โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดคำวินิจฉัยกรรมการสรรหาปลดประธาน กสทช. เหตุรับค่าตอบแทนแพทย์รายชั่วโมง เข้าข่ายลักษณะต้องห้าม

THE STANDARD

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
เปิดคำวินิจฉัยกรรมการสรรหาปลดประธาน กสทช. เหตุรับค่าตอบแทนแพทย์รายชั่วโมง เข้าข่ายลักษณะต้องห้าม

ย้อนไปเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา คณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติเอกฉันท์ออกคำวินิจฉัยที่ 1/2569 ให้ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตั้งแต่ต้น ตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 8 (2) แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553

ประเด็นสำคัญ

  • ที่มาที่ไปของข้อกล่าวหา
  • องค์ประกอบใหม่ของคณะกรรมการสรรหา
  • ยอมรับสถานะ ‘แพทย์ค่าตอบแทน’
  • มติเอกฉันท์วินิจฉัย 3 ประเด็นหลัก

เนื่องจากปรากฏข้อเท็จจริงว่ายังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จนถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 ซึ่งถือเป็นลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐและเป็นลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย

คำวินิจฉัยนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถานะความเป็นประธาน กสทช. โดยเปิดช่องให้สามารถยื่นฟ้องต่อศาลปกครองได้ภายใน 90 วัน

ที่มาที่ไปของข้อกล่าวหา

  • กรณีดังกล่าวเริ่มต้นจากการที่คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร มีหนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรีให้ตรวจสอบคุณสมบัติของศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจึงได้มีหนังสือลับเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา
  • คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) ให้ความเห็นตามเรื่องเสร็จที่ 1005-1006/2568 ว่า แม้ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ จะลาออกจากตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายสวัสดิการและกิจการพิเศษ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2565 แล้วก็ตาม แต่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินพบข้อเท็จจริงว่ายังคงทำหน้าที่ตรวจรักษาคนไข้และรับค่าตอบแทนรายชั่วโมงจนถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 ซึ่งอาจเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) และถือเป็นการสละสิทธิการรับแต่งตั้งตามมาตรา 18
  • คณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นว่า เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ชุดเดิมในการตรวจสอบและวินิจฉัยตามมาตรา 15/1
  • นายกรัฐมนตรีจึงมีบัญชาให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในฐานะหน่วยธุรการของคณะกรรมการสรรหาฯ ดำเนินการนัดประชุม

องค์ประกอบใหม่ของคณะกรรมการสรรหา

  • ในการประชุมคณะกรรมการสรรหาฯ ครั้งที่ 1/2569 วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 มีการพิจารณาองค์ประกอบของคณะกรรมการชุดเดิม 7 คน โดยพบว่า ณรงค์ รัฐอมฤต พ้นจากตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. และ สมศักดิ์ สุวรรณสุจริต พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดินไปแล้ว ที่ประชุมจึงมีมติ 4 ต่อ 1 เสียง วินิจฉัยว่าบุคคลทั้งสองไม่มีคุณสมบัติเป็นกรรมการสรรหาฯ ชุดเดิมอีกต่อไป

  • ส่วนกรณี เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ที่พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น ที่ประชุมมีมติ 3 ต่อ 1 เสียง วินิจฉัยให้ วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ เข้ามาทำหน้าที่เป็นกรรมการสรรหาโดยตำแหน่งแทน ทำให้มีกรรมการสรรหาฯ รวม 5 คน ซึ่งถือว่าไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งและสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ประกอบด้วย

  • เกียรติพงศ์ อมาตยกุล ประธานกรรมการสรรหา

  • นภดล เทพพิทักษ์

  • ยุพิน ชลานนท์นิวัฒน์

  • วิทัย รัตนากร

  • วิษณุ วรัญญู

  • จากนั้นที่ประชุมได้มีมติ 4 ต่อ 1 เสียง ยืนยันว่าคณะกรรมการสรรหาฯ มีอำนาจวินิจฉัยเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยุพิน ชลานนท์นิวัฒน์ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งเป็นเสียงข้างน้อย มีความเห็นแย้งว่าอำนาจของคณะกรรมการสรรหาฯ สิ้นสุดลงตั้งแต่บุคคลได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้ว และได้ขอออกจากที่ประชุมในครั้งต่อมาคือวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ทำให้เหลือคณะกรรมการพิจารณา 4 คน

  • คณะกรรมการสรรหาฯ อาศัยอำนาจตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ขอข้อมูลและพยานหลักฐานจาก 11 หน่วยงาน ได้แก่

  • มหาวิทยาลัยมหิดล

  • กรมสรรพากร

  • สำนักงานประกันสังคม

  • สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  • สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน

  • สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา

  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

  • ธนาคารแห่งประเทศไทย

  • โรงพยาบาลรามาธิบดี

  • ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

  • สำนักงาน กสทช.

รวมทั้งได้เชิญอดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ตลอดจนรับฟังข้อมูลจากอดีตประธานคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา (ชุดที่ 12) และคณะ และอดีตกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. และคณะ

ยอมรับสถานะ ‘แพทย์ค่าตอบแทน’

  • คณะกรรมการสรรหาฯ ได้ส่งหนังสือเชิญศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ เข้าร่วมประชุมเพื่อให้โอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงตามมาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 แต่ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ ปฏิเสธการเข้าร่วมประชุมและไม่ให้เข้าพบ โดยได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดคัดค้านมติรวมหลายฉบับ เช่น
  • โต้แย้งว่าคณะกรรมการสรรหาฯ หมดหน้าที่ตามกฎหมายแล้ว
  • โต้แย้งการเข้าร่วมประชุมของ วิทัย รัตนากร
  • กล่าวอ้างสภาพความไม่เป็นกลางของคณะกรรมการสรรหาฯ ตามมาตรา 13 (1) แห่ง พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
  • คณะกรรมการสรรหาฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าการกล่าวอ้างดังกล่าวไม่เข้าเกณฑ์สภาพความไม่เป็นกลางตามกฎหมาย
  • อย่างไรก็ตาม ในหนังสือชี้แจงด่วนที่สุดลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ ได้ยอมรับข้อเท็จจริงว่าในช่วงวันที่ 8 มกราคม ถึง 12 เมษายน 2565 ตนเองมีสถานะเป็น ‘แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง’ แต่แย้งว่าเป็นการประกอบวิชาชีพอิสระ มิใช่พนักงานมหาวิทยาลัย รวมทั้งระบุว่าไม่ได้รับค่าตอบแทนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป

มติเอกฉันท์วินิจฉัย 3 ประเด็นหลัก

  • ในการประชุมครั้งที่ 5/2569 วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมการสรรหาฯ ได้พิจารณาวินิจฉัย 3 ประเด็นหลัก
  • เรื่องการปฏิบัติหน้าที่แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม ถึง 12 เมษายน 2565 คณะกรรมการสรรหาฯ พิจารณาจากเอกสารของมหาวิทยาลัยมหิดลและหนังสือชี้แจงของศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ ที่ยอมรับข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงมีมติเอกฉันท์ว่ามีการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเวลาดังกล่าวจริง
  • สำหรับประเด็นที่สองเรื่องการทำหน้าที่ดังกล่าวถือเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานรัฐอันเป็นลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) หรือไม่ คณะกรรมการสรรหาฯ มีมติเอกฉันท์ว่า มหาวิทยาลัยมหิดลมีฐานะเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐตาม พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2550 และตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยว่าด้วยการบริหารงานบุคคลลูกจ้างเงินรายได้ พ.ศ. 2561 นิยามคำว่าลูกจ้างชั่วคราวครอบคลุมถึงผู้ที่รับค่าจ้างเป็นรายชั่วโมง การที่ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ ยังคงตรวจรักษาคนไข้และรับค่าตอบแทน ย่อมอยู่ภายใต้การมอบหมายงานและควบคุมดูแลของมหาวิทยาลัย ซึ่งกฎหมายมีความมุ่งหมายเพื่อคุ้มครองความเป็นอิสระของ กสทช. ไม่อยู่ภายใต้การครอบงำและป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ดังนั้น แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงจึงอยู่ในความหมายของคำว่าลูกจ้างของหน่วยงานรัฐ โดยมีกรรมการสรรหา 2 รายระบุความเห็นเพิ่มเติมอย่างชัดเจนว่าสถานะนี้เป็นลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2)
  • ประเด็นที่สามเรื่องการกระทำดังกล่าวถือเป็นการสละสิทธิการรับตำแหน่งตั้งแต่ต้นหรือไม่ คณะกรรมการสรรหาฯ มีมติเอกฉันท์ว่า มาตรา 18 กำหนดให้ผู้ผ่านการเห็นชอบจากวุฒิสภาต้องแสดงหลักฐานการลาออกจากลักษณะต้องห้ามภายในเวลาที่ประธานวุฒิสภากำหนด (ซึ่งในกรณีนี้คือกำหนดไว้ภายในวันที่ 11 มกราคม 2565) แม้จะมีการยื่นหลักฐานบางส่วนต่อประธานวุฒิสภาในวันที่ 10 มกราคม 2565 แต่เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่ายังคงมีสถานะเป็นลูกจ้างของรัฐจนถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 ถือเป็นการกระทำอันเป็นลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) การไม่ลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพภายในเวลาที่ประธานวุฒิสภากำหนดจึงถือเป็นการสละสิทธิโดยผลของกฎหมายอย่างเด็ดขาด
  • คณะกรรมการสรรหาฯ จึงมีคำวินิจฉัยชี้ขาดอย่างเป็นเอกฉันท์ว่า ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. โดยคำวินิจฉัยนี้ถือเป็นที่สุดตามมาตรา 15/1 แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ
  • ทั้งนี้ หากศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยฉบับนี้ สามารถทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครองได้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี ตามมาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542
  • พรุ่งนี้ (24 กรกฎาคม) เวลา 9.00 น. ที่อาคารรัฐสภา คณะกรรมการสรรหาจะนัดประชุมกันอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและรับรองรายงานการประชุม จากนั้นจะส่งเรื่องให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาส่งต่อไปยังรัฐบาลเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...