โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

DeeMoney เปิดสูตร โอนเงิน 5 พันล้านดอลลาร์ ชี้ “ความไว้วางใจ” สำคัญไม่แพ้เทคโนโลยี

The Better

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER
DeeMoney เผยเบื้องหลังยอดโอนกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ชี้ธุรกิจโอนเงินข้ามประเทศไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีทั้งกฎระเบียบ สภาพคล่อง และ “ความไว้วางใจ”

DeeMoney เปิดมุมมองธุรกิจโอนเงินข้ามประเทศในงาน Techsauce Global Summit 2026 หลังประมวลผลธุรกรรมรวมกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.7 แสนล้านบาท ชี้เบื้องหลังระบบโอนเงินไม่ได้มีเพียงเทคโนโลยี แต่ต้องอาศัยทั้งการปฏิบัติตามกฎระเบียบ สภาพคล่อง และความไว้วางใจ พร้อมมอง Deposit-based Tokens และ Stablecoins อาจเข้ามาช่วยลดภาระด้านสภาพคล่องในอนาคต

งาน Techsauce Global Summit 2026 อัศวิน พละพงศ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งร่วม DeeMoney ขึ้นเวทีบรรยายหัวข้อ “Unspoken Facts of Global Payments: How Fintechs Changed the Banking Game” ถ่ายทอดประสบการณ์จากการดำเนินธุรกิจโอนเงินข้ามพรมแดน หลัง DeeMoney ประมวลผลธุรกรรมรวมกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.7 แสนล้านบาท และรองรับธุรกรรมหลายล้านรายการตลอดระยะเวลาที่ดำเนินธุรกิจ

อัศวินกล่าวว่า ช่วงเริ่มต้น DeeMoney เคยเชื่อว่าการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่ายและระบบยืนยันตัวตนแบบดิจิทัลจะเป็นคำตอบของการโอนเงินระหว่างประเทศ แต่จากประสบการณ์การประมวลผลธุรกรรมมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ พบว่าเทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือส่งผ่านข้อมูล ขณะที่ “ความไว้วางใจ” เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การโอนเงินเกิดขึ้นและดำเนินต่อไปได้

เขายกตัวอย่างเครือข่ายการโอนเงินนอกระบบที่มีการหมุนเวียนเงินในระดับหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยอาศัยความไว้วางใจระหว่างผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการเป็นหลัก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่การเข้าถึงบริการทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ยังมีข้อจำกัด

อีกประเด็นที่ DeeMoney พบจากการขยายธุรกิจคือ ระบบชำระเงินระดับโลกไม่ได้มีเครือข่ายเดียวที่เชื่อมต่อทุกประเทศเข้าด้วยกัน แม้จะมีโครงสร้างพื้นฐานอย่าง SWIFT สำหรับส่งข้อมูลธุรกรรมระหว่างประเทศ แต่การโอนเงินจริงยังต้องเชื่อมต่อกับระบบธนาคารท้องถิ่น รวมถึงปฏิบัติตามกฎระเบียบของแต่ละประเทศ

การให้บริการโอนเงินแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมงจึงต้องอาศัยการบริหารสภาพคล่องและเงินทุนควบคู่กับเทคโนโลยี เช่น การสำรองเงินล่วงหน้า หรือ Pre-Funding เพื่อให้สามารถรับประกันได้ว่าเงินจะเข้าบัญชีปลายทางตามเวลาที่กำหนด แม้เป็นช่วงนอกเวลาทำการของธนาคาร

อัศวินอธิบายว่า ต้นทุนของธุรกิจโอนเงินระหว่างประเทศไม่ได้สะท้อนอยู่ในค่าธรรมเนียมเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการบริหารส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน การตรวจสอบมาตรการคว่ำบาตร การสำรองสภาพคล่อง และการกระทบยอดธุรกรรมอย่างต่อเนื่อง

DeeMoney จึงนำเสนอสูตรการขยายเครือข่ายการชำระเงินว่า Technology x Compliance x Liquidity x Trust โดยมองว่าปัจจัยทั้ง 4 ด้านต้องทำงานร่วมกัน หากองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งไม่สามารถทำงานได้ ระบบทั้งหมดก็ไม่สามารถให้บริการได้ตามที่คาดหวัง

ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคจากการเติบโตของอีคอมเมิร์ซและบริการดิจิทัล ทำให้ความต้องการด้านการชำระเงินเปลี่ยนไปสู่บริการที่รวดเร็ว ใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง และเชื่อมต่อแบบไร้รอยต่อ ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานธนาคารแบบดั้งเดิมถูกออกแบบมาบนแนวคิดของการฝากถอน การควบคุม และการบริหารความเสี่ยงเป็นหลัก

อัศวินระบุว่า ลูกค้าไม่ได้จ่ายเงินเพียงเพื่อให้เงินถูกส่งจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่ต้องการความมั่นใจว่าเงินจะถึงปลายทางอย่างปลอดภัย โดยบทบาทของฟินเทคจึงเป็นการเชื่อมช่องว่างระหว่างความมั่นคงของระบบธนาคารกับความรวดเร็วที่ผู้บริโภคต้องการ

สำหรับทิศทางของระบบการเงินข้ามพรมแดน DeeMoney มองว่าเทคโนโลยีทางการเงินรูปแบบใหม่อาจเข้ามาช่วยลดต้นทุนด้านสภาพคล่องและการสำรองเงินล่วงหน้า โดยเฉพาะ Deposit-based Tokens และ Stablecoins เช่น USDC ซึ่งอาจมีบทบาทในการบริหารเงินทุนมากขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ การใช้งานในแต่ละประเทศยังขึ้นอยู่กับการพัฒนากรอบกฎหมายและการอนุมัติจากธนาคารกลาง

นอกจากนี้ DeeMoney มองว่า เมื่อระบบชำระเงินถูกผสานเข้ากับกระบวนการทำงานดิจิทัลมากขึ้น รูปแบบของความไว้วางใจอาจเปลี่ยนจากการตัดสินใจโดยมนุษย์ไปสู่ระบบอัตโนมัติ โดยมี AI Agent เข้ามามีบทบาทในการอนุมัติและดำเนินธุรกรรมทางการเงินแทนผู้ใช้งานในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...