โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ถอดรหัสความสำเร็จ ไอ-เทล จากผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงระดับโลก ก้าวสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไทย

Wealthy Thai

อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 20.11 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2565 เวลา 08.42 น.

ตลาดหุ้นไทยกำลังน่าตื่นเต้นอีกครั้ง เมื่อหุ้น IPO น้องใหม่อย่าง บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITCกำลังจะเข้าจดทะเบียน ความน่าตื่นตาตื่นใจของ ไอ-เทล คือบริษัทนี้อยู่ในกลุ่มธุรกิจไทยยูเนี่ยน หรือที่รู้จักกันในชื่อ TU กลุ่มผู้ผลิตทูน่ากระป๋องยักษ์ใหญ่ของโลก ซึ่งที่ผ่านมาต้องบอกว่า ไอ-เทล เป็นความภาคภูมิใจของไทยยูเนี่ยน
ด้วยความสำเร็จที่ ไอ-เทล เป็นบริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 2ในเอเชีย และอยู่ใน 10อันดับแรกของโลก โดยใช้กลยุทธ์การทำธุรกิจแบบรับจ้างผลิตสินค้า (OEM) โดยเป็น Pet Food สุดล้ำและเตรียมเปิดให้ผู้ลงทุนทั่วไป ร่วมสร้างการเติบโตและเป็นเจ้าของหุ้น ไอ-เทล ที่ถือเป็นธุรกิจเรือธงแห่งการเติบโต

Pet Economy โอกาสธุรกิจครั้งใหม่

เทรนด์การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วทุกมุมโลก เหตุผลสำคัญ คือ การแพร่ระบาดของ Covid-19 ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เกิดการล็อคดาวน์เกิดขึ้นทั่วโลก ผู้คนเลือกที่จะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนคลายเหงา ซึ่งการเลี้ยงสัตว์ไม่ว่าจะเป็นน้องหมาหรือน้องแมว ต้องการอาหาร เครื่องแต่งกาย ของเล่นต่างๆ เป็นจุดที่สร้างให้ Pet Economy เติบโตอย่างรวดเร็ว
ตลาดที่เติบโตสูงสุด คือ อาหารสัตว์เลี้ยง โดยอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลกมียอดขายปลีกประมาณ 131,000-135,000ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5 ล้านล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 6.6% (ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา 2562-2564) ซึ่งแนวโน้มการเติบโตในอนาคตจะมีอีกมาก ทั้งนี้คาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 7.1% ในอีก 5 ปีข้างหน้า (2564-2569) นับว่าตลาดจะเติบโตสูงและมีขนาดใหญ่เลยทีเดียว
บริษัท ไอ-เทล คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC เป็นหนึ่งในผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยงของกลุ่มไทยยูเนี่ยน ซึ่งนับว่า เป็น Flagship ของกลุ่ม TU โดย ไอ-เทล ประสบความสำเร็จ ด้วยแนวคิด “Pet-Centric" ที่มองความต้องการของสัตว์เลี้ยงเป็นศูนย์กลาง โฟกัสและเข้าใจอาหารของเจ้าตัวน้อยของทุกคน
การเติบโตของ ไอ-เทล นั้นสูงมาก โดยมียอดขายรวมปีที่ผ่านมาทำได้ที่ 14,529 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 15% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงสำหรับช่วง 3 ปีมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 1,695ล้านบาทในปี 2562 เป็น 2,721 ล้านบาทในปี 2564 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 27%
เคล็ดลับความสำเร็จของ ไอ-เทล ในช่วงที่ผ่านมา คือการโฟกัสกลุ่มผลิตภัณฑ์ อาหารแมว อาหารสุนัข และขนมทานเล่น ซึ่งถือว่าเป็นสินค้าที่มีราคาสูง ให้บริการในด้านการรับจ้างผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงอย่างครบวงจร ให้แบรนด์ชั้นนำระดับโลก โดยปัจจุบันมีลูกค้า 3อันดับแรกของบริษัทนั้นมีการทำธุรกิจร่วมกันนานกว่า 21 ปี ได้รับความไว้วางใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามียอดสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้าในกลุ่มนี้เติบโตเฉลี่ย 13% ต่อปี ขณะที่ลูกค้ารายใหญ่ 10 รายแรกก็มีความสัมพันธ์กันยาวนานกว่า 18 ปี
ไอ-เทลยังมีแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น Bellotta, Marvo, ChangeTer, Calico Bayและ Paramount ซึ่งบริษัทใช้เป็นแพลตฟอร์มในการทดลองตลาดให้กับสินค้าใหม่ๆ ของลูกค้า โดยที่ผ่านมาไอ-เทล มีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 172,786 ตันต่อปี จัดจำหน่ายและส่งออกไปถึง 45ประเทศทั่วโลก ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีรายการผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายรวม 4,809ผลิตภัณฑ์ โดยมีนวัตกรรมและหลักวิทยาศาสตร์ รวมทั้งการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัว (Personalized Solution) ให้กับทั้งลูกค้า ผู้บริโภค และสัตว์เลี้ยงตามช่วงอายุ คือ หัวใจสำคัญของความสำเร็จ

เจาะตลาดประเทศจีน S curve ของการเติบโต

แม้บริษัทมีความแข็งแกร่งอย่างมากในตลาดโลก แต่ก็มีช่องว่างให้เติบโตอยู่ ไอ-เทลวางแผนขยายส่วนแบ่งทางการตลาดของลูกค้าปัจจุบัน โดยเพิ่มความหลากหลายของสินค้าเพิ่มขึ้น รวมถึงการตั้งเป้าหมายในการขยายทีมขายและทีมสนับสนุน ในการขยายธุรกิจไปยังตลาดหลัก ทั้งในทวีปอเมริกา และ ยุโรป โดยเฉพาะในประเทศจีน ที่ถือเป็นตลาดใหม่และมีกำลังซื้อเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากเทรนด์การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแบบ Pet Humanization ในจีนกำลังเติบโต
การใช้จ่ายของเจ้าของสัตว์เลี้ยงในจีนโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 21.5% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาและในอนาคตคาดว่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในจีนใน 5 ปีข้างหน้า หรือ 2564-2569จะเติบโตเฉลี่ย 19.8% ต่อปี เลยทีเดียว ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทมีการส่งออกไปยังตลาดนี้เพียงแค่ 3.2% ของยอดขายเท่านั้น แสดงถึงโอกาสเติบโตที่ยังมีอีกมาก
นอกจากนี้ บริษัทยังเข้าทำสัญญาขายสินค้ากับยักษ์ค้าปลีกในทวีปอเมริกาเหนือเพิ่มเติม ทำให้ในสิ้นไตรมาสที่ 2 ของปี 2565 ผลิตภัณฑ์ของ ไอ-เทล ได้จำหน่ายสินค้าใน 171ชนิดกับกลุ่มค้าปลีกรายนี้
การเติบโตที่สูงมากขนาดนี้ นักลงทุนทุกคนก็สามารถร่วมสร้างการเติบโตไปกับ ไอ-เทล ได้ โดยในเร็วๆ นี้ ไอ-เทล กำลังจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ด้วยการเสนอขายหุ้นไอพีโอ ไม่เกิน 660 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 22% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด แบ่งเป็น 1) หุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 600ล้านหุ้น 2) หุ้นสามัญเดิม เสนอขายโดย ไทยยูเนี่ยน จำนวนไม่เกิน 60ล้านหุ้น โดยการระดมทุนเพื่อการขยายธุรกิจที่เติบโตอย่างมากในอนาคต
โดยทุกท่านที่สนใจลงทุนหุ้นของ ไอ-เทล หรือ “ITC” สอบถามข้อมูลได้กับผู้บริหารโดยตรงในงาน Roadshowข้อมูลการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ในวันพุธ ที่ 16พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00-12.15น. ณ ห้องอีเทอร์นิตี้ บอลรูม (Eternity Ballroom) โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ (รางน้ำ) ซึ่งนับเป็นการจัดไอพีโอโรดโชว์เต็มรูปแบบครั้งแรกในแวดวงตลาดทุนของไทย หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย และสัมผัสความน่ารักของน้องหมาและน้องแมวที่มาร่วมโชว์ตัวภายในงาน โดยนักลงทุนที่สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ www.i-Tail.com/investorsหรือร่วมรับชมการถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook LIVE ได้ที่ Facebook: i-Tail Corporation
นอกจากนี้ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ได้ทาง www.i-Tail.com และติดตามได้ผ่านทางช่องทาง Social Media ของไอ-เทล ได้แก่ Facebook: i-Tail Corporation
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ในประเทศไทยเท่านั้น และไม่ถือเป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ ห้ามมิให้มีการทำซ้ำ ส่งต่อ หรือเผยแพร่เอกสารฉบับนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต
ที่มา: ข้อมูลตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโลกและการจัดอันดับเชิงมูลค่าอ้างอิงจาก Frost & Sullivan,
www.petfoodindustry.com ณ ปี 2564 ข้อมูลทางการเงินของบริษัทจากงบการเงินเสมือนสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...