มากกว่าบริการการเงิน! KBank สะพานเชื่อม ธุรกิจไทย สู่ Net Zero ด้วย K-Climate Solutions ครบวงจร
ในวันที่โลกก้าวเข้าสู่ยุคที่ต้องเปลี่ยนผ่านหลายอย่างเต็มตัว ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ไม่ใช่เรื่องไกลตัวที่คุยกันแค่ในห้องประชุมสหประชาชาติอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น "ความเสี่ยง" ทีส่งผลลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนและการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการไทยทุกคน สภาพอากาศสุดขั้วและภัยพิบัติที่เกิดถี่และรุนแรงขึ้น ไม่เพียงแต่ทำลายทรัพย์สิน แต่ยังนำมาซึ่งกฎระเบียบการค้าโลกที่เข้มงวดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับธุรกิจไทยในยุคนี้ การปรับตัวสู่ "เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ" จึงไม่ใช่เพียงทางเลือกเพื่อภาพลักษณ์ แต่คือ "ทางรอด" เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกโดยกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกธุรกิจไทยให้ก้าวข้ามวิกฤตนี้ไปได้ คือการเข้าถึง "การเงินสีเขียว" (Green Finance) และ "K-Climate Solutions" รวมโซลูชันครบวงจร ซึ่ง ธนาคารกสิกรไทย ได้แสดงบทบาทในการเป็น "สะพานเชื่อมสู่การลงมือทำ"
ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผน ปรับตัว และเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมาย Net Zero ได้อย่างเป็นรูปธรรม
โดย ‘ดร.วิชัย ณรงค์วณิชย์’ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวในงาน EARTH JUMP 2026 ใน Session : Banking and Beyond: Powering Your Net Zero Journey with KBank Climate Solutions ว่า ความสำคัญของภายใต้ความตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่ทั่วโลกมุ่งเป้าคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5-2 องศาเซลเซียส ส่งผลให้บทบาทของภาคการเงินเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันธนาคารไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการทางการเงินหรือผู้ปล่อยสินเชื่อเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านการบริหารพอร์ตสินเชื่อ (Financed Emissions) ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานของธนาคารเองถึง 680 เท่า
ขณะเดียวกัน ความถึ่และความรุนแรงของสภาพอากาศสุดขั้ว ตลอดจนกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม และการค้าโลกที่เข้มงวดขึ้น กำลังเป็นแรงกดดันสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว ด้วยเหตุนี้ KBank จึงมุ่งสู่การเป็น "The Most Comprehensive Climate Solution Provider" ด้วยการพัฒนา K-Climate Solutions โซลูชันครบวงจรที่สนับสนุนลูกค้าในทุกขั้นตอนของการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่คาร์บอนต่ำ ตั้งแต่การสร้างความตระหนักรู้ การประเมินความพร้อม การให้คำปรึกษา การพัฒนาองค์ความรู้ ไปจนถึงการสนับสนุนทางด้านการเงิน เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถก้าวสู่ Net Zero ได้อย่างเป็นรูปธรรม
โดยบริการจาก K-Climate Solutions ครอบคลุมตั้งแต่
1.ESG Readiness Check เครื่องมือประเมินความพร้อมธุรกิจในด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และ Supply Chain พร้อม Action Plan และโซลูชันที่ตอบโจทย์
2.KCLIMATE 1.5 (Carbon Accounting Platform) แพลตฟอร์มคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เก็บข้อมูลเพื่อนำไปใช้วางแผนการจัดการลดก๊าซเรือนกระจกต่อไป
3.K-Climate ESG Advisory บริการให้คำปรึกษาด้านความยั่งยืน ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถวางแผนและปรับตัวสู่แนวทางการดำเนินธุรกิจแบบคาร์บอนต่ำ (Net Zero) โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจะช่วยวิเคราะห์สถานะองค์กร วางกลยุทธ์ด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
4.Net Zero CEO และNet Zero Leader หลักสูตรที่ช่วยเสริมองค์ความรู้ให้ผู้บริหารและภาคธุรกิจ เข้าใจแนวโน้มด้านความยั่งยืน กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม และแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรสู่ Net Zero ได้อย่างเป็นรูปธรรม
5.Financial Solutions สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำผ่าน Green Finance & Incentiveโดยตั้งเป้าขยายวงเงินสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนเป็น 4-5 แสนล้านบาท ภายในปี 2030 ทั้งนี้ได้เปิดตัว สินเชื่อ SME ยิ่งกรีน ยิ่งได้ (Sustainability-Linked Loan for SME) ที่ให้ดอกเบี้ยพิเศษ ถ้าธุรกิจทำได้ตามเป้าหมายด้านความยั่งยืน หรือมีผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่วัดได้จริง นอกจากนี้ยังมีสินเชื่อธุรกิจเพื่อป้องกันความเสี่ยงน้ำท่วม (K-Climate Shield Loan) สนับสนุนการลงทุนในเทคโนโลยี และอุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วม เพื่อลดความเสียหายต่อทรัพย์สินและรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจ ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษอีกด้วย
ด้าน ‘นายสงกรานต์ จันทร์คณากร’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แฟคเตอรี แอนด์ อีควิปเมนท์ กสิกรไทย จำกัด (KF&E) กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยต้องการเปลี่ยนความกังวลของผู้ประกอบการให้เป็นโอกาส ผ่าน Solution ที่ช่วยให้ธุรกิจเห็นผลลัพธ์ได้จริง โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงาน และลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ พร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่าการทำธุรกิจสีเขียว หรือ การลงทุนด้านความยั่งยืนนั้น สามารถสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจได้อย่างแท้จริง โดย KF&E จะเข้ามาแก้ Pain Point ในด้านข้อจำกัดด้านเงินลงทุนก้อนใหญ่ โดยใช้รูปแบบการทำลิสซิ่ง (Leasing) ที่สามารถใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์เป็นหลักประกันได้เลย รองรับการลงทุนหรือธุรกิจที่ตั้งอยู่บนที่เช่าหรือที่ดินติดจำนองได้ และยังได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งทุกอุตสาหกรรมสามารถเข้าถึงนวัตกรรมสีเขียวได้ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ KF&E พร้อมสนับสนุนครอบคลุมทุกการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์
อย่างเช่น พลังงานสะอาดด้วยการติดตั้ง Solar Roof และ Solar Float (โซลาร์ลอยน้ำ) ที่ปัจจุบันเป็นเทคโนโลยีที่พิสูจน์แล้วว่าคุ้มค่า โดยเฉพาะโรงงานขนาดใหญ่ที่สามารถประหยัดค่าไฟได้สูงสุดถึง 66% รวมถึงการสนับสนุนการลงทุนในสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) โดยร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Huawei ,การเปลี่ยนรถบรรทุกหัวลากหรือรถฟอร์คลิฟท์ในโรงงานเป็นระบบไฟฟ้า เพื่อลดมลพิษและสร้างโอกาสคาร์บอนเครดิต ,การสนับสนุนระบบปรับอากาศ ,เครื่องจัดการความร้อนเทคโนโลยี Heat Pump ที่ผลิตน้ำร้อนโดยไม่ใช้บอยเลอร์ ช่วยประหยัดพลังงานได้มหาศาล เหมาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มธุรกิจโรงแรม และเครื่องลดการกระจายฝุ่นที่เริ่มใช้มากขึ้นในโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนอุตสาหกรรมที่เริ่มเติบโตในอนาคต เช่น อุตสาหกรรมการจัดการขยะและมลพิษ ตั้งแต่ระบบบำบัดน้ำเสียแบบประหยัดพื้นที่ ไปจนถึงเครื่องบดอัดเศษเหล็กและสายการผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
อย่ารอให้ถึงวันที่กฎระเบียบมาบีบจนหลังชนฝา เปลี่ยนความกังวลจากความไม่รู้ มาเป็นการสร้างโจทย์ธุรกิจ แล้วเดินมาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ความกังวลนั้นจะกลายเป็น Solution ที่ยั่งยืน นายสงกรานต์ กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับผู้ประกอบการ หรือ SME ท่านใดที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเส้นทางสู่ Net Zero จากตรงไหน ลองมาปรึกษาที่ธนาคารกสิกรไทย ที่พร้อมเป็นสะพานเชื่อมที่ช่วยให้ธุรกิจของท่านเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน K-Climate Solutions โซลูชันครบวงจร… แล้วคุณจะรออะไร? ดูรายละเอียดได้ที่ www.kasikornbank.com/k_gogreen