โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน ในอ่าวโอมาน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 56 นาทีที่แล้ว

กองทัพสหรัฐฯ เผยแพร่คลิปวิดีโอใหม่ล่าสุด ซึ่งระบุว่าเป็นภาพเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านถูกโจมตีด้วยปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในอ่าวโอมาน โดยภาพวิดีโอที่โพสต์ลงแพลตฟอร์ม X โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซนต์คอม แสดงให้เห็นควันพวยพุ่งจากเรือ เอ็ม/ที ไคโล ( M/T Kylo) ซึ่งอยู่ในสภาพตะแคงข้างอยู่กลางทะเล

การโจมตีเรือ เอ็ม/ที ไคโล เป็นหนึ่งในสามเหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์นอกชายฝั่งเกาะคาร์ก ใกล้กับศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันสำคัญของอิหร่าน เพื่อตอบโต้ที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน ยิงขีปนาวุธโจมตีเรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ สองลำ

นอกจากนี้ กองทัพสหรัฐฯ ปิดการทำงานของระบบติดตามโฆษณา (Ad Trackers) บนอุปกรณ์สื่อสารและคอมพิวเตอร์ เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้าม ใช้ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งเชิงพาณิชย์ (Location Data) ที่ซื้อมาจากโบรกเกอร์ข้อมูล มาแกะรอยและโจมตีทหารอเมริกันในตะวันออกกลาง

การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งจากโทรศัพท์มือถือ ถูกนำมาใช้ระบุเป้าหมายกองทัพสหรัฐฯ รวมถึงความกังวลว่า คลิปวิดีโอที่ทหารโพสต์ลงสื่อออนไลน์อาจช่วยให้อิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯได้

สำหรับ Ad Trackers คือ เครื่องมือทางดิจิทัล เช่น โค้ดชิ้นเล็กๆ สคริปต์ หรือ ตัวระบุเอกลักษณ์ เช่น Mobile Advertising ID หรือ MAID ที่ถูกฝังไว้ในเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรืออุปกรณ์สื่อสาร เพื่อคอยเก็บพฤติกรรมการใช้งานและความสนใจของผู้ใช้ โดยข้อมูลที่ Ad Trackers เก็บได้มักจะถูกรวบรวมและขายต่อไปยังบริษัทโบรกเกอร์ขายข้อมูล (Data Brokers) เพื่อนำไปทำการตลาดต่อ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...