โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ลาก่อนกรุงเทพฯ ห่วยๆ” สรุปประเด็นนักแสดงไต้หวันอ้างถูกตำรวจรีดเงิน ตอนมาเที่ยวไทย

The MATTER

อัพเดต 27 ม.ค. 2566 เวลา 12.14 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. 2566 เวลา 12.14 น. • Brief

หลังจากมีข่าวนักท่องเที่ยวจีน VIP จ่ายเงินให้ตำรวจเปิดทางให้ ไม่นานเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลายคนคงได้เห็นข่าวที่อันหยูชิง (安于晴) นักแสดงสาวชาวไต้หวันโพสต์ลงในสตอรี่อินสตาแกรมส่วนตัวว่าถูกตำรวจไทยขอค้นตัว แล้วรีดไถเงินไป 27,000 บาทจึงยอมปล่อยตัว

หลังจากข่าวของนักแสดงไต้หวันเผยแพร่ออกไป ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากก็เชื่อคำกล่าวอ้างของนักแสดงไต้หวันทันที แม้ทางตำรวจจะยังไม่ได้ออกมาชี้แจง

เรื่องนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร ทั้งทางฝั่งของตำรวจไทยและนักแสดงไต้หวันกล่าวอะไรไว้บ้าง The MATTER จึงได้สรุปมาไว้ดังนี้

1. อันหยูชิง คือใคร? เธอคือนักแสดงและนางแบบสาวชาวไต้หวัน ปัจจุบัน อายุ 32 ปี เกิดในกรุงไทเปของไต้หวัน เป็นที่รู้จักจากเรื่อง Perfect Girl, Fall in love with you drunk, และ Counting

2. อันหยูชิง เดินทางเข้ามาที่ประเทศไทยในวันที่ 29 ธันวาคม 2022 พร้อมกับเพื่อนอีก 3 คน ผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ โดยใช้ visa on arrival (VOA) หรือการทำวีซ่าเมื่อถึงไทย ซึ่งสามารถขอได้ที่ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองในประเทศ เพื่อการท่องเที่ยวเป็นระยะเวลาไม่เกิน 15 วัน

3. นักแสดงไต้หวันและเพื่อนๆ ท่องเที่ยวในกรุงเทพจนกระทั่งวันที่ 5 มกราคม เวลาประมาณ ตี 2 (จากหลักฐานการเรียกแกร็บ) เธอเรียกแกร็บจากผับ ONYX ใน RCA เพื่อไปส่งที่ บาร์ห้วยขวางเทอร์เรซ แต่ระหว่างทางโดนตำรวจเรียกตรวจที่หน้าสถานทูตจีน

อันหยูชิงอ้างว่า เมื่อตำรวจเรียกรถให้หยุด เธอก็หยิบหนังสือเดินทางให้ดู และบอกว่าขอวีซ่า VOA เข้ามา แต่ตำรวจกลับบอกว่าต้องใช้เป็นวีซ่าที่มีตราและพิมพ์เท่านั้น ระหว่างนั้น เพื่อนๆ จึงอัดคลิปไว้เป็นหลักฐาน แต่เจ้าหน้าที่ก็บอกให้ลบคลิป

ต่อมา เจ้าหน้าที่จะพาพวกเธอไปที่สถานีตำรวจ เธอก็ตกลงจะไป แต่จู่ๆ ตำรวจกลับบังคับให้ขอโทษ เธอก็ยอมทำตามทุกอย่าง เหลือแค่ก้มลงกราบ โดยใช้เวลาอยู่ตรงนั้นราวๆ 2 ชั่วโมง จนสุดท้ายตำรวจก็พาเธอไปที่ลับตาแล้วบอกให้จ่ายเงิน 27,000 บาท จึงจะยอมปล่อย เธอก็เลยยอมจ่าย แล้วตำรวจก็เรียกแท็กซี่พาเธอไปส่งโรงแรม อีกทั้งในเวลาดังกล่าว ก็มีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีผู้หญิง 5 คนที่โดนเช่นเดียวกัน

อันหยูชิงและเพื่อนๆ เดินทางกลับไต้หวัน ในวันที่ 5 มกราคม

4. เมื่อกลับไปแล้ว อันหยูชิง ให้สัมภาษณ์กับสื่อไต้หวันว่า เพื่อนอีก 3 กลุ่มที่เคยเดินทางไปประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ ก็ถูกตำรวจรีดไถเงินเหมือนกัน อีกทั้งเมื่อเธอแชร์เรื่องราวดังกล่าว ก็ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งเข้ามาแสดงความเห็นว่าพวกเขาก็โดนเช่นเดียวกัน

ไกด์ทัวร์ท้องถิ่น จึงแนะนำว่าอย่าเดินทางไปไหนไกลจากที่พัก หากเจอเจ้าหน้าที่รีดไถก็ยัดเงินไปเลย 5,000 หยวน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหายุ่งยาก หรือไม่ก็หาคนไทยมาช่วยเจรจา แต่ต้องจ่ายอยู่ดี หรืออาจจะติดต่อสายด่วนตำรวจแต่จะยิ่งเพิ่มความยุ่งยากเข้าไปอีก

อีกทั้งเธอยังกล่าวว่า “ไม่คิดเลยว่า ไปเที่ยวปีใหม่ที่ไทยหวังเจอประสบการณ์ดีๆ แต่กลับกลายเป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายและน่ากลัวที่สุดในชีวิต และฉันจะไม่ไปเหยียบเมืองไทยอีก ฉันอยากเตือนคนไต้หวันว่า จะไปไทยให้ระวัง อย่าพกเงินสดติดตัวในกระเป๋าเยอะ เพราะโดนสุ่มค้นตัวมา หาเรื่องยัดข้อหา ให้ระวังดีๆ หรือเพราะพวกเขาขาดรายได้จากการท่องเที่ยวมานานช่วงโควิด พอเปิดประเทศทีกลายเป็นมีแต่ปัญหาแบบนี้(รีดไถ)”

5. เมื่อวันที่ 26 มกราคม พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า คืนวันที่ 4 มกราคม มีการตั้งด่านตรวจบริเวณหน้าสถานทูตจีน อยู่ในช่วงเวลา 1.00 น. จริง ตามที่นักแสดงไต้หวันเล่าไว้ โดยเป็นด่านตรวจระดมกวาดล้างอาชญากรรมและป้องกันเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่

ด่านดังกล่าวคือมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางท้องถนนการบังคับใช้กฎหมายและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร 3 ช่วง โดยช่วงก่อนการควบคุมเข้มข้น 7 วันระหว่างวันที่ 22-28 ธันวาคม ช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วัน คือระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม-4 มกราคม และช่วงหลังควบคุมเข้มข้น 7 วัน คือระหว่างวันที่ 5-11 มกราคม

6. ทางด้านพล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลกล่าวว่า จากการสอบถามกับ ตำรวจนครบาลห้วยขวาง ทั้ง 6-7 นาย ที่เข้าให้ข้อมูล ยืนยันว่า ไม่มีการเรียกรับเงินนักท่องเที่ยวชาวไต้หวัน

ตำรวจที่ตั้งด่านให้การว่า เจอนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาเป็นกลุ่ม พกบุหรี่ไฟฟ้า เจ้าหน้าที่จึงแจ้งว่าผิดกฎหมาย แต่ไม่ได้จับกุม อีกทั้งยังยอมรับว่าโต้เถียงกันจริง เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง แต่นักท่องเที่ยวไต้หวันมีอาการมึนเมา และอ้างว่าไม่ได้พกหนังสือเดินทางมาด้วย โดยบอกว่าจะให้เพื่อนไปนำมาให้จากที่พัก

อย่างไรก็ตาม ด้วยอุปสรรคทางด้านภาษาและเวลาที่ใกล้จะยกเลิกจุดตรวจ ตำรวจจึงอนุญาตให้นักท่องเที่ยวกลับไป เนื่องจากหัวหน้าชุดตรวจประเมิณแล้วว่ากลุ่มของอันหยูชิงไม่น่าเป็นบุคคลอันตราย

7. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ติดต่อนักท่องเที่ยวไต้หวันผ่านทางผ่านอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ก เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมแต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ และประสานไปยังเจ้าหน้าที่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทยแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับเช่นกัน พร้อมทั้งยืนยันว่าเรื่องนี้จะต้องมีการตรวจสอบอย่างรอบคอบ เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในทุกมิติ

นอกจากนี้ พล.ต.ต.อาชยน ยังกล่าวอีกว่า เคยมีเน็ตไอดอลอยากมีชื่อเสียงจึงสร้างเรื่องโกหกเพื่อให้ได้ยอดติดตาม ประกอบกับช่วงนี้ประเทศไทยมีกระแสทัวร์จีนวีไอพีรถนำขบวน เธออาจอาศัยโอกาสนี้สร้างประเด็นเพื่อดันยอดผู้ติดตามและยอดไลก์

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.อาชยน ก็ยืนยันว่าหากเจ้าหน้าที่ทำผิดจริง ก็จะต้องถูกดำเนินคดีทางอาญา

8. ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ก็ออกมากำชับ ผบ.ตร. ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวต้องเร่งทำความจริงให้ปรากฏกับสื่อมวลชนและประชาชน หากพบการกระทำผิดต้องโดนโทษทางวินัยและอาญาอย่างเคร่งครัด และต้องตรวจสอบให้ได้อย่างรวดเร็ว

9. เมื่อวานนี้ (26 มกราคม) เวลาประมาณ 17.00 อันหยูชิงโพสต์คลิปวิดีโอของนักท่องเที่ยวจีนที่จ่ายเงิน 7,000 ให้ตำรวจเปิดทางให้ พร้อมใส่แคปชั่นว่า “ครั้งหน้าฉันจะจ่าย 7,000 นำขบวน คงไม่ต้องมานั่งปวดหัว”

10. และในวันนี้ (27 มกราคม) นักแสดงไต้หวันโพสต์ข้อความลงในอินสตาแกรมโต้กลับคำแถลงขอตำรวจไทยว่า “ไม่ใช่ความจริงเลย ฉันไม่ได้ดื่มเหล้า หลังจากให้การกับตำรวจสากลเสร็จจะมาเล่าให้ทุกคนฟัง ตอนนี้ตำรวจไทยกำลังเบี่ยงเบน ใช้ประโยชน์จากฉันเพื่อล้างมลทินให้ตัวเอง ที่ตำรวจพูด ไม่เป็นความจริง”

“วันนั้น ถนนเส้นนั้นปิดทั้ง 4 เส้น ไม่ใช่มีแค่ตำรวจ 7 คนตามที่สื่อไทยนำเสนอ ฉันสามารถยืนยันและชี้ตัวตำรวจคนที่เอาเงินฉันไปได้…เดี๋ยวก็พูดว่าไม่ได้ตั้งด่าน เดี๋ยวก็บอกว่าไม่ได้รับเงิน ทำไมไม่เอาภาพจากกล้องวงจรปิดออกมาล่ะ ตอนนี้มาโยนความผิดใส่ฉัน?”

“ตอนนี้ฉันติดต่อคุยกับตำรวจสากลและสื่อทางไต้หวันเท่านั้น ไม่ขอตอบที่อื่นอีก และหวังว่าทางตำรวจจะสามารถหยุดการกระทำที่ประพฤติมิชอบเสียที”

ส่วนกรณีที่ตำรวจไทยอ้างว่าเจอบุหรี่ไฟฟ้า เธอให้สัมภาษณ์กับสื่อไต้หวันว่าหลังจากตำรวจเอาเงินเธอไป ก็ยัดบุหรี่ไฟฟ้าใส่มือแล้วก็ถ่ายรูป

นอกจากนี้ ยังคงมีคนไทยคอมเม้นต์และขอโทษกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเธอก็ตอบกลับว่าโอเค มันไม่ใช่ความผิดของคุณ ยังมีสิ่งสวยงามอีกมากมายในประเทศไทย

11. ล่าสุด ตำรวจเจอคนขับแกร็บที่รับกลุ่มนักท่องเที่ยวไต้หวันนี้แล้ว โดยคนขับให้การว่า ตำรวจเรียกเข้าด่าน เพราะนักท่องเที่ยวเอะอะโวยวายในรถ

คนขับแกร็บ อธิบายเหตุการณ์ตอนนั้นว่า เขาไปรับนักท่องเที่ยวกลุ่มของอันหยูชิงจาก RCA ช่วงประมาณ 2.00 น. ซึ่งกลุ่มผู้โดยสารกลุ่มนี้มีทั้งหมด 4 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 1 คน โดยตอนไปรับ เขาจอดรถห่างจากกลุ่มผู้โดยสารประมาณ 30 เมตร แต่ปรากฏว่าผู้ชายคนหนึ่งที่พอจะพูดภาษาไทยได้ ก็พูดจาโมโหใส่อารมณ์ ตวาดใส่เขาตอนขึ้นรถมา ซึ่งเห็นได้ทันทีเลยว่ามีอาการมึนเมา

เขายังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า พอกลุ่มผู้โดยสารเหล่านี้ขึ้นมาได้กลิ่นแอลกอฮอล์ทันที ซึ่งกลิ่นแรงมากจนต้องขับรถเปิดกระจก และจำผู้หญิงคนนี้ได้แม่น เพราะดูท่าทางเมาแล้วโวยวายเสียงดังที่สุดในรถ

เมื่อกลุ่มผู้โดยสารเดินขึ้นรถ เขาก็ขับรถตามเส้นทาง ก่อนจะมาเจอด่านตรวจที่หน้าสถานทูตจีน จากนั้นตำรวจก็เรียกขอตรวจ พร้อมถามว่าจะไปไหน เขาจึงบอกกับตำรวจว่าขับแกร็บ ตำรวจก็บอกว่าขอตรวจเช็คผู้โดยสาร เขาจึงหันไปพูดภาษาอังกฤษกับผู้โดยสารว่า “Police Check” ซึ่งตอนนั้นผู้หญิงมีอาการไม่พอใจชัดเจน ประมาณว่าไม่อยากให้ตรวจค้นและเมาด้วย ตำรวจก็พยายามเชิญลงจากรถ ผู้โดยสารก็ทำทีท่าไม่อยากลง แต่สุดท้ายก็ลงไปยืนให้ตำรวจตรวจค้น

ทั้งนี้ คนขับแกร็บยืนยันว่า ระหว่างที่จอดรถอยู่ในด่าน ไม่สังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ ตำรวจตรวจค้นปกติ เป็นที่โล่งริมถนน ส่วนผู้โดยสารมีบุหรี่ไฟฟ้าจริงหรือไม่นั้น ไม่ได้สังเกต

คนขับแกร็บ ยังฝากถึงอันหยูชิงด้วยว่า ให้ออกมาพูดความจริง เพราะตอนนั้นเธอมีอาการเมา แต่เขาขับรถไม่เมาอยู่แล้ว ก็ให้สังคมตัดสินว่าจะเชื่อคนเมาหรือคนไม่เมา ส่วนกล้องหน้ารถตน บันทึกเสียงได้ แต่ไฟล์ภาพถูกลบไปแล้วเพราะจะฟอร์แมตทุก 7 วัน แต่ก็เอาเมมโมรี่การ์ดให้ตำรวจไปตรวจสอบ

12. เมื่อนักแสดงสาวทราบเรื่อง เธอก็โพสต์ท้าทายตำรวจไทย ว่าให้เอากล้องวงจรปิดออกมาสิ ทำไมมัวแต่เบี่ยงประเด็นพูดไปเรื่อย หรือกลัวว่าเปิดกล้องวงจรปิดแล้วจะเห็นว่าเธอโดนอะไรบ้างและเห็นว่าตำรวจพวกนั้นเลวแค่ไหน

จนถึงตอนนี้ (เวลา 17.35 น.) ก็ยังมีแต่เพียงคำกล่าวอ้างจากทั้งฝั่งตำรวจไทยและจากฝั่งนักแสดงไต้หวันเท่านั้น และประเด็นหลักสำคัญของเรื่องนี้ไม่ใช่ว่าเมาหรือไม่เมา แต่คือตำรวจรีดไถเงินนักท่องเที่ยวจริงหรือไม่?

อ้างอิงจาก

คำแปลข้อความของอันหยูชิงจากเพจ “หนีห่าวไต้หวัน ฉันมาแล้ว” facebook.com(2) thairath.co.th (2) ch3plus.com youtube.com(2)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...