โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส.ก. จี้ฝ่ายบริหารแก้ปัญหาไฟไหม้ซ้ำซาก ‘ชัชชาติ’ แจงข้อจำกัดกฎหมาย เล็งงัดมาตรการสุ่มตรวจเข้มสถานประกอบการ

THE STANDARD

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ส.ก. จี้ฝ่ายบริหารแก้ปัญหาไฟไหม้ซ้ำซาก ‘ชัชชาติ’ แจงข้อจำกัดกฎหมาย เล็งงัดมาตรการสุ่มตรวจเข้มสถานประกอบการ

วานนี้ (22 กรกฎาคม) ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 1) โดยมี ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม ได้มีการพิจารณาญัตติสำคัญเกี่ยวกับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารและสถานประกอบการ เพื่อป้องกันอัคคีภัยและรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ญัตติดังกล่าวเสนอโดย วิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก. เขตบางรัก และ ณพวิทย์ วงศ์อารีย์ ส.ก. เขตหลักสี่ ซึ่งประธานสภาฯ ได้ให้พิจารณาควบรวมในคราวเดียวกันเนื่องจากมีเนื้อหาที่สอดคล้องกัน

ในการอภิปราย วิพุธ ได้ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารของกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนกฎหมาย แต่อยู่ที่ความหย่อนยานในการบังคับใช้ โดยเฉพาะการใช้อาคารผิดประเภทและทางหนีไฟที่ไม่ได้มาตรฐาน พร้อมเสนอให้ยกระดับการตรวจสอบเชิงรุกและพัฒนาฐานข้อมูลกลาง

ด้าน ณพวิทย์ ได้กล่าวไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิต 34 รายจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐและฝ่ายบริหารที่ปล่อยให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย โดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาการเลี่ยงกฎหมายโซนนิ่ง ที่ผู้ประกอบการมักจดทะเบียนเป็นร้านอาหารแต่เปิดให้บริการในลักษณะสถานบริการ พร้อมตั้งคำถามถึงความเข้มงวดในการตรวจสอบตลอด 4 ปีที่ผ่านมาของฝ่ายบริหาร

นอกจากนี้ สมาชิกสภากรุงเทพมหานครท่านอื่น ๆ ได้ร่วมเสนอแนะมาตรการเพิ่มเติมอย่างกว้างขวาง อาทิ:

  • สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา (เขตลาดกระบัง): เสนอให้เพิ่มการตรวจสอบมลพิษทางเสียงจากสถานประกอบการที่กระทบต่อชุมชน
  • กิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ (เขตทุ่งครุ): เสนอมาตรการสุ่มตรวจโดยไม่แจ้งล่วงหน้า และการติดสติกเกอร์แยกประเภทสถานประกอบการให้ชัดเจน
  • ภัคญดา อำนวยเดชกร (เขตวัฒนา): เสนอให้ยุบรวมการขออนุญาตเป็นรูปแบบ One-Stop Service เพื่อลดความซ้ำซ้อน
  • ส.ก. เขตอื่น ๆ (พระนคร, สายไหม, สาทร, มีนบุรี): เน้นย้ำถึงการกวดขันอาคารเก่า อาคารสูง และความพร้อมของอุปกรณ์ฉุกเฉินในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ถนนข้าวสาร

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า ปัจจุบันสถานประกอบการส่วนใหญ่ตั้งอยู่นอกเขตโซนนิ่งสถานบริการ จึงเลี่ยงไปขอใบอนุญาตร้านอาหารพ่วงการแสดงดนตรีและจำหน่ายสุรา ทำให้กรุงเทพมหานครต้องใช้ พ.ร.บ.การสาธารณสุข ในการตรวจสอบ ซึ่งมีเกณฑ์ที่ไม่ได้เข้มงวดเท่ากับกฎหมายสถานบริการโดยตรง

สำหรับความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ชัชชาติระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ต้นเพลิงเกิดจากการปะทุบริเวณสายไฟเหนือฝ้าเพดาน ซึ่งมีการฉีดโฟมโพลียูรีเทน (PU Foam) ซ่อนอยู่ด้านหลังแผ่นยิปซัมทนไฟ ทำให้ยากต่อการมองเห็นและตรวจสอบจากภายนอก

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวย้ำว่า ฝ่ายบริหารเตรียมปรับมาตรการตรวจสอบให้เข้มข้นขึ้น โดยจะนำมาตรฐานของสถานบริการมาปรับใช้กับร้านอาหารที่มีความเสี่ยง รวมถึงจะเพิ่มรอบการสุ่มตรวจโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ให้มากขึ้น ควบคู่ไปกับการตรวจตามวงรอบที่ต้องแจ้งล่วงหน้าเพื่อให้ผู้ประกอบการเตรียมเอกสารรับรองทางวิศวกรรม หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด ไปจนถึงการเพิกถอนใบอนุญาต

ขณะที่ พรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเสริมว่า กทม. จะทลายการทำงานแบบไซโล เพื่อบูรณาการข้อมูลร่วมกันทุกหน่วยงาน พร้อมจัดทำคู่มือและจัดการอบรมให้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง

ในท้ายที่สุด ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครมีมติเห็นชอบญัตติทั้ง 2 เรื่องอย่างเป็นเอกฉันท์ และได้ส่งมอบให้ฝ่ายบริหารรับไปดำเนินการแก้ไขปัญหาเชิงรุกต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...