โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กรุงไทย มองวิกฤตโควิด-สงครามการค้า กระทบศักยภาพธุรกิจแบงก์ไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 พ.ย. 2565 เวลา 10.34 น. • เผยแพร่ 30 พ.ย. 2565 เวลา 06.05 น.

Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย เผย วิกฤตโควิด-สงครามการค้า ตลาดหวั่นธุรกิจธนาคารกระทบศักยภาพธนาคาร หลังเผชิญอัตราส่วนราคาตลาดต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชีต่ำกว่า 1 เท่า ลั่นแบงก์ไทยยังต้องดูคุณภาพสินเชื่อรับมือปัจจัยเสี่ยง พร้อมเดินหน้าเชิงรุกด้านทาง ESG

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 นายชัยสิทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ นักวิเคราะห์ Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ในช่วง 2551-2552 ที่มีจุดเริ่มต้นจากวิกฤต Subprime แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบการเงินโลกและกระทบความเชื่อมั่นของตลาดต่อธุรกิจธนาคารโดยรวม โดยเฉพาะธนาคารในสหรัฐ และสหภาพยุโรป ส่งผลให้อัตราส่วนราคาตลาดต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชีลดลงและอยู่ในระดับต่ำกว่า 1 เท่ายาวนาน

แม้ว่าตลาดกลับมามีมุมมองที่ดีขึ้นต่อธุรกิจธนาคารภายหลังจากช่วง 2551-2555 แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้างจากวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งการระบาดของ COVID-19 ที่ยืดเยื้อตั้งแต่ต้นปี 2563 และปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนได้ทำให้ตลาดมีความกังวลต่อศักยภาพของธุรกิจธนาคารอีกครั้งหนึ่ง

ตลาดมองศักยภาพของธนาคารต่างกันจากความสามารถในการทำกำไรและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีแนวโน้มที่จะให้มูลค่าที่ดีกับธนาคารที่ทำกำไรได้ดีกว่า และมีความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (ESG Risk) ต่ำกว่า

Krungthai COMPASS มองว่าธนาคารพาณิชย์ไทยจำเป็นต้องดูแลคุณภาพสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง เพื่อรับมือกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยง พร้อมทั้งเพิ่มมูลค่าด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อให้บริการที่มากกว่าการเป็นธนาคาร (Beyond Banking) รวมถึงการขับเคลื่อนธุรกิจเชิงรุกโดยยึดหลักการ ESG เพื่อช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ความยั่งยืน

ท่ามกลางการคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มถดถอยชัดเจนขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวมในระยะข้างหน้า เนื่องจากเศรษฐกิจเพิ่งเริ่มฟื้นตัวและยังมีความเปราะบางอยู่ โดยภาคธุรกิจไทยจะยังคงถูกกดดันจากปัจจัยลบรอบด้าน ทั้งในแง่ต้นทุนธุรกิจที่สูงจากต้นทุนวัตถุดิบนำเข้า ค่าไฟฟ้า และค่าจ้างแรงงาน รวมไปถึงการส่งออกสินค้าที่จะเติบโตชะลอลง ตามอุปสงค์ของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า และต้นทุนทางการเงินที่โน้มสูงขึ้นตามการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

ขณะเดียวกัน หนี้ครัวเรือนและเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงจะกดดันกำลังซื้อและการบริโภค ทั้งนี้ ธุรกิจที่มีขนาดเล็กและครัวเรือนที่มีรายได้น้อยมีความเสี่ยงที่จะหารายได้ได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะกระทบความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้และคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารได้

ในปัจจุบัน สถานะการเงินของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยยังแข็งแกร่ง สะท้อนจากอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง อัตราส่วนเงินสำรองที่มีอยู่ต่อหนี้ด้อยคุณภาพ และอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อรองรับกระแสเงินสดที่อาจไหลออกในภาวะวิกฤตที่สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำมาก แต่ก็กำลังเผชิญความท้าทายเช่นเดียวกับธนาคารทั่วโลกที่มี PBR ต่ำกว่า 1 เท่า

ทั้งนี้ Krungthai COMPASS มองว่าธนาคารพาณิชย์ไทยสามารถสร้างมุมมองตลาดใหม่และยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้วยการเติบโตธุรกิจและพร้อมรับมือกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน และกระแสโลกที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...