สี จิ้นผิง เตรียมเยือนสหรัฐฯ ก.ย.นี้ หวังกระชับสัมพันธ์
วันนี้ (23 ก.ค.2569) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน มีกำหนดจะเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา อย่างเป็นทางการในเดือน ก.ย.2569 นี้ ซึ่ง มาร์โค รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ และ หวังอี้ รมว.ต่างประเทศของจีน ร่วมหารือในประเด็นความร่วมมือต่าง ๆ ระดับทวิภาคีปูทางสำหรับการเดินทางเยือนสหรัฐฯ ของ สี จิ้นผิง
เครือข่ายข่าวโทรทัศน์ซีเอ็นเอของสิงคโปร์รายงานว่า รูบิโอ และหวังพบหารือกันเป็นเวลาราว 90 นาทีที่ฟิลิปปินส์ เมื่อวานนี้ (22 ก.ค.) นอกรอบการประชุม รมว.การต่างประเทศภาคีสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ ASEAN และกลุ่มประเทศคู่เจรจา ซึ่ง รูบิโอ แถลงว่า มีจุดประสงค์เพื่อให้การเยือนสหรัฐฯ ของสีเป็นไปในทิศทางบวกมากที่สุด
รูบิโอ เปิดเผยว่า ถึงแม้สหรัฐฯ และจีนจะมีความเห็นต่างหลายประเด็น แต่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างต้องบริหารจัดการ เพื่อไม่แน่ใจว่าประเด็นความเห็นต่าง จะไม่ขยายลุกลามจนควบคุมไม่ได้ และว่าสหรัฐฯ และจีน ต่างมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลก ดังนั้นทั้ง 2 ฝ่ายจึงต้องธำรงความสัมพันธ์ที่ดี มิเช่นนั้นจะเป็นความไม่รับผิดชอบ และไม่รอบคอบของทั้ง 2 ประเทศ
รูบิโอ ยอมรับว่า สหรัฐฯ และจีนจะยังคงมีความเห็นต่างต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้ เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายต่างมีจุดยืนชัดเจน ที่จะปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติของตน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ายังมีบางประเด็นที่สหรัฐฯ และจีนจะร่วมมือกันได้ ด้าน หวังอี้ ไม่ได้แถลงต่อสื่อมวลชน ภายหลังการพบหารือกับรูบิโอ และยังไม่มีคำแถลงใด ๆ จากทางการจีน
รายงานระบุว่า ข้อตกลงการค้าชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ซึ่ง สี จิ้นผิง และโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สรุปร่วมกันเมื่อเดือน ต.ค.2568 ส่งผลให้ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนโดยทั่วไปมีเสถียรภาพมากขึ้น ถึงแม้ยังเป็นข้อตกลงที่ยังมีความเปราะบางก็ตาม อีกทั้งทรัมป์ยังเดินทางเยือนจีนเมื่อเดือน พ.ค.2569
อย่างไรก็ตาม การที่ทรัมป์ชี้เมื่อกลางเดือน ก.ค.2569 ว่า จีนแทรกแซงการเลือกตั้งในสหรัฐฯ เมื่อปลายปี 2563 ซึ่งเขาเป็นฝ่ายปราชัยต่อ โจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐฯ พรรคเดโมแครต สุ่มเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งนี้ จีนปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ และรูบิโอ-หวังอี้ ไม่ได้หารือในประเด็นนี้ในการพบปะกันที่ฟิลิปปินส์
อีกประเด็นหนึ่งที่อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ฝ่าย ก็คือ ข้อพิพาทในพื้นที่ในทะเลจีนใต้ระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์ โดยสหรัฐฯ และฟิลิปปินส์เป็นคู่ภาคีในสนธิสัญญาร่วมด้านกลาโหมตั้งแต่ปี 2494 ซึ่งกำหนดให้คู่ภาคีสนับสนุนซึ่งกันและกัน ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดเหตุรุนแรงจากการใช้กำลัง
ก่อนเดินทางเยือนฟิลิปปินส์ รูบิโอ ติงนโยบายของจีนในทะเลจีนใต้ และชี้ว่ากลุ่มพันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เผชิญกับภัยคุกคามจากข่มขู่รูปแบบใหม่ของจีน ทั้งนี้ สหรัฐฯ และจีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 1 และ 2 ของโลก
อ่านข่าว :
เตือน "ภาคตะวันออก-ใต้ฝั่งตะวันตก" เฝ้าระวังน้ำท่วม 26-30 ก.ค.
"อาเซียน" จ่อเรียกร้องเสรีภาพเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ศุลกากรสกัด "เอโทมิเดต" 30 กก. ซุกถังพลาสติกจากอินเดีย คาสนามบินสุวรรณภูมิ