โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ดร.แก้ว สู้ไม่ถอย! ร้อง ป.ป.ช. สอบเส้นทางการเงินเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า โต้ข่าวลือพ้นเก้าอี้กรรมาธิการ พร้อมส่งทนายฟ้องสื่อบิดเบือน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ผู้สื่อข่าวนครบาล
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับเงินจำนวน 500,000 บาท ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าเกี่ยวข้องกับการได้สิทธิเข้าเรียนหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.) รุ่นที่ 30 ของสถาบันพระปกเกล้า ระหว่าง ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ ดร.แก้ว ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร กับ นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับเงินจำนวน 500,000 บาท ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าเกี่ยวข้องกับการได้สิทธิเข้าเรียนหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.) รุ่นที่ 30 ของสถาบันพระปกเกล้า ระหว่าง ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ ดร.แก้ว ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร กับ นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ก่อนหน้านี้ ดร.แก้ว ได้เข้าร้องเรียนต่อ นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เพื่อขอความเป็นธรรม โดยระบุว่าได้ส่งมอบเงินผ่านตัวแทนซึ่งเป็นตำรวจยศร้อยเอก แต่ท้ายที่สุดไม่มีรายชื่อเข้าเรียนและไม่ได้รับเงินคืน ก่อนเข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงไว้ที่สถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์

ล่าสุด ดร.แก้ว ออกมาชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับสถานะการดำรงตำแหน่ง โดยยืนยันว่าข่าวที่ระบุว่าตนถูกปลดออกจากตำแหน่ง หรือขาดคุณสมบัติจากกรณีเป็นบุคคลล้มละลายนั้นไม่เป็นความจริง พร้อมระบุว่าตนไม่เคยต้องคำพิพากษาจำคุก และไม่ได้ถูกปลดจากตำแหน่งแต่อย่างใด

ดร.แก้ว ระบุว่า การหยุดปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมาธิการตำรวจเป็นการตัดสินใจของตนเอง เพื่อแสดงความรับผิดชอบและความบริสุทธิ์ใจในระหว่างที่ข้อพิพาทยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ พร้อมตั้งข้อสังเกตไปยังหน่วยงานต้นสังกัดของคู่กรณีว่า เหตุใดจึงยังไม่มีคำสั่งให้คู่กรณีหยุดปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงในลักษณะเดียวกัน

สำหรับแนวทางดำเนินการหลังจากนี้ ดร.แก้ว เปิดเผยว่า เตรียมเดินทางไปสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม 2569 เพื่อยื่นเรื่องขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินของคู่กรณีซึ่งเป็นข้าราชการระดับสูง รวมถึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียกคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเข้าให้ข้อมูลและชี้แจงข้อเท็จจริง

ขณะเดียวกัน ดร.แก้ว ได้รับหนังสือเชิญจากคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ให้เข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อเท็จจริงและรายละเอียดการแจ้งความดำเนินคดี โดยมีกำหนดเข้าชี้แจงในวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2569

ส่วนกรณีการพิจารณาของคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎรนั้น มีรายงานว่าที่ประชุมมีมติไม่รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา เนื่องจากเห็นว่าข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอประกอบการพิจารณา อีกทั้งคู่กรณีเคยมีการพูดคุยและถอนแจ้งความกันไปก่อนหน้านี้

ด้าน นายเอกพนธ์ เมฆาสวัสดิ์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก ดร.แก้ว ได้ออกหนังสือถึงบรรณาธิการและสำนักข่าวต่าง ๆ เพื่อขอให้ระมัดระวังการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยระบุว่าหากมีการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือมีเนื้อหาในลักษณะชี้นำจนทำให้เกิดความเสียหาย จะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญา

ทนายความระบุเพิ่มเติมว่า ข้อพิพาทดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวที่สามารถยอมความได้ และคู่กรณีได้ดำเนินการยุติข้อพิพาทในส่วนที่เกี่ยวข้องไปแล้ว พร้อมเรียกร้องให้สื่อมวลชนนำเสนอข้อมูลอย่างถูกต้องและรอบด้าน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือสร้างความเสียหายแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ทั้งนี้ ประเด็นข้อพิพาทและข้อกล่าวหาต่าง ๆ ยังคงเป็นข้อมูลจากคู่กรณีแต่ละฝ่าย ขณะที่การตรวจสอบข้อเท็จจริงและกระบวนการตามกฎหมายยังคงต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...