โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

ลูกขี้สงสัย: 4 วิธีรับมือเมื่อลูกวัยซนถามคำถามที่ยากจะตอบ

Mood of the Motherhood

อัพเดต 21 ส.ค. 2565 เวลา 03.25 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2565 เวลา 00.00 น. • Features

พอลูกโตพอที่จะหัดพูดและสื่อสารความต้องการของตัวเองได้ สิ่งที่ตามมาพร้อมกับทักษะและพัฒนาการทางภาษาของลูกก็คือการตั้งคำถาม เพราะความอยากรู้อยากเห็น จนคุณพ่อคุณแม่ต้องปวดหัวเพราะการมี ลูกขี้สงสัย เสียจนไม่รู้จะตอบคำถามลูกให้หมดอย่างไรได้สมาคมวิจัยพัฒนาการเด็ก มหาวิทยาลัยมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา (University of Michigan) เผยว่า การที่เด็กในช่วงอายุ 2-5 ปี มักจะตั้งคำถามมากมายกับคุณพ่อคุณแม่ เพราะเป็นช่วงวัยแห่งการเรียนรู้ ต้องการคำอธิบายและเหตุผลของทุกสิ่งรอบตัว แต่เมื่อลูกได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนและเข้าใจได้แล้ว ลูกก็จะเริ่มคิดหาคำถามใหม่ๆ และไม่ถามคำถามเดิมอีก แต่ในทางกลับกัน หากคุณพ่อคุณแม่เลือกที่จะเลี่ยงไม่ตอบคำถาม ลูกก็จะเก็บความสงสัยเอาไว้และคอยถามคำถามนั้นอยู่เรื่อยๆดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรเรียนรู้ 4 วิธีรับมือกับ ลูกขี้สงสัย และหาวิธีตอบคำถามที่ยากจะตอบ เพราะท่าทีและคำตอบของคุณพ่อคุณแม่นี่แหละ ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นสร้างนิสัยรักการเรียนรู้และช่วยให้ลูกสนุกกับการตั้งคำถามที่ดีต่อไป1. เปิดใจคุยกัน

สิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำเมื่อลูกเกิดความสงสัยและตั้งคำถาม ก็คือการเปิดใจรับฟังและให้ความสนใจในคำถามของลูก แทนที่จะปฏิเสธการตอบหรือพยายามสร้างเรื่องโกหกมาตอบคำถามลูก คุณพ่อคุณแม่ควรพยายามตอบคำถามลูกด้วยข้อเท็จจริงที่เหมาะสมกับความเข้าใจตามช่วงวัยของลูก เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกนำคำตอบที่ได้ไปต่อยอดการเรียนรู้ต่อไป เช่น เมื่อลูกถามว่า หนูเกิดมาได้อย่างไร คุณพ่อคุณแม่ควรประเมินว่าลูกสามารถทำความเข้าใจกับข้อเท็จจริงได้แค่ไหน โดยอาจเลือกตอบว่าลูกเกิดและเติบโตอยู่ในท้องของคุณแม่ก่อนที่จะคลอดออกมา เพื่อเป็นพื้นฐานให้ลูกพร้อมที่จะเรียนรู้ข้อเท็จจริงที่ซับซ้อนมากขึ้นในอนาคต2. ค้นหาคำตอบร่วมกัน

บางครั้งลูกก็ตั้งคำถามที่คุณพ่อคุณแม่ไม่สามารถตอบได้ในทันที เช่น จู่ๆ ลูกน้อยก็ถามขึ้นมาว่าทำไมถึงเกิดฟ้าร้องฟ้าผ่าได้ หากคุณพ่อคุณแม่นึกคำตอบไม่ออก หรือไม่รู้จะอธิบายลูกอย่างไรดี กรณีนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรยอมรับกับลูกตามตรง และชวนลูกหาคำตอบด้วยกัน เช่น ชวนลูกอ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับการเกิดฟ้าร้องฟ้าผ่า ดูคลิปวิดีโอ หรือค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต นอกจากจะได้ใช้เวลาร่วมกันแล้ว ยังเป็นการแสดงออกถึงการมี Growth Mindset หรือการมองว่าความไม่รู้ ไม่ใช่ปัญหาหรืออุปสรรค แต่เป็นการเปิดโอกาสที่จะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ให้ลูกและคุณพ่อคุณแม่ได้อีกด้วย3. ควบคุมอารมณ์เชิงลบ

บางครั้งความขี้สงสัยและช่างซักถามของลูก ก็สร้างความหงุดหงิดกวนใจให้คุณพ่อคุณแม่ โดยเฉพาะเมื่อเจอคำถามที่ยากจะตอบ ยิ่งตอบให้ลูกเข้าใจไม่ได้ ก็ยิ่งทำให้ลูกต้องการคำตอบ และคอยถามซ้ำไปซ้ำมามากขึ้นถึงอย่างนั้น คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องควบคุมอารมณ์ อดทน และคิดอยู่เสมอว่า การสงสัย ตั้งคำถาม และต้องการคำตอบเป็นธรรมชาติของเด็กวัยก่อนเรียนที่ควรได้รับการส่งเสริม แต่หากคุณพ่อคุณแม่ยังไม่สะดวกตอบคำถามลูกในเวลานั้นๆ ก็ควรขอเวลาและอธิบายให้ลูกเข้าใจเหตุผล เช่น ขอคุณแม่ทำงานเสร็จ แล้วเราจะหาคำตอบเรื่องนี้ด้วยกัน ที่สำคัญคือต้องไม่ตอบสนองลูกด้วยอารมณ์เชิงลบ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจ และทำให้ลูกรู้สึกไม่อยากตั้งคำถามกับคุณพ่อคุณแม่อีกต่อไป4. ตั้งคำถามให้ลูกได้คิด

นอกจากปล่อยให้ลูกถามแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถเป็นฝ่ายตั้งคำถาม เพื่อให้ลูกได้แสดงความคิดเห็นของตัวเองที่มีต่อเรื่องนั้นๆ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านความคิดและคุณพ่อคุณแม่จะได้รู้ว่าลูกมีมุมมองต่อเรื่องนั้นๆ อย่างไร โดยคุณพ่อคุณแม่ต้องรับฟังความคิดของลูก โดยไม่ตัดสินว่าเป็นเรื่องถูกหรือผิด จากนั้นจึงค่อยๆ อธิบายข้อเท็จจริงให้ลูกได้ทำความเข้าใจต่อไป—อ่านบทความ: 5 เทคนิคตอบคำถาม ‘เจ้าหนูจำไม’ เพื่อสร้างพัฒนาการที่ดีอ้างอิงEDUGAGEtheAsianparentHR NOTE.asiaThe New Age ParentsScarymommy

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...