โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เดือดอีกยก! ทนายตั้มหอบคลิปลับบุก DSI ขอเช็กมูลนิธิกันจอมพลัง เปิดปมเงิน 10 ล้านเข้าคืนเดียว

สยามนิวส์

เผยแพร่ 37 นาทีที่แล้ว • ผู้สื่อข่าวนครบาล
ทนายตั้ม หอบหลักฐานและคลิปที่อ้างว่าเป็นคลิปลับ ยื่น DSI ขอให้ตรวจสอบการระดมทุนและเส้นทางการเงินของมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ หลังได้รับเบาะแสอ้างมีการใช้บัญชีบุคคลอื่นรับเงินบริจาคหลายบัญชี พร้อมชี้หนึ่งในบัญชีมีเงินโอนเข้าสูงถึง 10 ล้านบาทภายในคืนเดียว เตรียมนำพยานสำคัญเข้าให้ข้อมูล หวังคลี่ปมทั้งหมดให้ชัดเจน

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” ขี่รถจักรยานยนต์ดัดแปลงเป็นทรงเจ็ตสกี พร้อมขนทีมการ์ดเดินทางมายื่นหนังสือและหลักฐานสำคัญ เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการระดมทุนและเส้นทางการเงินของ "มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้" ยืนยันแม้อุปกรณ์เปิดตัวจะดูเหมือนเน้นคอนเทนต์ แต่เนื้อหาหลักฐานที่นำมามอบให้นั้นเป็นเรื่องจริงจังและต้องได้รับการพิสูจน์โดยเร็ว

หลักฐานที่นำมายื่นในครั้งนี้ คือคลิปวิดีโอซึ่งอ้างว่าเป็น "คลิปลับ" ที่บันทึกคำบอกเล่าและข้อมูลการทำงานจากอดีตทีมงานภายในมูลนิธิ เผยให้เห็นพฤติการณ์การรับเงินบริจาคที่ไม่ปกติ โดยมีการขอร้องให้ทีมงานนำบัญชีธนาคารส่วนตัว หรือบัญชีของคนในครอบครัว เช่น พ่อ แม่ และญาติพี่น้อง มาใช้เป็นบัญชีรองรับเงินบริจาค แลกกับค่าตอบแทนบัญชีละประมาณ 5,000 บาท ซึ่งรูปแบบดังกล่าวจัดทำอย่างเป็นระบบ โดยให้ทีมงานรับเงินแทน ขณะที่ตัวแกนนำอย่าง "กัน จอมพลัง" จะไม่เข้าไปแตะต้องเงินบริจาคโดยตรง

ทนายตั้มเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมว่า จากเบาะแสที่ได้รับมา มีการนำบัญชีธนาคารของบุคคลอื่นมาใช้ในลักษณะนี้มากกว่า 10 บัญชี และที่น่าสงสัยที่สุดคือมีอยู่บัญชีหนึ่งที่มีกระแสเงินสดโอนเข้ามาสูงถึง 10 ล้านบาทภายในเวลาเพียงแค่คืนเดียว จนระบบของธนาคารต้องสั่งระงับการทำธุรกรรมไว้ชั่วคราวเนื่องจากพบความผิดปกติอย่างร้ายแรง นอกจากเอกสารบัญชีและคลิปวิดีโอแล้ว ทนายตั้มยังได้ส่งมอบรายชื่อพยานบุคคล ข้อมูลบริษัทตัวกลางที่ถูกอ้างว่าใช้เป็นช่องทางถ่ายเทเงิน รวมถึงเบาะแสเค้าลางกรณี "ร้านทองบางแสน" ที่อาจมีความเชื่อมโยงกัน เพื่อให้ DSI ใช้ประกอบการสืบสวนสอบสวน

เบื้องต้น ทนายตั้มได้ร้องขอให้ DSI ดำเนินการตรวจสอบในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและการฟอกเงิน เป็นหลัก พร้อมระบุว่าเจตนาในการยื่นเรื่องครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการคดีหรือตัดสินความผิดของใครด้วยตัวเอง แต่ต้องการให้หน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายเข้าไปไล่เช็กเส้นทางการเงินอย่างละเอียด ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเงินบริจาค การโอนจ่ายไปยังบุคคลหรือบริษัทต่างๆ ไปจนถึงการตรวจสอบว่ามีส่วนต่างของเงินไหลย้อนกลับมายังบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือไม่ โดยหลังจากนี้จะเร่งประสานนำตัวพยานปากสำคัญเข้าให้การกับเจ้าหน้าที่ DSI เพื่อสรุปข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...