โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สัมภาษณ์งานผ่านฉลุย เด็กจบใหม่ดีใจเนื้อเต้น รีบลาออกจากที่เก่า สุดท้ายเจอหักมุมเจ็บจุก

sanook.com

เผยแพร่ 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
บทเรียนราคาแพง! เด็กจบใหม่ดีใจเนื้อเต้น รีบลาออกจากงานเก่าหลังสัมภาษณ์ สุดท้ายเจอหักมุมเจ็บจุก

บทเรียนราคาแพง! เด็กจบใหม่ดีใจเนื้อเต้น รีบลาออกจากงานเก่าหลังสัมภาษณ์งาน สุดท้ายเจอหักมุมเจ็บจุก

การก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานของ "เด็กจบใหม่" มักเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความกระตือรือร้น ทว่าเนื่องจากยังขาดประสบการณ์ใน "โลกความเป็นจริง" บางครั้งความไร้เดียงสาก็อาจนำมาซึ่งบทเรียนราคาแพงที่ทำให้เจ็บจนจุก

เหมือนอย่างกรณีของบัณฑิตป้ายแดงรายหนึ่งที่ออกมาโพสต์ระบายความผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิตผ่านโลกออนไลน์ เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจคนหางานทุกคนว่า "อย่าเพิ่งนับอนุมัติจนกว่าจะได้เห็นเอกสารเซ็นสัญญา!"

สำนักข่าวต่างประเทศ New York Post รายงานกระแสไวรัลจากบอร์ดคอมมูนิตี้ Reddit ในห้อง r/GirlDinnerDiaries หลังมีผู้ใช้รายหนึ่งเข้ามาตั้งกระทู้ระบายความอัดอั้นและยอมรับว่าตนเองรู้สึก "อายจนแทบอ้วก" หลังจากปล่อยไก่ตัวโตในกระบวนการสัมภาษณ์งานในฝัน

สัมภาษณ์ดีเกินต้าน คุยเรื่องเงินเดือน-วันเริ่มงานจนคิดว่า "ได้ชัวร์"

เจ้าของกระทู้เล่าว่า เธอเพิ่งเรียนจบและได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์งานในตำแหน่งที่อยากทำมาก ๆ แถมอยู่ใกล้บ้านและให้เงินเดือนสูงกว่าเดิมลิบลับ ซึ่งการสัมภาษณ์เป็นไปอย่างราบรื่นและยอดเยี่ยมมาก ผู้สัมภาษณ์ดูประทับใจในเรซูเมของเธออย่างเห็นได้ชัด แถมยังบอกว่าจะให้เงินเดือนเรทสูงสุดเท่าที่เธอขอไป พร้อมทั้งพูดคุยลงลึกถึงขั้นที่ว่า "อยากให้เธอมาเริ่มงานให้เร็วที่สุด"

ด้วยความที่เป็นเด็กจบใหม่และคิดว่าการพูดคุยขนาดนี้คือการตอบตกลงรับเข้าทำงานกลาย ๆ ประกอบกับจังหวะที่ผู้สัมภาษณ์เอ่ยปากถามเธอปิดท้ายว่า "อยากได้เวลาคิดทบทวนดูสัก 2-3 วันก่อนไหม?" เธอจึงปักใจเชื่อทันทีว่านี่คือ "การเสนอรับเข้าทำงาน" เรียบร้อยแล้ว

หลังจากกลับมาบ้าน ด้วยความดีใจเธอจึงส่งอีเมลกลับไป "ตอบรับข้อเสนองาน" ทันที แถมยังป่าวประกาศบอกข่าวดีกับคนในครอบครัวทุกคน นอกจากนี้ เธอยังใจร้อนถึงขั้นเดินไปแจ้งที่ทำงานปัจจุบัน ซึ่งกำลังจะหมดสัญญาจ้างพอดี ว่าขอลาออกก่อนกำหนดเพื่อเตรียมตัวไปลุยกับงานใหม่

หักมุมดังโครม! อีเมลตอบกลับทำหน้าชา อายจนรู้สึกป่วย

ทว่าหลังจากส่งอีเมลตอบรับงานไปได้ 2-3 วัน สิ่งที่เธอได้รับกลับไม่ใช่เอกสารสัญญาจ้าง แต่เป็นอีเมลสั้น ๆ จากบริษัทเดิมที่แจ้งว่า "ขอบคุณที่สนใจ ขณะนี้ทางบริษัทยังคงอยู่ระหว่างการตรวจใบสมัครและกำลังเดินหน้าสัมภาษณ์ผู้สมัครรายอื่น ๆ อยู่"

เจ้าของกระทู้ระบุในโพสต์ด้วยความบอบช้ำว่า"มันน่าอายมาก หน้าฉันร้อนผ่าวไปหมด ความอับอายมันรุนแรงมากจนฉันรู้สึกสะอิดสะเอียนและอยากจะอ้วกจริง ๆ ตอนนี้ฉันซึ้งแล้วว่าต้องรอให้มีหนังสือเสนองานเป็นลายลักษณ์อักษรออกมาก่อนเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดแบบนี้อีก…"

ในทางกฎหมายและธรรมเนียมการจ้างงาน "คำพูดปากเปล่า" หรือการหว่านล้อมในห้องสัมภาษณ์ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย สิ่งที่คนหางานต้องรอคอยคือ หนังสือเสนอจ้างงานที่เป็นลายลักษณ์อักษรซึ่งต้องระบุชื่อตำแหน่ง, สถานที่ปฏิบัติงาน, เวลาทำงาน, อัตราค่าจ้างเริ่มต้น และสรุปสิทธิประโยชน์สวัสดิการอย่างชัดเจนเท่านั้น

iStockphoto

อย่างไรก็ตาม หลังจากกระทู้นี้ถูกเผยแพร่ออกไป แทนที่จะโดนซ้ำเติม ชาวเน็ตและผู้มีประสบการณ์ในตลาดแรงงานจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความเห็นอกเห็นใจ และยืนยันว่ากรณีนี้ "บริษัทต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายอาย" ไม่ใช่เธอ

โดยมีรีครูตเตอร์ประสบการณ์กว่า 20 ปีเข้ามาปลอบใจว่า คำพูดของผู้สัมภาษณ์นั้นคลุมเครือและชวนให้เข้าใจผิดจริง ๆ เพราะในทางสากล การถามว่าอยากเอาข้อเสนอไปคิดดูไหม หรือการพูดเรื่องวันเริ่มงานทันที แทบไม่ต่างอะไรจากการยื่นข้อเสนอรับเข้าทำงานเลยสักนิด

ขณะที่ชาวเน็ตอีกส่วนได้เข้ามาให้คำแนะนำและเตือนสติว่า ตลาดแรงงานในปัจจุบันมีความผันผวนสูง บางบริษัทมักชอบพูดจาให้ความหวังเผื่อเลือกเพื่อรั้งตัวผู้สมัครโปรไฟล์ดีไว้ก่อน ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือห้ามยื่นใบลาออกจากที่เก่าเด็ดขาด ตราบใดที่ยังไม่ได้เห็นเอกสารสัญญาจ้างตัวจริงที่มีลายเซ็นและตราประทับอย่างเป็นทางการ เพื่อความปลอดภัยของรายได้และความมั่นคงของตัวเอง

แหล่งอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...