โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จีนมีบทบาทสำคัญในการสร้างห่วงโซ่อุปทานโลกที่มั่นคง

China Media Group

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จีนมีบทบาทสำคัญในการสร้างห่วงโซ่อุปทานโลกที่มั่นคง

ขณะนี้ โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรอบศตวรรษ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามระดับภูมิภาคยังคงปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการขยายตัวของลัทธิเอกภาคีและลัทธิกีดกันทางการค้า ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระเบียบระหว่างประเทศ ในขณะเดียวกัน เศรษฐกิจโลกกำลังสูญเสียแรงขับเคลื่อน อีกทั้งยังมีความไม่แน่นอนและปัจจัยที่บั่นทอนเสถียรภาพ ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกเพิ่มมากขึ้น

ตามรายงานที่เผยแพร่โดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา คาดว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงจากร้อยละ 3.4 ในปี 2025 มาอยู่ที่ร้อยละ 2.8 ในปี 2026 ขณะที่ผลการศึกษาจากฟอรั่มเศรษฐกิจโลกระบุว่า การปะทะด้วยกำลังอาวุธระหว่างรัฐ การเผชิญหน้ากันทางภูมิรัฐศาสตร์ และสภาพอากาศสุดขั้ว เป็นความเสี่ยงที่สำคัญที่สุด 3 ประการของโลกในปัจจุบัน

ยิ่งสถานการณ์โลกมีความผันผวนมากเท่าใด ความจำเป็นในการร่วมมือกันก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งกว่ายุคสมัยใดที่ผ่านมา นานาประเทศจำเป็นต้องเสริมสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และความร่วมมือ ก้าวข้ามความขัดแย้งด้วยการเปิดกว้างและการมีส่วนร่วม พร้อมทั้งมองอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ประชาคมโลกควรผนึกกำลังเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับวิกฤตและสร้างเสถียรภาพให้กับห่วงโซ่อุปทานโลก โดยเลือกที่จะ "จับมือกัน" แทนที่จะ "ปล่อยมือ" และเลือกที่จะ "ขยาย" ห่วงโซ่อุปทาน แทนที่จะ "ตัดขาด" จากกัน

จีนมีบทบาทสำคัญและมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานโลกมาโดยตลอด จีนได้ดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานโลกที่มีความมั่นคง มีประสิทธิภาพ ครอบคลุม และเอื้อประโยชน์แก่กัน

ในด้านหนึ่ง จีนได้ส่งเสริมการเปิดกว้างและความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทานอย่างแข็งขัน โดยยึดมั่นในหลักการแห่งการเปิดกว้างและการมีส่วนร่วม พร้อมทั้งแบ่งปันโอกาสในการพัฒนาที่ตนสร้างขึ้นให้แก่ทั่วโลก

งานมหกรรมห่วงโซ่อุปทานนานาชาติจีน ในฐานะงานนิทรรศการระดับชาติที่มุ่งเน้นเรื่องห่วงโซ่อุปทานงานแรกของโลก ได้ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำมาตั้งแต่เริ่มจัดงานในปี 2023 งานนี้ช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างวิสาหกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดย่อม อีกทั้งยังสนับสนุนการประสานงานระหว่างภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย และผู้ใช้งานปลายทาง ตลอดจนส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างบริษัทจีนและบริษัทต่างชาติ ปัจจุบัน งานดังกล่าวได้กลายเป็นเวทีการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญและเป็นสินค้าสาธารณะระดับโลกที่ประชาคมระหว่างประเทศได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน

ในการจัดงานมหกรรมห่วงโซ่อุปทานนานาชาติจีน ครั้งที่ 4 จำนวนองค์กรที่เข้าร่วมงานเพิ่มขึ้นจาก 515 รายในการจัดงานครั้งแรกมาเป็น 676 ราย ทั้งจำนวนประเทศที่เข้าร่วมและสัดส่วนของผู้จัดแสดงสินค้าจากต่างประเทศ ต่างมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่จำนวนคณะผู้แทนจากต่างประเทศที่มาเยี่ยมชมงาน ก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ช่องทางความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานในระดับนานาชาติ ยังได้รับการขยายขอบเขตให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ส่งผลให้บทบาทในระดับโลกของงานนี้ มีความแข็งแกร่งขึ้นอย่างมั่นคง

อีกด้านหนึ่ง จีนยังคงเดินหน้าเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันหลักของภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจัดหาสินค้าและบริการที่มีคุณภาพสูงให้แก่ตลาดโลก

จีนกำลังใช้ประโยชน์จากจุดแข็งทางเทคโนโลยีในด้านต่างๆ เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศยุคใหม่ พลังงานใหม่ และการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเร่งก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับโลก อีกทั้งยังเดินหน้ายกระดับความร่วมมือทางอุตสาหกรรมกับนานาประเทศ ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งคุณภาพและประสิทธิภาพให้กับห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

ภายในปี 2025 มูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมหลักในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของจีนได้เพิ่มขึ้นจนคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 10.5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในขณะเดียวกัน การวิจัยและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในสาขาต่างๆ ของจีน เช่น ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีควอนตัม ก็จัดอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก ซึ่งช่วยสร้างแรงขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องให้แก่การเติบโตของเศรษฐกิจโลก

รายงานดัชนีความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ที่เผยแพร่ในงานมหกรรมห่วงโซ่อุปทานนานาชาติจีนครั้งที่ 4 ระบุว่า สภาพแวดล้อมการดำเนินงานโดยรวมของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกมีความเสถียรมากขึ้น โดยปัจจัยเชิงบวกยังคงมีบทบาทเด่น

แม้จะมีความท้าทายเพิ่มมากขึ้น แต่การเปิดกว้างและความร่วมมือยังคงเป็นแนวโน้มสำคัญของยุคสมัย อีกทั้งการอำนวยประโยชน์แก่กันและได้ชัยชนะร่วมกัน ก็ยังคงเป็นกระแสหลัก ประเทศต่างๆ ควรผนึกกำลังกัน เพื่อรักษาเสถียรภาพและการดำเนินงานที่ราบรื่นของห่วงโซ่อุปทานโลก พร้อมทั้งเดินหน้ากระชับความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...