โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผู้บริหารโตโยต้าฟาด รัฐพยายามอุ้มรถอีวีจีน เอาเปรียบผู้ที่ตั้งใจเข้ามาลงทุน

Reporter Journey

อัพเดต 16 สิงหาคม 2569 เวลา 4.19 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Reporter Journey

ผู้บริหารโตโยต้าฟาด รัฐบาลกำลังพยายามอุ้มรถอีวีจีน

[ ผู้บริหารโตโยต้าฟาดก๊อกสอง หลังได้หารือกับตัวแทนรัฐบาลว่า 4-5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามส่งเสริมรถอีวีจากจีน โดยอุดหนุนเงิน 100,000 และ 50,000 บาท ซึ่งใช้เงินภาษี แถมรถจีนภาษีก็แทบไม่เสีย ค่ายรถบางรายหัวหมออาศัยช่องว่างนำเข้ารถมาจำหน่าย แต่ไร้แผนงานลงทุนในไทย ถือเป็นเอาเปรียบผู้ที่ตั้งใจเข้ามาลงทุน รัฐอุ้มจีนจนทำประเทศสูญเสียภาษีที่ควรเก็บได้ ถ้าจะแข่งขันก็ต้องปรับมาตรการกติกาให้แข่งแบบแฟร์ๆ ทุกค่าย อย่าชกใต้เข็มขัด ]

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (Toyota) เปิดเผยว่า หลังจากโตโยต้าได้หารือร่วมกับภาครัฐ ถึงสถานการณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบัน เพื่อสะท้อนถึงสถานการณ์ความเป็นจริง โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำทางการแข่งขันระหว่างรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย และรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน

สิ่งที่โตโยต้าได้มีการหารือและเสนอไปยังรัฐบาล คือการพิจารณาปรับเกณฑ์โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่เพื่อให้ความเท่าเทียมในการเเข่งขัน โดยยึดประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ เนื่องจากปัจจุบันรถยนต์อีวีจากจีนที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเสียภาษีสรรพสามิตต่างจากรถยนต์ที่ผลิตในประเทศพอสมควร ทำให้การเเข่งขันค่อนข้างยาก

ประกอบกับเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่มีการลงทุนตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศมากกว่า ผู้ที่ใช้ช่องโหว่ทางภาษีมาเป็นโอกาสในการนำเข้ารถยนต์มาจำหน่าย ส่งผลให้ ประเทศต้องสูญเสียภาษีที่ควรต้องจัดเก็บมาใช้ในการพัฒนาประเทศต่อไป

“เห็นได้จากในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามส่งเสริมรถยนต์อีวี โดยการสนับสนุนเงินมูลค่า 100,000 และ 50,000 บาท ซึ่งเป็นการใช้เงินจากภาษี ขณะที่ค่ายรถบางรายอาศัยช่องว่างดังกล่าว นำเข้ารถมาจำหน่าย โดยที่ไม่มีแผนงานชัดเจนในการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งตรงนี้ทำให้ผู้ที่ตั้งใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเสียเปรียบ”

นายศุภกรยังกล่าวต่อไปว่า สิ่งสำคัญที่อยากสะท้อนไปยังรัฐบาล คือการหันกลับมาพิจารณาถึงการ “ปรับโครงสร้างการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต” ใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเท่าเที่ยม โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์อีวีนำเข้า และผู้นำเข้าชิ้นส่วนมาประกอบในประเทศไทย

หากมองในเรื่องของอีโคโนมีออฟสเกล ประเทศจีนการขายรถในระดับ 20 ล้านคัน แม้ว่าปัจจุบันยอดขายลดลงไป 7-8% ขณะที่ประเทศไทยขายปีละ 6 แสนคัน หรือจีนขายรถเพียงแค่ 2 อาทิตย์ เท่ากับตลาดประเทศไทยทั้งปี

อย่างไรก็ตาม ไทยไม่สามารถเเข่งขันในเรื่องของต้นทุนได้ และการที่ค่ายรถจีนนำเข้ารถยนต์เพื่อมาจำหน่ายในประเทศไทยนั้น สามารถทำได้และยังคงมีความได้เปรียบในเรื่องของต้นทุน แต่ขณะเดียวกันยังได้แต้มต่อด้านภาษีของประเทศไทย ทำให้มีความได้เปรียบทางการแข่งขันค่อนข้างมาก

ขณะที่รถยนต์ผลิตในประเทศไทย ยังต้องเสียภาษีในทุกขั้นตอน รถนำเข้าจากจีนจ่าย 8% และยังได้การสนับสนุนภาษีจากรัฐบาลอีก เรียกว่ามีการสนับสนุนในส่วนของอัตราภาษีตรงนี้แล้ว ค่ายรถจีนได้คืนไปหมด นั่นหมายความว่า ผู้บริโภคได้ใช้รถยนต์ที่ราคาถูกลงเป็นเรื่องที่ดี แต่ประเทศได้อะไรจากการสนับสนุนและจ่ายโดยรัฐบาล ซึ่ง “ค่ายรถจีนมีแต่ได้กับได้”

“ตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สนับสนุนให้ผู้บริโภคได้ใช้รถยนต์ราคาถูกลง แต่เราต้องการให้รัฐบาลลงมาพิจารณาถึงรายละเอียดอย่างแท้จริง ตลาดรถยนต์บ้านเราขายปีละ 6 เเสนคัน มีการเก็บภาษี เพื่อนำไปพัฒนาประเทศได้ แต่ใช้โครงสร้างภาษีปัจจุบันทำให้เงินภาษีที่ควรจัดเก็บได้หายไป และอนาคตถ้ายังปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้สุดท้ายจะไม่มีเงินให้รัฐบาลนำมาชดเชยตรงนี้”

“ถึงเวลาคัดกรองคนที่จริงใจกับประเทศเราได้แล้ว ไม่ใช่ปล่อยไว้แบบนี้ และผู้บริโภคไม่ผิด แต่โครงสร้างมันผิดเพี้ยนและอยากให้รัฐช่วยดูแลเรื่องพวกนี้“

ส่วนโตโยต้านั้น แม้จะได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์นำเข้าครั้งนี้ก็ตาม แต่เราก็ยอม เพราะเราต้องการให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม หรือ “แฟร์เพลย์” โดยยึดหลักประโยชน์ของประเทศไทยต้องมาก่อน

“เช่น โตโยต้า ปัจจุบันมีการเสียภาษีสรรสามิตประมาณ 20,000 ล้านบาทต่อปี จากยอดขายรถยนต์ 260,000 คันต่อปี ขณะรถอีวีมียอดขาย 120,000 คันต่อปี คิดเป็นภาษีสรรพสามิตประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งบางส่วนเป็นรถนำเข้า ส่งผลให้รัฐบาลไม่สามารถจัดเก็บภาษีในอัตราที่ควรจะเป็น นั่นหมายความว่าภาษีที่ประเทศไทยควรจะได้หายไปเรื่อย ๆ”

โดยยังย้ำอีกว่า โตโยต้า ไม่ได้ต้องการต่อต้านรถยนต์อีวี เพียงแต่ต้องการให้รัฐบาลพิจารณาโครงสร้างภาษีใหม่ให้เกิดความเป็นธรรมและเท่าเทียมกับค่ายรถยนต์ที่มีการลงทุนผลิตในประเทศไทย รวมทั้งค่ายรถอีวีที่ความตั้งใจผลิตในประเทศไทยด้วย

“เรายอมรับว่ารถบางประเภทเราอาจจะแข่งขันไม่ได้ อันนี้ต้องแฟร์เกม แต่อย่าชกใต้เข็มขัด เพื่อให้ทุกคนอยู่บนมาตรฐานการเเข่งขันเดียวกัน ส่วนลูกค้าโตโยต้าวางใจและต้องการใช้รถ BEV ของโตโยต้า เราก็มีรถไว้ตอบความต้องการ เพราะลูกค้ามั่นใจในโตโยต้า”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...