โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Formula 1 เดินทางสู่เส้นทาง พร้อมใช้เชื้อเพลิงที่ยั่งยืน 100% ในปี 2026

Car2day

อัพเดต 09 ส.ค. 2565 เวลา 06.29 น. • เผยแพร่ 09 ส.ค. 2565 เวลา 06.29 น. • Car2Day

ในปี 2030 มีการคาดการณ์กันว่าจะมีรถบนท้องถนนถึง 2 พันล้านคัน และ 8 เปอร์เซ็นต์ ในจำนวนนั้นจะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) นั่นหมายความว่าเราต้องหาทางแก้ไขเพิ่มเติมในการลดมลภาวะจากคาร์บอน

ในฐานะส่วนหนึ่งของแผนการในการไปสู่คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2030 Formula 1 จะเป็นผู้บุกเบิกการใช้เชื้อเพลิงที่ยั่งยืน 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่เพียงแต่มันจะถูกใช้ในรถแข่ง F1 ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป แต่มันยังสามารถใช้กับรถยนต์บนท้องถนนส่วนใหญ่ในทั่วโลกได้อีกด้วย

Pat Symonds ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของ F1 กำลังเป็นผู้นำที่มุ่งเน้นการสร้างเชื้อเพลิงที่ปฏิวัติวงการนี้ และพวกเขาได้ใช้เวลาหลายเดือนในการวิจัยเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีที่สุดสำหรับปี 2026

“มันเป็นความท้าทายที่น่าสนใจอย่างยิ่ง” Symonds กล่าว “ในตอนแรกที่ผมพูดถึงสิ่งนี้ ผู้คนไม่รู้ว่าผมกำลังพูดถึงอะไร และอันที่จริง ผมก็ไม่รู้ว่าเราจะทำได้หรือไม่”

“ดังนั้นผมจึงทุ่มเทค้นคว้าวิจัยอย่างหนัก เราได้ทำงานใกล้ชิดกับ FIA ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญด้านเชื้อเพลิงอยู่มากมาย และเราได้รับความช่วยเหลืออย่างมากมายเช่นกันจากพาร์ทเนอร์ของเรา ARAMCO”

Formula 1 เชื้อเพลิงที่ยั่งยืน 2026

Formula 1 เดินทางสู่เส้นทาง พร้อมใช้เชื้อเพลิงที่ยั่งยืน 100% ในปี 2026

เรียกได้ว่าการปฏิวัติการใช้เชื้อเพลิงนั้นได้ถูกเริ่มต้นขึ้นเป็นที่เรียบร้อย ในปีนี้รถแข่ง F1 นั้นใช้เชื้อเพลิง E10 ซึ่งเป็นเชื้อเพลิง 90 เปอร์เซ็นต์ ผสมกับเอทานอลที่หมุนเวียนได้อีก 10 เปอร์เซ็นต์

“เอทานอล 10 เปอร์เซ็นต์ ที่เราผสมลงไปนั้นยั่งยืนโดยสิ้นเชิง” Symonds กล่าวต่อ “มันมีเอทานอลอยู่หลายชนิดที่มีคุณภาพแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เราใช้คือกรีนเอทานอล ดังนั้นมันยั่งยืน 100 เปอร์เซ็นต์”

ในอีก 3 ปีกว่าต่อจากนี้ F1 จะใช้เชื้อเพลิงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะและสร้างจากห้องทดลอง “เชื้อเพลิง E ช่วยให้โอกาสอันยอดเยี่ยมกับเรา” Ross Brawn กรรมการผู้จัดการของ F1 กล่าว “เรากำลังพัฒนาเชื้อเพลิง E ที่ซึ่งคาร์บอนจะถูกหมุนวนเป็นวงกลมโดยสมบูรณ์ หรือก็คือ คาร์บอนที่ใช้ในการผลิตเชื้อเพลิงนั้นจะมีปริมาณเท่ากันกับคาร์บอนที่ถูกปล่อยออกมาจากเครื่องยนต์สันดาปภายใน นั่นหมายความว่าเครื่องยนต์จะไม่สร้างคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มเติมในอากาศ”

“สิ่งที่น่าสนใจที่สุดจากการค้นพบวิธีแก้ปัญหานี้คือ คุณสามารถที่จะใช้มันกับรถบ้านได้ด้วย โดยที่คุณไม่ต้องทำการเปลี่ยนแปลงใด ๆ กับเครื่องยนต์”

“เราจะมีรถเครื่องยนต์สันดาปเกือบ 2 พันล้านคันบนโลก ไม่ว่าเราจะพบหนทางในการใช้ไฟฟ้าใด ๆ หรือไม่ว่าเราจะพบหนทางในการใช้ไฮโดรเจนใด ๆ เราก็จะยังคงมีรถยนต์ 2 พันล้านคันบนโลก และมีบางส่วนบนโลกที่รถเหล่านั้นจะไม่ถูกเปลี่ยนไปเป็นไฟฟ้า”

“หากเราใช้เชื้อเพลิงที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลงมากในรถเหล่านั้น นั่นก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก และเราจะส่งข้อความที่หนักแน่นว่า มันเป็นวิธีที่เป็นไปได้ที่เราควรจะก้าวไป บริษัทน้ำมันทั้งหมดที่ทำงานใน F1 ต่างก็มุ่งมั่นที่จะทำเช่นนั้น มันจะเป็นความสำเร็จอันงดงามและเป็นข้อความที่น่าอัศจรรย์ต่อโลกว่า มันมีวิธีแก้ปัญหาอื่นเช่นกัน”

Formula 1 เชื้อเพลิงที่ยั่งยืน 2026

การเปลี่ยนจากเชื้อเพลิงหมุนเวียน 10 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2022 ไปเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ ในเวลาเพียงไม่กี่ปีถือเป็นความทะเยอทะยานอย่างสูง เนื่องจากต้องมีการเพิ่มการผลิตผลิตภัณฑ์อย่างรวดเร็ว แต่ Symonds กล่าวว่า F1 นั้นกำลังเดินไปยังเป้าหมายตามแผน

“เราได้ทำงานร่วมกับ ARAMCO และในตอนนี้เราได้ทำการทดสอบส่วนผสมของเชื้อเพลิงต่าง ๆ 39 ชนิด ไปแล้ว” Symonds กล่าว

“สิ่งนี้ช่วยให้เราเข้าใจผลกระทบของส่วนผสมประเภทต่าง ๆ ที่คุณสามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงที่ยั่งยืนได้ เรากำลังทดสอบสิ่งเหล่านั้นในเครื่องยนต์ Formula 1 สูบเดียวที่เป็นตัวแทน และผมคิดว่านั่นจะช่วยเร่งความคืบหน้าของเรา”

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ F1 ได้มุ่งหน้าสู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมากมาย พวกเขาได้สร้างเครื่องยนต์ไฮบริดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลก และในตอนนี้พวกเขากำลังมุ่งเน้นในการช่วยขับเคลื่อนการปฏิวัติสีเขียวให้โลกทั้งใบ

Formula 1 เชื้อเพลิงที่ยั่งยืน 2026

อ้างอิง : f1.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...