โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ดุลยภาค" ชี้ สงครามรัสเซีย-ยูเครน ศึกชิงรัฐใหม่ของตุ๊กตาแม่ลูกดก

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 21 ก.ค. 2565 เวลา 02.18 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2565 เวลา 02.17 น.

วันที่ 20 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา ดุลยภาค ปรีชารัชช นักวิชาการด้านการเมืองเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ให้ความคิดเห็นสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยเปรียบภาพเหมือนกันสินค้าชื่อดังของรัสเซียอย่างตุ๊กตาแม่ลูกดกว่า

สงครามรัสเซีย-ยูเครน / ศึกชิงรัฐใหม่ในคราบตุ๊กตาแม่ลูกดก

มักเปรียบกันว่าการล่มสลายของสหภาพโซเวียตเหมือนการล้มลงของตุ๊กตาแม่ลูกดก (Matryoshka-มาตยอชก้า) ซึ่งบรรดาลูกน้อยหลากหลายขนาดที่ซ่อนตัวอยู่ในร่างแม่ต่างหกกระดอนออกมาประดุจกับการแตกกระจายออกเป็นรัฐเอกราชอิสระจำนวนมากที่ฉีกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียต การนำเรื่องการล้มลงหรือการแยกตัวของรัฐไปเทียบเคียงกับตุ๊กตาไม้ที่เป็นสินค้ายอดนิยมในรัสเซีย ถือว่าให้ภาพเปรียบเทียบที่ชัดเจนมาก นับแต่จักรวรรดิโซเวียตล่มสลาย มีรัฐอิสระเกิดใหม่ 15 แห่ง ซึ่งรวมตัวกันในเครือรัฐเอกราชโดยมีรัสเซีย (ซึ่งเป็นรัฐสืบสิทธิต่อจากสหภาพโซเวียต) เป็นรัฐแกนนำ ครั้นเมื่อเวลาผ่านพ้นไปราว 30 ปี มีรัฐลูกดกหลายรัฐที่ยังคงภักดีหรือไม่ก็มีสัมพันธภาพที่แน่นแฟ้นกับรัสเซีย เช่น อาร์มีเนีย เบลารุส คาซัคสถาน ฯลฯ หากแต่ก็มีรัฐลูกดกบางรัฐที่หน่ายหนีตีตนออกห่างจากรัสเซีย โดยเฉพาะ จอร์เจียและยูเครน หากนำเรื่องการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจการเมืองของเครือรัฐโซเวียตมาควบรวมกับเรื่องภูมิรัฐศาสตร์และการเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดน ก็เห็นชัดว่า ยูเครนมีเส้นทางทุนนิยมและการเปลี่ยนสู่ประชาธิปไตยที่แนบชิดไปทางสหรัฐอเมริกาและยุโรปมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นลูกดกที่ไม่เข้าพวกหรือเดินไปคนละทิศคนละทางกับรัสเซีย ขณะเดียวกัน ทำเลภูมิรัฐศาสตร์ยูเครนที่กุมพื้นทวีปยูเรเชียในส่วนที่เชื่อมโยงกับทะเลดำก็กระตุ้นให้มหาอำนาจอย่างสหรัฐฯและรัสเซียจำเป็นต้องแข่งขันกันโดยธรรมชาติเพื่อควบคุมจุดยุทธศาสตร์ทั้งในการป้องกันและกดดันกันไปมา หากแต่ในรัฐยูเครนเองก็มีลูกดกตัวน้อยๆซ่อนตัวอยู่ในร่างแม่ที่เปราะบาง นั่นก็คือ “ลูฮานสก์” กับ “โดเนสตก์” ในภูมิภาคดอนบาสซึ่งติดกับรัสเซียและมีประชากรที่พูดภาษารัสเซียจำนวนมากพร้อมมีกลุ่มกบฎติดอาวุธแบ่งแยกดินแดนที่นิยมรัสเซียและต่อสู้เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลเคียฟ จริงแล้ว นับแต่โซเวียตล่มลงเมื่อปี ค.ศ.1991 ลูกดกยูเครนซึ่งกระโดดออกจากร่างแม่โซเวียตก็ได้ค่อยๆเติบใหญ่ขึ้น แถมดื้อดึงเดินสวนทางกับรัสเซีย(ซึ่งถือตนว่าเป็นพี่ใหญ่ที่รับมรดกจากโซเวียตมามากที่สุด) แต่แล้วพี่ใหญ่รัสเซียก็กลับรุกรานตีกระทุ้งน้องยูเครน จนเขมือบดินแดนไครเมียมาได้ตั้งแต่ปี ค.ศ.2014 และในวันนี้ ก็ผลักให้ลูกๆที่ชื่อลูฮัสส์กับโดนเนสเริ่มหกกระดอนออกมาจากร่างแม่ยูเครน รัสเซียทำสงครามบุกยูเครนในขั้นแรกๆก็เพื่อตั้งแนวระเบียงยุทธศาสตร์ที่ร้อยเรียงสามรัฐลูกดก (ลูฮันส์ โดนเนส ไครเมีย) ให้เหนียวแน่นขึ้นจนส่งผลให้การส่งสินค้าหรือการส่งกำลังบำรุงทางทหารตั้งแต่ชายแดนรัสเซียไปจนถึงทะเลดำดูสะดวกโยธินขึ้น แถมการได้ดินแดนหรือการตั้งรัฐบริวารใหม่ยังช่วยให้รัสเซียมีพื้นที่ตั้งรับเพิ่มจนเกิดแนวปะทะหรือแนวกันชนใหม่ที่ใช้ป้องกันการแผ่อิทธิพลของนาโต้ไม่ให้ประชิดคุกคามรัสเซียจนเกินไปได้ ส่วนยูเครนนั้นก็ต้องทำสงครามเพื่อป้องกันการแยกตัวตั้งรัฐใหม่ของสองสาธารณรัฐในดอนบาส หลังจากที่เสียไครเมียไปเมื่อหลายปีก่อน กองทัพยูเครนยังต้องรวมกำลังกันเพื่อป้องกันการเสียดินแดนเพิ่มและก็ต้องคิดถึงการบูรณะฟื้นฟูชาติและรัฐใหม่อันเป็นผลการการบุกตีแบบหนักหน่วงของทัพรัสเซีย ฉะนั้นแล้ว การยุทธ์ระหว่างรัสเซียและยูเครนซึ่งเป็นรัฐสลาฟในเครือโซเวียต ส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องของการทำสงครามสร้างรัฐหรือชิงรัฐใหม่ในคราบตุ๊กตาแม่ลูกดกนั่นเอง

ภาพแรก การ์ตูนล้อเลียนเหตุการณ์ล่มสลายของสหภาพโซเวียต วาดโดย Georges Million นักวาดการ์ตูนชาวฝรั่งเศส ภาพสอง ตุ๊กแตแม่ลูกดก ของที่ระลึกจากรัสเซียและในประเทศค่ายอดีตสหภาพโซเวียต (ที่มา: Gotogether Travel) ภาพสาม ปูตินที่อยากให้รัสเซียฟื้นคืนยิ่งใหญ่เหมือนกับจักรวรรดิโซเวียตและจักรวรรดิรัสเซียในอดีตกับกอร์บาชอฟที่มีนโยบายปรับสัมพันธ์กับสหรัฐฯแต่ก็ก่อกระทบต่อการล่มสลายของสหภาพโซเวียต (ที่มา: Reuters)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...