โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คุกหมื่นปี...ติดจริงกี่วัน? ชำแหละโทษแชร์ลูกโซ่สะท้านไทย จาก ‘แม่ชม้อย’ ถึง ‘Forex-3D’

สยามรัฐ

อัพเดต 35 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คุกหมื่นปี…ติดจริงกี่วัน? ชำแหละโทษแชร์ลูกโซ่สะท้านไทย จาก ‘แม่ชม้อย’ ถึง ‘Forex-3D’

ทันทีที่สิ้นคำพิพากษาคดีแชร์ลูกโซ่ระดับพันล้านอย่าง Forex-3D ตัวเลขโทษจำคุก 49,110 ปีของอดีตผู้บริหารหนุ่มก็กลายเป็นพาดหัวข่าวใหญ่ที่กระตุกความสนใจของสังคมได้ชะงัด

หลายคนเบิกตาโพลงตั้งคำถามว่า มนุษย์คนหนึ่งจะชดใช้กรรมในคุกเกือบครึ่งแสนปีได้อย่างไร ตัวเลขนี้คือสถิติสูงสุดของกระบวนการยุติธรรมไทยแล้วหรือไม่ คำตอบที่แท้จริงซ่อนอยู่ในตรรกะทางกฎหมายที่ซับซ้อนกว่าแค่การบวกลบคูณหาร และยังสะท้อนถึงรอยโหว่ทางเศรษฐกิจที่ฝังรากลึกในโครงสร้างสังคม

เบื้องหลังความมโหฬารของตัวเลขหลักหมื่น เกิดจากกลไกการนับโทษที่เรียกว่า “ต่างกรรมต่างวาระ” กฎหมายอาญาของไทยมีกรอบกติกาชัดเจนว่า การกระทำผิดหนึ่งครั้งต่อเหยื่อหนึ่งคน นับเป็นความผิดหนึ่งกรรม เมื่อคดีฉ้อโกงประชาชนหรือแชร์ลูกโซ่มีผู้เสียหายเดินเรียงหน้ากระดานเข้าแจ้งความนับหมื่นราย ศาลจึงต้องจับตัวเลขความผิดมาเรียงกระทงลงโทษ คดีของอภิรักษ์ โกฎธิ ศาลมองเห็นความผิดถึง 9,822 กระทง สั่งจำคุกกระทงละ 5 ปี ทวีคูณออกมาจึงกลายเป็นกำแพงตัวเลข 49,110 ปีอย่างที่ปรากฏ

ถึงกระนั้น โทษระดับครึ่งแสนปีก็ยังไม่อาจทาบรัศมีตำนานหน้าหนึ่งของประเทศได้ หากเราหมุนเข็มนาฬิกากลับไปในปี 2532 คดี “แชร์แม่ชม้อย” คือเจ้าของสถิติที่แท้จริง นางชม้อย ทิพย์โส สร้างภาพฝันธุรกิจค้าน้ำมัน บรรจงหลอกล่อคนกว่าหมื่นหกพันราย กวาดเม็ดเงินเข้ากระเป๋าไปมหาศาล ศาลยุคนั้นสั่งจำคุกเธอและพวกเบ็ดเสร็จ 154,005 ปี ตัวเลขนี้มหึมาเสียจนได้รับการจารึกลงกินเนสส์บุ๊กว่าเป็นโทษจำคุกคดีฉ้อโกงที่ยาวนานที่สุดในโลก

ประวัติศาสตร์อาชญากรรมทางเศรษฐกิจของไทยไม่เคยขาดแคลนคดีตัวเลขเฟ้อ เราได้เห็นวิวัฒนาการของการหลอกลวงที่ปรับตัวไปตามสภาพเศรษฐกิจและเทคโนโลยี คดีแชร์แม่มณีเล่นกับความโลภผ่านดอกเบี้ยร้อยละ 93 ต่อเดือน จบลงด้วยโทษ 12,640 ปี คดีแชร์ยูฟันที่พลิกแพลงใช้เงินดิจิทัลบังหน้า ศาลก็สั่งจำคุกทะลุหมื่นสองพันปี แม้กระทั่งซินแสโชกุนที่ลอยแพผู้คนกลางสนามบินสุวรรณภูมิด้วยแพ็กเกจทัวร์ทิพย์ก็ยังรับโทษไปกว่าสี่พันปี รูปแบบหน้าฉากอาจเปลี่ยนจากถังน้ำมันล่องหน สู่สกุลเงินดิจิทัลและตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ แต่แก่นแท้ของมันคือการสูบเลือดจากความปรารถนาอยากรวยลัดของมนุษย์

หลายครั้งสังคมมักตั้งคำถามเชิงตำหนิว่า เหตุใดผู้คนจึงหลงเชื่อคำลวงที่ดูไร้เหตุผลเหล่านั้น หากวิเคราะห์ลึกลงไป เหยื่อของขบวนการเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนหาเช้ากินค่ำหรือผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา ทว่า ครอบคลุมไปถึงข้าราชการระดับสูง นักธุรกิจ พนักงานออฟฟิศ หรือแม้แต่ปัญญาชน กลไกทางจิตวิทยาที่มิจฉาชีพนำมาใช้ถูกออกแบบมาอย่างแยบยล พวกเขาสร้างภาพลักษณ์ความสำเร็จ นำเสนอตัวเลขอัตราผลตอบแทนที่ชนะเงินเฟ้อและดอกเบี้ยเงินฝากในยุคข้าวยากหมากแพง ผนวกกับระบบเครือข่ายที่ดึงเอาคนใกล้ชิดมาเป็นกลไกสร้างความน่าเชื่อถือ เมื่อความไว้วางใจทำงานร่วมกับความโลภ กำแพงแห่งความระแวดระวังจึงพังทลายลงอย่างง่ายดาย

ภาพจำของคนทั่วไปอาจคิดว่าผู้ต้องหาคดีเหล่านี้ต้องนอนหนาวในเรือนจำไปจนตายข้ามภพข้ามชาติ ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ได้กางร่มชูชีพเอาไว้ โดยกำหนดเพดานโทษจำคุกสูงสุดเพื่อรักษาสมดุลระหว่างการลงทัณฑ์และสภาพความเป็นจริงของมนุษย์ สำหรับคดีฉ้อโกงประชาชนซึ่งโทษแต่ละกระทงตกอยู่ราว 3-5 ปี กฎหมายขีดเส้นตายไว้ชัดเจนว่า เมื่อรวบยอดแล้วต้องรับโทษจริงไม่เกิน 20 ปี

นั่นหมายความว่า ไม่ว่าศาลจะเคาะตัวเลขออกมาสี่หมื่นปีหรือแสนกว่าปี ปลายทางของการจองจำก็ถูกหยุดไว้ที่สองทศวรรษ ซ้ำร้ายในทางปฏิบัติ หากนักโทษปฏิบัติตัวดีตามเกณฑ์กรมราชทัณฑ์ เลื่อนชั้นเป็นนักโทษชั้นดีหรือชั้นเยี่ยม และได้รับพระราชทานอภัยโทษตามวาระสำคัญ ระยะเวลาหลังลูกกรงอาจหดสั้นลงอย่างน่าใจหาย บทเรียนจากแม่ชม้อยที่ใช้เวลาชดใช้กรรมจริงเพียงเจ็ดปีเศษ เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีที่สะท้อนความจริงข้อนี้

เมื่อมองผ่านเลนส์ของการวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์การเมือง ปรากฏการณ์ตัวเลขหลักหมื่นปีจึงเป็นเพียงสัญลักษณ์ที่กระบวนการยุติธรรมใช้ตีตราความย่อยยับของสังคม มากกว่าจะเป็นระยะเวลาจองจำจริง มันคือภาพสะท้อนความล้มเหลวของการป้องกันอาชญากรรมเศรษฐกิจเชิงรุก โครงสร้างเศรษฐกิจที่บีบคั้น ช่องว่างความเหลื่อมล้ำที่ถ่างกว้าง และการขาดภูมิคุ้มกันทางการเงิน ผลักดันให้คนจำนวนมากยอมกระโดดเข้าหาความเสี่ยง รัฐมักขยับตัวเชื่องช้า ปล่อยให้เหยื่อล้มตายทางเศรษฐกิจเป็นเบือเสียก่อนกระบวนการปราบปรามจึงค่อยเริ่มต้น

การแก้ปัญหานี้เรียกร้องวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลกว่าการนั่งนับตัวเลขโทษจำคุกตามหลังเหตุการณ์ กฎหมายที่ล้าหลังจำเป็นต้องได้รับการยกเครื่อง โดยเฉพาะการเพิ่มน้ำหนักในมาตรการยึดทรัพย์และติดตามเส้นทางการเงิน การติดคุกอาจไม่ใช่สิ่งที่อาชญากรคอปกขาวหวาดกลัวที่สุดเท่ากับการถูกริบทรัพย์สินที่ได้จากการฉ้อโกงไปจนหมดสิ้น

หากกระบวนการยุติธรรมสามารถนำเงินคืนสู่กระเป๋าผู้เสียหายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นั่นต่างหากคือการทวงคืนความยุติธรรมที่จับต้องได้

ตราบใดที่กลิ่นหอมหวานของผลตอบแทนลวงตายังคงเย้ายวนใจผู้คน วงจรการระดมทุนนอกระบบจะไม่หายไปจากสังคมไทย คดีฉ้อโกงระดับประวัติศาสตร์พร้อมจะเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เปลี่ยนแค่ชื่อตัวละคร สินค้าบังหน้า และตัวเลขบรรทัดสุดท้ายบนหน้าหนังสือพิมพ์

บทลงโทษจำคุกจริงที่ถูกบีบให้เหลือเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อเทียบกับตัวเลขตามคำพิพากษา อาจรุนแรงไม่พอที่จะสร้างความเกรงกลัวให้แก่อาชญากรรุ่นใหม่ ที่พร้อมจะเดิมพันอิสรภาพระยะสั้นแลกกับความมั่งคั่งบนคราบน้ำตาของผู้อื่น

#Forex3D #แชร์แม่ชม้อย #แชร์ลูกโซ่ #อาชญากรรมเศรษฐกิจ #ข่าวอาชญากรรม #เตือนภัยการลงทุน #ฉ้อโกงประชาชน #กฎหมายอาญา #โทษจำคุก #สยามรัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...