เป็นกันมั้ย! คนไทย 70% ฮีลใจด้วยการกินขนม
เป็นกันมั้ย! คนไทย 70% ฮีลใจด้วยการกินขนม
จากผลการวิจัยผู้บริโภคของ Mintel Global ในปี 2564 ชี้ให้เห็นว่า ‘การมาถึงของโรคระบาดโควิด-19 มีผลต่อความต้องการของผู้บริโภคไทยในหลายด้าน’ ทั้งด้านการดูแลเอาใจใส่สุขภาพร่างกาย หรือแม้แต่สุขภาพทางอารมณ์ เห็นได้จากที่คนไทยกว่า 77% หันมาบริโภคขนมประเภทกรุบกรอบเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในแง่หนึ่งเปรียบเสมือนการให้รางวัลและเยียวยาจิตใจตนเองในสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้
ทั้งนี้ เมื่อความตึงเครียดจากสถานการณ์ดังกล่าว ประกอบกับวิถีชีวิตแบบคนเมืองที่เร่งรีบ จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจหากทั้งสองสิ่งนี้จะมามีผลต่อพฤติกรรมการรับประทานอาหารของผู้คนในยุคนี้ ซึ่งจากผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า 76% ของผู้บริโภคมักจะมีพฤติกรรมของการ ‘เคี้ยวไปเรื่อย’ คือการรับประทานขนมกรุบกรอบระหว่างทำงาน ระหว่างเดินทาง หรือระหว่างกิจกรรมอื่นๆ เป็นประจำ
นอกเหนือจากนี้ ผลการสำรวจยังพบอีกว่า คนไทยกินขนมกรุบกรอบและเครื่องดื่มแทนอาหารมื้อหลักมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากคนอินเดีย เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดอื่นๆ ในเอเชียแปซิฟิก ผู้บริโภคไทยจำนวนมากรับประทานขนมกรุบกรอบในโอกาสที่เรียกว่า ‘we-time’ หรือช่วงเวลาที่ใช้ทำกิจกรรมพิเศษร่วมกับผู้อื่น (54%) และ ‘me-time’ หรือช่วงเวลาที่รู้สึกเบื่อหรือเครียด (45%)
ถึงแม้ว่าการรับประทานขนมกรุบกรอบจะส่งผลดีต่อจิตใจ แต่เราไม่สามารถปฏิเสธความจริงที่ขนมกรุบกรอบต่างประกอบไปด้วยสารปรุงแต่งมากมาย ซึ่งอาจขัดกับความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการ ‘อาหารเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น’ ทำให้เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา การเปิดตัวของขนมกรุบกรอบที่ทำด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติและไร้สารเติมแต่ง ปราศจากวัตถุกันเสียและสารก่อภูมิแพ้มีเพิ่มมากขึ้น (19%)
ขณะที่ผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมก็เติบโตขึ้นเช่นกัน (17%) ในทางกลับกัน การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของขนมกรุบกรอบที่มีรสเค็มหรือโซเดียมสูงต่างลดลง (-11%)
ทั้งนี้ นอกเหนือจากการเสาะหาผลิตภัณฑ์ ขนมกรุบกรอบต่างๆ ที่ปราศจากส่วนผสมที่อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่น โซเดียม สารเติมแต่ง และวัตถุกันเสีย ผู้บริโภคไทยยังมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์เพิ่มเติมต่อสุขภาพเช่นกัน
การรับประทานขนมประเภทดังกล่าวในแง่หนึ่งทำให้ผู้บริโภครู้สึกผิดน้อยลงในการรับประทานขนมกรุบกรอบ เนื่องจากพวกเขาจะได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่สุขภาพ แทนที่จะเป็นสารปรุงแต่งแบบดั้งเดิม
โดยการเพิ่มคุณประโยชน์ทางด้านสุขภาพและการสร้างสรรค์รสชาติใหม่ ๆ โดยไม่สูญเสียรสชาติที่ดีไปจะเข้ามามีบทบาทในการทำให้ขนมกรุบกรอบเป็นส่วนหนึ่งของการกินเพื่อสุขภาพในหมู่ผู้บริโภคไทย