โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พลพีร์-วรศิษฎ์” สั่งสอบนอมินีพะงันหลังเป้าหมายปิดประตูหนี พบต่างชาติถือหุ้นเกินครึ่งอื้อ

สยามรัฐ

อัพเดต 14 ส.ค. เวลา 09.39 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. เวลา 09.12 น.

วันที่ 14 ส.ค. ที่ว่าการอำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่อำเภอ เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดินของต่างชาติผ่านนอมินี โดยทันทีที่เดินทางมาถึงได้ประชุมหารือร่วมกับ นายไพสิฐ ทองเจิม นายอำเภอเกาะพะงัน นายอำเภอเกาะพะงัน นายณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง หม่อมหลวงภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า นายชวลิต โรจรัตน์ ปลัดจังหวัดสุราษฎร์ธานี พันตำรวจเอกอภิชาติจันทร์สำเร็จ ผู้กำกับการสภ.พะงัน พันตำรวจโทสภาจิตต์หลัง ปฏิบัติการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายกเทศมนตรีตำบลเกาะพะงัน นายกเทศมนตรีตำบลเพชรพะงัน นายกเทศมนตรีตำบลบ้านใต้ รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โดยนายพลพีร์ ระบุว่า การปฏิบัติภารกิจครั้งนี้สืบเนื่องจากนายกรัฐมนตรีได้เดินทางมายังพะงันด้วยตัวเอง เมื่อประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการจัดระเบียบสังคมของกระทรวงมหาดไทยโดยตรงมีความรู้สึกว่าตั้งแต่วันที่นายกรัฐมนตรีมาจนถึงวันนี้ ยังไม่มีอะไรคืบหน้าหรือเปลี่ยนแปลงจึงลงมาติดตามถึงปัญหาของการจัดการ สิ่งที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นนอมินีทุนเทาแรงงานต่างด้าวการจดทะเบียนนิติบุคคลต่างๆบนเกาะพะงัน ที่วันนี้เห็นข้อมูลแล้วว่านิติบุคคลที่เป็นของต่างชาติทั้งหมด 104 บริษัทถือครองที่ดินทั้งหมด 124 แปลง จะมาตรวจสอบทุกบริษัทและทุกแปลง ที่ต่างชาติถือครองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นบริษัทที่ต่างชาติถือครองหุ้นมากกว่าคนไทยส่วนในบริษัทที่ต่างชาติถือน้อยกว่าคนไทย เรายังมีเป้าและจะสืบสวนต่อไป โดยเฉพาะในวันนี้ จะมีสถานบริการไม่ว่าจะเป็นโรงแรม สถานประกอบการร้านค้าต่างๆที่ในวันนี้ ที่เชื่อว่าเป็นของนอมินีโดยชัดเจน

โดยนายพลพีร์ ย้ำว่า ตนเข้าใจในบริบทของการปกครองการบริหารหรือหน้าที่เป็นอย่างดี บนเกาะพะงันแห่งนี้ เพราะฉะนั้นภารกิจที่ตนจะลงไปดำเนินการควบคู่กันกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คืองานตนไม่อยากเอาเนื้อหาของที่ประชุมนี้ ได้มีการสื่อสารไปถึงภาคเอกชน ก่อนที่เราจะไปเข้าตรวจ และเน้นย้ำว่า ภารกิจคือภารกิจส่วนความรู้สึกหรือมักคุ้น ความคุ้นเคย กับผู้ประกอบการวันนี้ จะต้องยึดกฎหมายเป็นหลัก พร้อมขอให้ยึดถือหลัก 3 อย่าง คือชาติ แผ่นดินไทยจะต้องเป็นของคนไทย ไม่สามารถที่จะปล่อยให้ต่างชาติมาครอบครอง หรือเป็นเจ้าของได้เลย จุดนี้พวกตนทั้ง 2 คน ชัดเจน /และ เราต้องปกป้องวันนี้เราต้องปกป้องคนไทย คือคนไทยต้องห้ามถูกเบียดเบียนสิทธิ์ การทำงานของคนไทยอาชีพจะต้องไม่ถูกแย่งโดยคนต่างชาติ และเราจะต้องปกป้องคนไทย และผู้ประกอบการที่ทำถูกกฎหมาย เพราะฉะนั้นหากวันนี้มีผู้ประกอบการในธุรกิจเดียวกันมาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายแล้วคนไทยสู้ไม่ได้ ทุนของคนไทยเองสู้ทุนของต่างชาติไม่ได้ ตนขอย้ำว่าทุกโรงแรมที่ดำเนินการได้พิจารณาแล้วว่าเป็นพื้นที่ที่เสี่ยง แปลว่าหากมีนักท่องเที่ยวคนไทยมาอาศัยหรือมาพัก หากเกิดไฟไหม้เหมือนโรงเบียร์ลาดพร้าว คงตายทั้งหมด เราไม่ได้สนใจว่าโรงแรมที่เราไปดูหรือไปเตือน หรือให้ปรับปรุง มีบริการ 3 ห้องหรือ 300 ห้องเราก็ทำมาแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้จะต้องยึดความถูกต้อง

นายพลพีร์ ยังยอมรับถึงอีกหนึ่งข้อข้อกังวล ฝากทางตม.ช่วยตรวจสอบคือโรงแรมที่ประกอบการโดยผิดกฎหมาย มักจะเป็นโรงแรมที่ไม่รายงานชื่อผู้ที่เข้าพักต่อเจ้าพนักงาน นั่นหมายความว่าเมื่อมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาอาศัยหรือพักพิงเป็นระยะเวลาสั้นหรือยาว เราไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่านักท่องเที่ยวรายนั้นเข้าพักที่ใดหรือเป็นระยะเวลาเท่าใด หากมีการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยว โรงแรมที่มีความตั้งใจจะไม่เข้าระบบเรารู้ว่าไม่อยากลงทุน โดยพยายามประกอบธุรกิจที่ใช้ต้นทุนถูกกว่าธุรกิจที่ถูกกฎหมาย คนไทยเจ๊ง ต่างชาติเจริญ สิ่งที่ตนยังรับไม่ได้

นายพลพีร์ ยังย้ำถึง การลงพื้นที่ในวันนี้จึงอยากมาดูว่าเหตุใดจากหลังจากที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ ยังไม่สามารถแก้ไขได้ วันนี้ตั้งใจจะมาช่วยกันส่งเสริมเจ้าพนักงานว่าอย่าเกรงกลัวทุนต่างชาติ หรือต้องทำให้ถูกกฎหมาย วันนี้ตนจะนำทัพพาท่านไปทำเองให้รู้ว่าทำได้ตนไม่สนใจว่ารีสอร์ทบนเขานั้นเป็นของใครลงทุนเท่าไหร่ตนไม่สนใจ ผิดก็ดำเนินการต่อ ต้องเข้าใจบริบทของเกาะพะงันไม่เหมือนที่อื่นขนาดมีเกาะเล็กๆมีประชากรแฝงโดยเฉพาะต่างชาติอยู่ 45,000 คน ซึ่ง 20,000 คนเป็นแรงงานต่างด้าว แรงงานที่ถูกกฎหมายตนรับได้ แต่ผิดกฎหมายมาแย่งอาชีพคนไทยตนรับไม่ได้

พร้อมกับได้หารือร่วมกันกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในพื้นที่ของแหล่งท่องเที่ยว อาจจะต้องมีการ up skill ให้กับแรงงานไทย เพื่อที่จะเข้าถึงตลาดแรงงานเพื่อให้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยว เพื่อที่จะมีรายได้ หากไม่คุยกันทำให้ต่างชาติ มายึดอาชีพของคนไทย

เรารู้เราเห็นว่าทุกพื้นที่บางแปลงไม่ควรมีโฉนดแต่ทำไมจึงมีบางแปลงมีโฉนดถูกต้องตามกฎหมายแต่มีการขยายไปในพื้นที่ป่าไม้ อย่ามองแล้วเพียงกระพริบตาเฉยๆ ขอให้จัดการสภาพอากาศเกาะพะงัน วันนี้ถูกทำร้ายทุกวัน เมื่อสักครู่มีการหารือก่อนที่จะเข้าประชุมในที่นี้โดยมอบหมายให้ทางที่ดินและป่าไม้ไปตรวจโฉนดทุกแปลง ที่มีความคาบเกี่ยวในเขตพื้นที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นายพลพีร์ ยังกล่าวว่า บริษัทที่วันนี้ตรวจสอบแล้วและเป็นบริษัทคนต่างชาติจำนวน 104 บริษัทนี้ ครอบครองที่ดินอยู่ตรงพื้นที่ใด จะต้องดำเนินการต่อ ผ่านอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดนำเข้าสู่คณะเพื่อประชุมและบังคับจำหน่ายทันที หลักฐานไม่มีชัดไปกว่านี้แล้ว และขอ วิงวอนให้รองอธิบดีได้โดย ว่าบริษัทใดที่กลับมาซื้อที่ดินเหล่านี้ต่อ เพราะตนเกรงว่าบริษัทที่โดนจำหน่ายจะนำบริษัทลูกมาซื้อที่ดินแปลงเดิมเพราะไม่ยอมปล่อยที่ดินที่มีมูลค่าสูงหลุดไปจากมือได้ และคนในพื้นที่ตาสีตาสาคงไม่มีเงินมาซื้อ จากที่ดินต่างชาติต้องเราต้องเข้าไปดู เข้าใจว่างานอาจจะเพิ่มมากขึ้นมีรายละเอียดในการส่งฟ้องทำสำนวนร้องต่อศาล หรือต่อไปอาจส่งผลให้ถูกฟ้องแต่หากร่วมมือกับตน 2 คนทำเพื่อชาติ พี่วันนี้พอแล้วที่วันนี้คนไทยที่อาศัยอยู่บนเกาะและในแหล่งท่องเที่ยวหรือในพื้นที่ที่มีค่าครองชีพสูงจะต้องถูกปุ้ยปุ้ยยำโดยต่างชาติตนว่าไม่ได้

ก่อนย้ำว่า หากกฎหมายหรือระเบียบใดเป็นอุปสรรคในพื้นที่ ต้องได้รับการพิจารณาแก้ไข เพราะเรา เป็นผู้แทนราษฎร จะหารือเพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมสภาเพื่อแก้ไข แต่ขณะเดียวกันในระดับพื้นที่ ท่านต้องเดินไปกับตน เรื่องที่ผิดกฎหมายเล็กๆฟูลมูน การขายยาเสพติด ในพื้นที่ ตนเป็นคนโคราช ทำงานในกรุงเทพฯทำไมตนถึงรู้เรื่องพวกนี้ แต่พวกท่านเป็นข้าราชการที่อยู่ที่นี่ ทำไมถึงไม่ทราบ และศาสนสถานบนเกาะแห่งนี้ คนทั่วประเทศรู้หมดว่าปัญหาคืออะไร แต่ขอชื่นชมและอำเภอและผู้กำกับการช่วยการบริหารจนวันนี้ศาสนสถานบนเกาะพะงัน ปรับตัวดีขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าการปรับตัวนั้นจะไม่มีธุรกิจอำพรางที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเราต้องสืบต่อ

ขณะที่นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เรื่องการประกอบธุรกิจโรงแรมในพื้นที่ ตนอยากทำโมเดลเหมือนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ว่าในพื้นที่มีโรงแรมอยู่จำนวนเท่าใดมีใบอนุญาตเท่าใด เพิ่งเห็นได้ชัดเจนว่ามีปัญหาได้หลายอย่าง ทั้งผู้ประกอบธุรกิจสามารถแก้ไขปัญหาได้เอง หรือ จะเอาแก้ไขกฎหมาย ภายใต้หลัก 2 ข้อ คือต้องไม่ใช่เรื่องของการใช้พื้นที่สาธารณะ และจะต้องไม่กระทบเรื่องความปลอดภัยในการใช้บริการ และเมื่อเราแก้ไขกฎหมายเหล่านี้ ที่ประกอบไปด้วยพ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร กฎกระทรวง จึงอยากให้พื้นที่ทำตัวเลขว่าโรงแรมไม่มีใบอนุญาตเท่าไหร่ ติดข้อกฎหมายอย่างไร และหากแก้ไขกฎหมายเสร็จแล้วสิ่งที่จะเห็นคืออะไร เพราะอย่าลืมว่าโรงแรมเหล่านี้ เข้าสู่ระบบถูกต้องตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือการจัดเก็บรายได้ของรัฐที่จะต้องเพิ่มขึ้น อย่างในภูเก็ตหากทำจบท้องถิ่นมีเงินเพิ่มขึ้นหลายพันล้านบาท อาจถึง 2,000 ล้านบาทต่อปีที่จะเข้าสู่ระบบและเงินเหล่านั้นจะโอนกลับมาดูแลประชาชนในพื้นที่ และยังขยายไปถึงเรื่องของความสะดวกเรียบร้อยและความมั่นคง

ขณะที่นายอำเภอเกาะพะงัน กล่าวว่า หลังจากที่มีปัญหาของชาวอิสราเอลในพื้นที่ มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาใน 2 ส่วนคือการแก้ไขปัญหาแรงงานและสิ่งปลูกสร้าง โดยมีการดำเนินคดีกับนอมินีในช่วงแล้ว และมีการเปิดปฏิบัติการมาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการจับกุมโรงเรียนเอกชนนอกระบบ "อาร์กิ คิดส์" พบมีลูกหลานชาวอิสราเอลเข้าศึกษาจำนวนมาก

โดยมีการจับกุมดำเนินคดีต่อชาวอิสราเอลไปแล้วกว่า 107 คดี ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 พบคดียาเสพติด ตรวจคนเข้าเมือง ต่างด้าว และประกอบธุรกิจนอมินี

โดยนายพลพีร์ กล่าวในช่วงท้ายของการประชุม ว่าหนึ่งในเป้าหมายปิดประตูแล้ว ไม่ให้เข้า ตนคิดว่าการทำงานแบบนี้ไม่ได้ เดี๋ยวอาจจะต้องขอเปลี่ยนเป็นตม.กับแรงงานเข้า เนื่องจากเขาล็อคประตูด้านหน้าแล้ว และเราไม่ได้มีหมายในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะฉะนั้นอย่างที่ตนได้เรียนเสมอมาว่า นี่ขนาดรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยมา 2 คน เป้าหมายยังรู้ เพราะฉะนั้นนายอำเภอจะต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน ว่าเหตุอย่างนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ตนบอกเลยว่าไม่น่ารัก แต่ก็ไม่ละความพยายามหากต้องหมดท่อเข้าก็จะหมดการปิดหนีเช่นนี้แสดงเจตนารมณ์ชัดเจนอยู่แล้ว ว่าเป็นอย่างไร ส่วนบริษัทนอมินีทั้ง 104 บริษัทนั้น ตนให้ระยะเวลา 30 วัน ในการดำเนินการให้เสร็จสิ้น

ด้าน วรศิษฎ์เน้นย้ำเรื่องอาวุธปืน ที่จะต้องเข้มงวดเรื่องการตรวจตราและตรวจขันโดยเฉพาะทางฝั่งปกครองรวมไปถึงฝั่งตำรวจเมื่อวานนี้ ได้มีการจัดการประชุม workshop ร่วมกันระหว่างปกครองและตำรวจ นายกรัฐมนตรีเองก็มีข้อสั่งการอย่างชัดเจน ว่าให้กวดขันตั้งด่าน เน้นไปที่อาวุธปืนและยาเสพติด ก่อนที่นายพลพีร์ จะกล่าวเสริม ให้นายอำเภอไปตรวจสอบ การออกใบอนุญาตป. 3 และป. 4 มีจำนวนตรงกันหรือไม่ และเมื่อครอบครองได้ใบป.3 แล้ว ไม่ออกใบป. 4 เป็นจำนวนเท่าไหร่ ขอให้ทำรายงานมาเป็นรายปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...