เปิดเส้นทาง “JD Central” อีคอมเมิร์ซทุนจีน-กลุ่มเซ็นทรัล ก่อนประกาศเลิกกิจการ
วันที่ 30 มกราคม 2566 บิ๊กมูฟตลาดอีคอมเมิร์ซครั้งใหญ่ หลังจาก JD Central บริษัทร่วมทุนระหว่างค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดในจีน คือ JD.com กับบริษัท เซ็นทรัล กรุ๊ป จำกัด ประกาศเลิกกิจการในประเทศไทย มีผลวันที่ 3 มีนาคม 2566 โดยระบุเหตุผลมาจากนโยบายของบริษัทแม่ที่ต้องการโฟกัสตลาดในประเทศ สำหรับ JD Central เกิดขึ้นจากกลุ่มเซ็นทรัลต้องการขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ โดยมองว่าบริษัทมีจุดแข็งข้อได้เปรียบที่มีห้างสรรพสินค้าเป็นของตนเอง จึงมองหาพาร์ตเนอร์ที่แข็งแกร่งและมีความเชี่ยวชาญด้านอีคอมเมิร์ซ นำไปสู่การจับมือกับ JD.com ก่อตั้งบริษัทร่วมทุนในสัดส่วน 50 : 50 มูลค่ากว่า 1 พันล้านหยวน หรือราว 5,000 ล้านบาท กลายมาเป็น JD Central เมื่อเดือนกันยายน ปี 2560 และเริ่มลอนช์เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน ปี 2561 โดยมีวิสัยทัศน์มุ่งสู่การเป็นอันดับ 1 ธุรกิจออนไลน์และเป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือที่สุดในประเทศไทย โดยชูจุดเด่น “ช้อปของดี การันตีของแท้” หลังจากเปิดตัวไปได้ไม่นาน JD Central ฉายแววเติบโตดี โดยเมื่อเดือนกันยายน 2561 นายวินเซนต์ หยาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เจดี เซ็นทรัล ได้เปิดเผยว่า ยอดการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มของ JD Central สูงกว่าที่คาดถึง 15 เท่า ถือว่าเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างไม่น่าเชื่อ โดยกว่า 80% เข้าถึงแพลตฟอร์มผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นหลัก แม้ JD Central จะมีการเติบโตทุกปี ทว่ามีกระแสข่าวออกมาตลอดเรื่องการถอนทุนออก เนื่องจาก การแข่งขันที่รุนแรงของตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย ทำให้ธุรกิจ JD Central ยังไม่ทำกำไร และขาดทุนสะสมมากกว่า 5,000 ล้านบาท โดยข้อมูลจากกรมการพัฒนาธุรกิจการค้า แสดงข้อมูลผลประกอบการของ JD Central เซ็นทรัลไว้ (ข้อมูลระบุถึงปี 2564) ดังนี้
- ปี 2560 รายได้รวม 5.2 แสนบาท ขาดทุน 4 ล้านบาท
- ปี 2561 รายได้รวม 458 ล้านบาท ขาดทุน 944 ล้านบาท
- ปี 2562 รายได้รวม 1,285 ล้านบาท ขาดทุน 1,343 ล้านบาท
- ปี 2563 รายได้รวม 3,492 ล้านบาท ขาดทุน 1,376 ล้านบาท
- ปี 2564 รายได้รวม 7,443 ล้านบาท ขาดทุน 1,930 ล้านบาททั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2565 สื่อจีนได้รายงานว่า JD.com เตรียมถอนทุนออกจากไทยและอินโดนีเซีย จากปัญหาด้านยอดขาย และจะมุ่งเน้นตลาดประเทศจีน กระทั่งยอดผู้ใช้งานยังทิ้งห่างจากเบอร์ 1 คือ Shopee จากประเทศสิงคโปร์ และ Lazada บริษัทลูกของ Alibaba Group จากประเทศจีน ตามรายงาน ระบุว่า การขยายธุรกิจของ JD.com ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้บริษัทขาดทุนไปแล้วมากกว่า 10,000 ล้านหยวน หรือเกือบ 5 หมื่นล้านบาท ที่มา https://www.jd.co.th/bulletin.html?id=173 https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0105560181837 https://www.scmp.com/tech/big-tech/article/3201423/chinese-e-commerce-giant-jdcom-eyes-retreat-southeast-asian-markets-indonesia-thailand-sharpen-focus?module=perpetual_scroll_0&pgtype=article&campaign=3201423