเคลื่อน Genome Editing ใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาระบบกำกับดูแลและการรับรองบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ความปลอดภัย และความโปร่งใส การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาพืชเศรษฐกิจเป้าหมาย และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป้าหมายคือทำให้ผลงานวิจัยไม่หยุดอยู่ในห้องปฏิบัติการ แต่สามารถนำไปใช้ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรได้จริง” นายรพีภัทร์กล่าว

เปิด 6 โครงการ GEd ปีแรก ปั้นพืชเศรษฐกิจรับโลกเดือด

สำหรับการดำเนินงานปีแรกได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สวก. ภายใต้แผนงานวิจัย “การขับเคลื่อนนวัตกรรมการปรับแต่งจีโนมพืชเพื่อความมั่นคงทางการเกษตรไทยในภาวะวิกฤต” ครอบคลุม 6 โครงการวิจัย ได้แก่ 1.พัฒนาการปรับปรุงพันธุ์พืชใหม่ด้วยเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและวิกฤตความมั่นคงทางอาหาร 2.ค้นหายีนที่เกี่ยวข้องกับลักษณะสำคัญในพืชเศรษฐกิจ และจุลินทรีย์ที่มีศักยภาพเชิงอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการปรับปรุงพันธุ์รูปแบบใหม่

3.พัฒนาศักยภาพการขอรับรองพืชปรับแต่งจีโนม ทั้งพันธุ์ที่พัฒนาขึ้นในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร 4. พัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและปรับปรุงความหอมในข้าวพันธุ์รับรองผลผลิตสูง ด้วยเทคโนโลยีการปรับแต่งพันธุกรรมอย่างจำเพาะ ระยะที่ 1 5.ประยุกต์เทคนิค CRISPR-Cas สร้างอ้อยพันธุ์ทนดินเค็ม และ 6.พัฒนามะเขือเทศทนสภาพอุณหภูมิสูงและมีความหวานพิเศษ ด้วยเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนมอย่างจำเพาะ ระยะที่ 1

การวิจัยบูรณาการนักวิจัยจากกรมวิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ครอบคลุมพืชเศรษฐกิจและพืชมูลค่าสูง ได้แก่ ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง มะเขือเทศ มะละกอ เห็ดแครง และเห็ดฟาง

จาก “ห้องแล็บ” สู่ตลาด เป้าหมาย GEd ครบวงจร

ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานในรูปแบบ Showcase Walk และ Poster Walk พร้อมนำเสนอความก้าวหน้าของโครงการวิจัยและแลกเปลี่ยนแนวทางการนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ โดยมีผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิจัย ภาคเอกชน สมาคมวิชาชีพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประมาณ 100 คน อย่างไรก็ตามกรมวิชาการเกษตรตั้งเป้าเร่งพัฒนาพืชเศรษฐกิจเป้าหมาย ควบคู่กับการยกระดับห้องปฏิบัติการ บุคลากร ระบบรับรอง และการสื่อสารสร้างความเข้าใจแก่สังคม ก่อนขยายผลสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยี การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และการส่งออก เพราะเป้าหมายใหญ่คือการสร้าง “ระบบนิเวศ Genome Editing” ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมการปรับปรุงพันธุ์พืชของภูมิภาคอาเซียน

สวก.ผนึกนักวิจัย–เอกชน ดันนวัตกรรมสู่เกษตรกร

นางสาวกุลวรา โชติพันธุ์โสภณ รองผู้อำนวยการ สวก. กล่าวว่า สวก. ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนงานวิจัยด้านการปรับแต่งจีโนมอย่างครบวงจร ตั้งแต่การสร้างองค์ความรู้พื้นฐาน การค้นหายีนเป้าหมาย การพัฒนาเทคโนโลยีและพันธุ์พืช ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อถ่ายทอดและใช้ประโยชน์จริงพร้อมสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรและเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกรมวิชาการเกษตร สถาบันการศึกษา หน่วยงานวิจัย และภาคเอกชน เพื่อผลักดันนวัตกรรมสู่ภาคการผลิต สร้างประโยชน์แก่เกษตรกร และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรไทยอย่างยั่งยืน

ญี่ปุ่นชี้ “มะเขือเทศ GEd” ตลาดตอบรับต่อเนื่อง

ขณะที่ Professor Dr. Hiroshi Ezura จาก University of Tsukuba ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยประสบการณ์การพัฒนาพืชปรับแต่งจีโนมในญี่ปุ่นว่า หลังจากนำมะเขือเทศปรับแต่งยีนออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรกในปี 2021 การตอบรับจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องปัจจัยสำคัญมาจากความเข้าใจของผู้บริโภคญี่ปุ่นที่มองว่าเทคโนโลยี GEd เป็นเครื่องมือปรับปรุงพันธุ์พืชสมัยใหม่ที่ต่อยอดจากแนวคิดการปรับปรุงพันธุ์แบบดั้งเดิม มากกว่าการมองว่าเป็น GMO จึงช่วยสร้างการยอมรับและทำให้ตลาดขยายตัว

นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังเดินหน้าพัฒนาพืชชนิดใหม่ โดยหนึ่งในงานวิจัยที่กำลังพัฒนาคือ “เมลอนอายุการเก็บรักษานานขึ้น” (Long Shelf-life) ซึ่งมีศักยภาพต่อระบบโลจิสติกส์ การลดความสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว และการส่งออกสินค้าเกษตรในอนาคต จึงทำให้ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการลงทุนวิจัยและพัฒนา GEd เพื่อรับมือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมองว่าเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการปรับปรุงพันธุ์พืชยุคใหม่ และมีบทบาทต่อการสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว

ไทยต้องเร่งสร้าง “ฐานข้อมูลยีน” ปูทาง GEd แม่นยำ

ด้าน นางนัยเนตร เจริญสันติ ทานากะ นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า เทคโนโลยี GEd เป็นเครื่องมือสำคัญที่ไทยต้องเร่งนำมาใช้เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของภาคเกษตร แต่โจทย์สำคัญที่ต้องเร่งลงทุนคือ การสร้างฐานข้อมูลทางพันธุกรรม หรือ Genomic Data ของพืชพันธุ์พื้นเมืองไทย

เนื่องจากการปรับแต่งยีนให้แม่นยำและให้ผลลัพธ์ที่ดี จำเป็นต้องมีข้อมูลพันธุกรรมที่ชัดเจน ขณะที่ข้อมูลของพืชไทยอาจมีความแตกต่างจากพันธุ์ในต่างประเทศ การลงทุนเก็บข้อมูลจริงจึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการเลือกตำแหน่งยีนที่จะปรับแต่ง และพัฒนาลักษณะที่ตอบโจทย์สภาพแวดล้อมและความต้องการของเกษตรกรไทย

ทิศทางดังกล่าวสะท้อนว่า การแข่งขัน GEd ไม่ได้อยู่เพียงที่เทคนิคการปรับแต่งยีน แต่รวมถึง “ข้อมูลพันธุกรรม–บุคลากร–ห้องแล็บ–ระบบกำกับดูแล–ตลาด” ได้สำเร็จ เทคโนโลยีนี้จะกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคเกษตรไทยท่ามกลางโลกที่กำลังเผชิญทั้งวิกฤตภูมิอากาศและความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหาร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...