โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตลาดเริ่มกังวล หลังเงินลงทุน AI พุ่งสูง ‘หุ้น-พันธบัตร’ ส่งสัญญาณ กังวลผลตอบแทนไม่คุ้มเม็ดเงินลงทุน

THE STANDARD

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ตลาดเริ่มกังวล หลังเงินลงทุน AI พุ่งสูง ‘หุ้น-พันธบัตร’ ส่งสัญญาณ กังวลผลตอบแทนไม่คุ้มเม็ดเงินลงทุน

ตลาดการเงินเริ่มส่งสัญญาณกังวลว่าการลงทุนใน AI ที่พุ่งสูงอาจไม่คุ้มค่า โดยเฉพาะเมื่อ Alphabet ปรับเพิ่มประมาณการงบลงทุน (Capex) เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ทำให้เกิดความกังวลว่าผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่อื่นๆ เช่น Amazon, Meta, Microsoft อาจทุ่มลงทุนในระดับเดียวกัน ซึ่งอาจทำให้บริษัทเหล่านี้ต้องพึ่งพาการระดมทุนมากขึ้น และนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามถึงความสามารถในการสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าจากเม็ดเงินลงทุนมหาศาลนี้

ประเด็นสำคัญ

  • ตลาดพันธบัตรเริ่มส่งสัญญาณเตือน หลัง AI ใช้เงินลงทุนพุ่ง
  • หุ้นเอเชียเริ่มหมุนพอร์ต ลดน้ำหนัก AI หันหาตลาดที่ผันผวนน้อยกว่า
  • จับตางบ Big Tech รอบใหม่ บทพิสูจน์ผลตอบแทนจริงจาก AI

กระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ผลักดันให้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เร่งสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) และขยายกำลังประมวลผลด้วยเม็ดเงินมหาศาล กำลังเผชิญบททดสอบครั้งใหม่ หลังนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่า การลงทุนจำนวนมหาศาลเหล่านี้จะสร้างผลตอบแทนได้คุ้มค่าหรือไม่

สัญญาณดังกล่าวไม่ได้สะท้อนเฉพาะในตลาดหุ้น แต่เริ่มลามไปยังตลาดตราสารหนี้ ซึ่งให้ความสำคัญกับความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดและการชำระหนี้ของบริษัทมากกว่าศักยภาพการเติบโตในอนาคต

ตลาดพันธบัตรเริ่มส่งสัญญาณเตือน หลัง AI ใช้เงินลงทุนพุ่ง

ชนวนความกังวลรอบล่าสุดเกิดขึ้นหลัง Alphabet ปรับเพิ่มประมาณการงบลงทุน (Capital Expenditure: Capex) เพื่อเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่อื่น ๆ (Hyperscalers) ไม่ว่าจะเป็น Amazon, Meta และ Microsoft อาจเดินหน้าทุ่มลงทุนในระดับเดียวกัน

เบื้องหลังการเพิ่มงบลงทุนดังกล่าว มาจากต้นทุนการสร้างศูนย์ข้อมูลและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น จากความต้องการไฟฟ้าปริมาณมหาศาลเพื่อรองรับการประมวลผล AI ขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อและราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง

ผลที่ตามมาคือ ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตร (Credit Spread) ของบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งเริ่มขยายตัว สะท้อนว่านักลงทุนต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยงจากภาระการลงทุนที่เพิ่มขึ้น

นักวิเคราะห์ของ Mizuho ระบุว่า งบลงทุนด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องกำลังทดสอบความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยประเมินว่า ภายในปีหน้า ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่มีแนวโน้มใช้งบลงทุนรวมสูงกว่ากระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) ที่สร้างได้ ซึ่งหมายความว่าบริษัทอาจต้องพึ่งพาการระดมทุนมากขึ้น ขณะเดียวกัน นักลงทุนก็เริ่มตั้งคำถามว่าการลงทุนด้าน AI จะสามารถเปลี่ยนเป็นรายได้และผลกำไรที่คุ้มค่ากับเม็ดเงินลงทุนได้รวดเร็วเพียงใด

ความกังวลดังกล่าวสะท้อนผ่านต้นทุนการระดมทุนของบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง โดย Credit Default Swap (CDS) อายุ 5 ปีของ Oracle ปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี ขณะที่ S&P Global เพิ่งปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทลงมาอยู่ที่ BBB- เหนือระดับตราสารหนี้ความเสี่ยงสูง (Junk Bond) เพียงหนึ่งขั้น

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาการระดมทุนของ Meta สำหรับโครงการศูนย์ข้อมูลในรัฐเท็กซัส มูลค่าราว 12,000 ล้านดอลลาร์ หลังมีรายงานว่าบริษัทอาจต้องเสนออัตราดอกเบี้ยสูงกว่าการระดมทุนโครงการก่อนหน้า สะท้อนว่านักลงทุนเรียกร้องผลตอบแทนมากขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยง และต้องการเห็นความชัดเจนว่าการลงทุนด้าน AI จะสร้างผลตอบแทนได้จริง

หุ้นเอเชียเริ่มหมุนพอร์ต ลดน้ำหนัก AI หันหาตลาดที่ผันผวนน้อยกว่า

ความระมัดระวังต่อธีม AI ยังสะท้อนผ่านตลาดหุ้นเอเชีย โดยผู้จัดการกองทุนหลายแห่งเริ่มลดน้ำหนักหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จาก AI โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ในเกาหลีใต้และไต้หวัน ก่อนโยกเงินลงทุนไปยังตลาดที่มีความผันผวนน้อยกว่า รวมถึงหุ้นที่มีผลประกอบการชัดเจนและมูลค่าน่าสนใจกว่า เช่น หุ้นธนาคาร บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภค และบริษัทอินเทอร์เน็ตของจีน

Fidelity International, BNP Paribas Asset Management และ M&G Investments เป็นหนึ่งในผู้จัดการกองทุนที่ปรับพอร์ตเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในจีน อินเดีย และอาเซียน ท่ามกลางความกังวลว่าหุ้น AI มีความผันผวนสูง ขณะที่ Citigroup ก็ปรับลดน้ำหนักหุ้นเกาหลีใต้และเพิ่มน้ำหนักหุ้นจีนเช่นกัน

ในเดือนกรกฎาคม นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นเกาหลีใต้ราว 4.4 พันล้านดอลลาร์ และหุ้นไต้หวันกว่า 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ดัชนี MSCI ASEAN ปรับตัวขึ้น 5.8% สวนทางดัชนี MSCI Asia Pacific ที่ลดลงเกือบ 4% ส่งผลให้ตลาดหุ้นอาเซียนมีแนวโน้มทำผลงานเหนือกว่าตลาดหุ้นเอเชียมากที่สุดในรอบกว่าสองทศวรรษ

อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการกองทุนจำนวนมากยังมองว่าการปรับพอร์ตครั้งนี้เป็นเพียงการลดความเสี่ยงในระยะสั้น มากกว่าจะเป็นการยุติธีม AI เนื่องจากยังเชื่อว่าความต้องการใช้ AI และแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมยังแข็งแกร่งในระยะยาว

จับตางบ Big Tech รอบใหม่ บทพิสูจน์ผลตอบแทนจริงจาก AI

ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาต่อจากนี้ คือผลประกอบการของ Meta, Microsoft และ Apple รวมถึงแนวโน้มการลงทุนด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ หลัง Alphabet, Microsoft, Amazon และ Meta คาดว่าจะใช้งบลงทุนรวมราว 725,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ และนักวิเคราะห์ของ Bloomberg ประเมินว่าตัวเลขดังกล่าวอาจเพิ่มขึ้นใกล้ 900,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2027

ท้ายที่สุด สิ่งที่ตลาดต้องการคำตอบอาจไม่ใช่ว่า AI จะเปลี่ยนโลกได้หรือไม่ แต่คือบริษัทเทคโนโลยีจะสามารถเปลี่ยนเม็ดเงินลงทุนมหาศาลให้กลายเป็นผลตอบแทนที่คุ้มค่าได้จริงหรือไม่ต่างหาก.

ภาพ: VADZIM SHUBICH / Shutterstock

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...