โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดเส้นทาง “JD Central” อีคอมเมิร์ซทุนจีน-กลุ่มเซ็นทรัล ก่อนประกาศเลิกกิจการ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 ม.ค. 2566 เวลา 14.35 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. 2566 เวลา 07.29 น.

วันที่ 30 มกราคม 2566 บิ๊กมูฟตลาดอีคอมเมิร์ซครั้งใหญ่ หลังจาก JD Central บริษัทร่วมทุนระหว่างค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดในจีน คือ JD.com กับบริษัท เซ็นทรัล กรุ๊ป จำกัด ประกาศเลิกกิจการในประเทศไทย มีผลวันที่ 3 มีนาคม 2566 โดยระบุเหตุผลมาจากนโยบายของบริษัทแม่ที่ต้องการโฟกัสตลาดในประเทศ สำหรับ JD Central เกิดขึ้นจากกลุ่มเซ็นทรัลต้องการขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ โดยมองว่าบริษัทมีจุดแข็งข้อได้เปรียบที่มีห้างสรรพสินค้าเป็นของตนเอง จึงมองหาพาร์ตเนอร์ที่แข็งแกร่งและมีความเชี่ยวชาญด้านอีคอมเมิร์ซ นำไปสู่การจับมือกับ JD.com ก่อตั้งบริษัทร่วมทุนในสัดส่วน 50 : 50 มูลค่ากว่า 1 พันล้านหยวน หรือราว 5,000 ล้านบาท กลายมาเป็น JD Central เมื่อเดือนกันยายน ปี 2560 และเริ่มลอนช์เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน ปี 2561 โดยมีวิสัยทัศน์มุ่งสู่การเป็นอันดับ 1 ธุรกิจออนไลน์และเป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือที่สุดในประเทศไทย โดยชูจุดเด่น “ช้อปของดี การันตีของแท้” หลังจากเปิดตัวไปได้ไม่นาน JD Central ฉายแววเติบโตดี โดยเมื่อเดือนกันยายน 2561 นายวินเซนต์ หยาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เจดี เซ็นทรัล ได้เปิดเผยว่า ยอดการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มของ JD Central สูงกว่าที่คาดถึง 15 เท่า ถือว่าเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างไม่น่าเชื่อ โดยกว่า 80% เข้าถึงแพลตฟอร์มผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นหลัก แม้ JD Central จะมีการเติบโตทุกปี ทว่ามีกระแสข่าวออกมาตลอดเรื่องการถอนทุนออก เนื่องจาก การแข่งขันที่รุนแรงของตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย ทำให้ธุรกิจ JD Central ยังไม่ทำกำไร และขาดทุนสะสมมากกว่า 5,000 ล้านบาท โดยข้อมูลจากกรมการพัฒนาธุรกิจการค้า แสดงข้อมูลผลประกอบการของ JD Central เซ็นทรัลไว้ (ข้อมูลระบุถึงปี 2564) ดังนี้

  • ปี 2560 รายได้รวม 5.2 แสนบาท ขาดทุน 4 ล้านบาท
  • ปี 2561 รายได้รวม 458 ล้านบาท ขาดทุน 944 ล้านบาท
  • ปี 2562 รายได้รวม 1,285 ล้านบาท ขาดทุน 1,343 ล้านบาท
  • ปี 2563 รายได้รวม 3,492 ล้านบาท ขาดทุน 1,376 ล้านบาท
  • ปี 2564 รายได้รวม 7,443 ล้านบาท ขาดทุน 1,930 ล้านบาททั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2565 สื่อจีนได้รายงานว่า JD.com เตรียมถอนทุนออกจากไทยและอินโดนีเซีย จากปัญหาด้านยอดขาย และจะมุ่งเน้นตลาดประเทศจีน กระทั่งยอดผู้ใช้งานยังทิ้งห่างจากเบอร์ 1 คือ Shopee จากประเทศสิงคโปร์ และ Lazada บริษัทลูกของ Alibaba Group จากประเทศจีน ตามรายงาน ระบุว่า การขยายธุรกิจของ JD.com ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้บริษัทขาดทุนไปแล้วมากกว่า 10,000 ล้านหยวน หรือเกือบ 5 หมื่นล้านบาท ที่มา https://www.jd.co.th/bulletin.html?id=173 https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0105560181837 https://www.scmp.com/tech/big-tech/article/3201423/chinese-e-commerce-giant-jdcom-eyes-retreat-southeast-asian-markets-indonesia-thailand-sharpen-focus?module=perpetual_scroll_0&pgtype=article&campaign=3201423
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...