‘ทรัมป์’ เบรกถล่มอิหร่าน หลังรบ 13 วัน สื่อชี้คลังขีปนาวุธเริ่มร่อยหรอ
สื่อสหรัฐเผย "ทรัมป์" สั่งกองทัพระงับปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน หลังเปิดฉากโจมตีต่อเนื่อง 13 วัน ท่ามกลางความคืบหน้าการเจรจาผ่านโอมาน ขณะที่นิวยอร์กไทมส์ ระบุ คลังขีปนาวุธสกัดกั้นของสหรัฐในตะวันออกกลางเริ่มลดลงจนน่ากังวล
สำนักข่าว Axios ของสหรัฐรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐสั่งการให้กองทัพสหรัฐ ระงับปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา นับเป็นการยุติปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นเวลา 13 วัน
แหล่งข่าววงในระบุว่า ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์มักลงนามอนุมัติแผนการโจมตีทางทหารในช่วงบ่ายของเกือบทุกวัน ก่อนเริ่มปฏิบัติการภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ทรัมป์ตัดสินใจไม่ลงนามในคำสั่งโจมตี และสั่งให้กองทัพยุติปฏิบัติการแทน
รายงานระบุว่า ยังไม่ชัดเจนว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นเพียงการระงับชั่วคราว หรือจะมีผลในระยะยาว โดย Axios วิเคราะห์ว่า เป็นสัญญาณที่ทรัมป์ต้องการเปิดพื้นที่ให้การทูตมากขึ้น พร้อมประเมินว่าการโจมตีทางอากาศในระดับปัจจุบันอาจให้ผลลัพธ์จำกัด เว้นแต่สหรัฐฯ จะตัดสินใจยกระดับสู่สงครามเต็มรูปแบบกับอิหร่าน
แม้จะมีคำสั่งระงับการโจมตี แต่มีรายงานว่า กองทัพสหรัฐยังคงเตรียมแผนรองรับหากจำเป็นต้องกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่อีกครั้ง โดยทรัมป์ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย
Axios ยังรายงานว่า ก่อนทรัมป์สั่งระงับการโจมตีเพียงไม่กี่ชั่วโมง คณะผู้แทนจากโอมานได้เดินทางไปยังอิหร่าน เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงใหม่ในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยแหล่งข่าวในภูมิภาคระบุว่า การเจรจามีความคืบหน้าอย่างมาก และอาจบรรลุข้อตกลงระหว่างโอมาน กับอิหร่านได้ภายในช่วงสุดสัปดาห์
ขณะเดียวกัน ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า อิหร่านเริ่มมีท่าทีจริงจังมากขึ้นในการเจรจา แต่สหรัฐก็พร้อมยกระดับปฏิบัติการทางทหารทันที หากมีความจำเป็น
ด้านหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานเพิ่มเติมว่า เหตุผลสำคัญที่ทรัมป์สั่งระงับการโจมตี คือ คลังขีปนาวุธสกัดกั้นในระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐในตะวันออกกลางมีจำนวนไม่เพียงพอ
แหล่งข่าวระบุว่า ระหว่างการประชุมลับระหว่างทรัมป์ กับคณะทำงาน พลเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม ได้เตือนว่า แม้สหรัฐจะมีศักยภาพในการทำสงครามขนาดใหญ่ แต่หากดำเนินการต่อ จะทำให้จำนวนขีปนาวุธสกัดกั้นลดลงจนกระทบต่อความมั่นคง
ทั้งนี้ นิวยอร์กไทมส์เคยรายงานเมื่อเดือนเม.ย.ว่า สหรัฐใช้ขีปนาวุธแพทริออตไปแล้วกว่า 1,200 ลูก นับตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุขึ้น ส่งผลให้คลังอาวุธลดลงสู่ระดับที่น่ากังวล โดยขีปนาวุธแพทริออตแต่ละลูกมีราคาประมาณ 4 ล้านดอลลาร์
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'ทรัมป์' ลั่นโจมตีอิหร่านหนักหน่วง 'โรงไฟฟ้า' เป้าหมายสุดท้าย ถล่มในสัปดาห์นี้
- 'ทรัมป์' เปลี่ยนใจ เลิกเรียกเก็บค่าดูแลความปลอดภัยเดินเรืออ่าวเฮอร์มุซ แลกลงทุนมหาศาลในสหรัฐ
- 'ทรัมป์' สั่งกองทัพเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด โจมตี 'อิหร่าน' หากถูกลอบสังหาร
ติดตามเราได้ที่