ลูกหนี้ ธ.ก.ส. นับล้านรายระส่ำ จ่อสิ้นสุดมาตรการพักหนี้ 9 ปี ห่วงหนี้เสีย ผ่อนไม่ไหว
เกษตรกรไทยรายย่อยมากกว่า 1 ล้านราย กำลังเผชิญกับความเสี่ยงในการชำระหนี้ครั้งใหญ่ เนื่องจากนโยบายพักชำระหนี้ระยะยาวของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กว่า 9 ปี กำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 ก.ย. 2569 ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนในนโยบายจากรัฐบาลว่าจะมีมาตรการต่ออายุหรือไม่ ทำให้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป ลูกหนี้ที่อยู่ในโครงการราว 1.2 ล้านราย ต้องเตรียมตัวกลับมาชำระหนี้ตามปกติ
ความตึงเครียดนี้สร้างความกังวลใจทั้งต่อตัวเกษตรกรและธนาคาร ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจซบเซา สินค้าเกษตรราคาตกต่ำ และต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง หลายฝ่ายกังวลว่าลูกหนี้ที่คุ้นชินกับระบบพักชำระหนี้ต่อเนื่องมานับตั้งแต่ปี 2561 สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจไม่สามารถหาเงินมาชำระได้ตามปกติจนกลายเป็นหนี้เสีย (NPL) ของธนาคารในที่สุด
สำหรับโครงการพักชำระหนี้ลูกค้ารายย่อยล่าสุด (เงินต้นไม่เกิน 300,000 บาท) ที่ ครม. อนุมัติไว้แบบแบ่งการประเมินรายปีเป็นเวลา 3 ปี (ปี 2566–2569) เดิมทีมีผู้เข้าร่วมกว่า 1.4 ล้านราย วงเงินประมาณ 200,000 ล้านบาท แม้จะมีลูกหนี้ฟื้นฟูศักยภาพจนขอออกจากโครงการก่อนกำหนดไปได้กว่า 1 แสนราย แต่ปัจจุบันยังคงเหลือยอดลูกหนี้ในระบบประมาณ 1.28 ล้านราย คิดเป็นวงเงินหนี้รวมราว 180,000 ล้านบาท ที่กำลังจะหมดสัญญารักษาการพักหนี้ในสิ้นเดือน ก.ย. นี้
เส้นทางมาตรการพักหนี้เกษตรกร 9 ปี (2561–2569)
ปี 2561–2564: รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เริ่มพักชำระเงินต้น 3 ปี ให้เกษตรกรกว่า 3.8 ล้านครัวเรือน พร้อมลดดอกเบี้ย 3% สำหรับวงเงินต้น 300,000 บาทแรก
ปี 2563–2565: รัฐบาลออกมาตรการพักชำระหนี้ฉุกเฉินรับมือวิกฤตโควิด-19 ทั้งการพักหนี้อัตโนมัติช่วงล็อกดาวน์ และการขยายเวลาตามความสมัครใจเป็นระยะ
ปี 2566–2569: รัฐบาลเพื่อไทยสานต่อนโยบายพักชำระหนี้ลูกค้ารายย่อยต่อเนื่อง 3 ระยะ (ระยะที่ 1 สิ้นสุด ก.ย. 67, ระยะที่ 2 สิ้นสุด ก.ย. 68 และระยะที่ 3 สิ้นสุด 30 ก.ย. 69) โดยรัฐบาลรับภาระชดเชยดอกเบี้ยแทน
ขณะนี้บรรดาเกษตรกรต่างกำลังจับตาดูท่าทีของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด ว่าจะมีการออกมาตรการช่วยเหลือระลอกใหม่หรือแนวทางปรับโครงสร้างหนี้เพิ่มเติมเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านหลังจบมาตรการหรือไม่