24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 27 มกราคม 2566
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 27 มกราคม 2566
>> นายกฯ สั่งติดตามตรวจสอบกรณี นทท.ชาวไต้หวันถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกเงิน
09.00 น. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบกรณีนักท่องเที่ยวถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกเงิน ซึ่งได้สั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งติดตามและตรวจสอบกรณีดังกล่าว พร้อมเน้นย้ำให้มีการตรวจสอบอย่างรอบคอบในทุกขั้นตอน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตรวจสอบข้อมูลการเดินทางของนักท่องเที่ยวเบื้องต้นแล้ว โดยอยู่ระหว่างการประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบังคับการตำรวจจราจร และ สถานีตำรวจนครบาล โดยเน้นไปยังจุดที่มีคนชาวต่างชาติพักอาศัยและเป็นสถานที่ท่องเที่ยว อาทิ ทองหล่อ ห้วยขวาง ลุมพินี ซึ่งมีการตั้งด่าน ทั้งความมั่นคงและตรวจวัดแอลกอฮอล์ เพื่อตรวจสอบและให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป ทั้งนี้ หากพบการกระทำความผิดจริง สามารถดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ได้ทันที โดยไม่ต้องรอผู้เสียหายเข้ามาร้องทุกข์แจ้งความ
>> ขยายผลจับ “บีเด็น” นักค้ายาบ้า จ.สตูล มือยิงตำรวจ ตชด.เจ็บสาหัส
11.00 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการราบปราม ร่วมกันจับกุม นายสุรพงศ์ หรือบีเด็น อายุ 25 ปี โดยจับกุมได้ที่บ้านพัก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
สำหรับนายบีเด็น เป็น1ในคนร้ายที่ตำรวจมีปฏิบัติการล่อซื้อยาเสพติดจากกลุ่มคนร้ายผู้ค้ายาบ้าในพื้นที่ จ.สตูล โดยนายบีเด็นยิงใส่เจ้าหน้าที่ เป็นเหตุให้ ส.ต.ต.เจษฎา อุ้ยเส้ง ผบ.หมู่ กองร้อย ตชด.ที่ 436 ถูกกระสุนปืน2นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นคนร้ายได้ทิ้งยาบ้าจำนวน 2,000 เม็ด แล้วหลบหนีไป โดยก่อนหน้านี้ สามารถจับกุมนายอามีน หรือมีน อายุ 27 ปี ผู้ร่วมก่อเหตุได้แล้ว
จนกระทั่งตำรวจตามจับนายสุรพงศ์ หรือ บีเด็น ได้ที่บ้านพักใน ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และยึดรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้หลบหนี รวมถึงอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ ซึ่งจากการสอบสวนนายบีเด็นให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสตูล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> ปคบ.บุกค้นหงษ์ทองลอตเตอรี่ ออนไลน์รายใหญ่ ไม่พบขายเกินราคา-ขายหวยทิพย์
12.00 น. ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ บก.ปคบ. เข้าตรวจค้น บริษัท หงษ์ทอง.COM เจ้าของแพลตฟอร์มซื้อขายลอตเตอรี่ออนไลน์รายใหญ่ เพื่อตรวจสอบว่ามีสลากใบจริงขายหรือไม่ และขายตามราคา 80 บาท ตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ซึ่งก่อนเข้าตรวจค้นเจ้าหน้าที่ได้มีการล่อซื้อลอตเตอรี่ทางแอปพลิเคชันหงษ์ทอง พบว่ามีสลากใบจริง และไม่ได้ขายเกินราคาตามที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้เมื่อมาถึงตำรวจได้แสดงหมายค้นพร้อมขอตรวจสอบหลักฐานการซื้อขายย้อนหลังทั้งหมด รวมทั้งเซิฟเวอร์ที่ใช้ ซึ่งทางผู้บริหารได้นำหลักฐานเอกสารทั้งหมดมาชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ รวมถึงได้เข้าไปตรวจสอบภายในบริษัท ซึ่งก็พบว่ามีลอตเตอรี่ใบจริงอยู่ในห้องเก็บลอตเตอรี่ที่มีการรักษาความปลอดภัยแน่นหนา
ด้าน นางสาวฐิตาภา ธนทรัพย์ ปรีชาญ์ ประธานบริหาร บริษัท หงษ์ทอง.COM ยืนยันว่า หงษ์ทอง.COM มีสลากใบจริงขาย ซึ่งลูกค้าที่ซื้อสลากหากมีความประสงค์จะรับสลากใบจริงก็สามารถมารับได้ด้วยตนเองที่สำนักงาน แต่หากไม่สะดวกมารับเองทางบริษัทก็จะมีการส่งทางไปรษณีย์ไปให้ แต่อาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเล็กน้อย
ด้านนายเสกสรรค์ เสนาชู ที่ปรึกษาทางกฎหมาย บริษัท หงษ์ทอง.COM เปิดเผยว่า หลังจากที่นายนวัฒน์ อิสรไกรศีล มีการโจมตีบริษัทนั้น ยอมรับว่า ทำให้บริษัทได้รับผลกระทบ ยอดขายตกลงจริง เนื่องจากความน่าเชื่อถือลดลง ซึ่งการที่ นายณวัฒน์ กล่าวหา ไม่เป็นความจริง หลังจากนี้จะมีการดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อไป
>> ตร. เรียกสอบโชเฟอร์รถรับจ้างส่งดาราสาวไต้หวัน ยืนยันเจ้าตัวเมาหนักเสียงดัง
13.57 น. พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.) เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีดาราสาวไต้หวันถูกตำรวจรีดไถเงินย่านห้วยขวางว่า ล่าสุดได้เชิญตัวคนขับรถรับจ้างสาธารณะที่เรียกผ่านระบบแอปพลิเคชันมาสอบปากคำที่ สน.ห้วยขวาง แล้ว โดยคนขับพร้อมให้ข้อมูลกับตำรวจ
จากการสอบปากคำเบื้องต้นทราบว่า หลังจากคนขับได้รับการเรียกผ่านระบบแอปพลิเคชันเอกชน จึงเข้าไปรับหญิงคนดังกล่าวที่บริเวณหน้าร้านสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในย่าน RCA จากนั้นได้ขับรถมาตามเส้นทางจนกระทั่งเข้าสู่ถนนรัชดาภิเษกและผ่านมาที่หน้าด่านจุดตรวจจุดสกัดของ สน.ห้วยขวาง ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตจีน ซึ่งตลอดทางที่หญิงสาวคนดังกล่าวนั่งรถมา ลักษณะมีอาการมึนเมามาก และพูดคุยเสียงดังมาตลอดทาง กระทั่งมาถึงที่ด่าน ตำรวจขอตรวจตามปกติและพูดจาด้วยถ้อยคำสุภาพ แต่หญิงสาวคนดังกล่าวมีอาการมึนเมาพูดคุยเสียงดัง ตำรวจจึงขอตรวจสอบหนังสือเดินทางและวีซ่า แต่คาดว่าเกิดการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน จึงเชิญหญิงสาวลงไปพูดคุยบนถนนก่อนจะเปลี่ยนไปคุยกันบนทางเท้า ตอนนั้นไม่ได้สนใจอะไร แต่ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่บริเวณหน้าด่านตรวจ ต้องจอดรออยู่บนรถเป็นเวลานานมากเกือบ 1 ชั่วโมง กระทั่งหญิงสาวคนดังกล่าวมาจ่ายเงินค่าบริการ และให้ขับรถออกจากด่านไปก่อน
ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ยังต้องรอข้อมูลรายงานการสอบปากคำอย่างละเอียดจากผู้กำกับการ สน.ห้วยขวาง อีกครั้งหนึ่
>> รองผู้ว่าฯ กทม. ลุยจัดระเบียบผู้ค้าย่านประตูน้ำ
14.30 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจการจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่-แผงลอย และความเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่ทางเท้าบริเวณซอยเพชรบุรี 15-21 ถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี จากการลงพื้นที่ในวันนี้พบว่า มีร้านค้าบางแห่งตั้งวางขายสินค้ารุกล้ำเข้ามาในทางเท้า มีผู้ค้านำรถเข็นขายสินค้ามาจอดขายอาหารและผลไม้ บางร้านได้มีการต่อเติมบางส่วนยื่นล้ำทางเท้า มีผู้ค้าบางรายตั้งวางแผงค้าทิ้งไว้โดยไม่จัดเก็บ และตั้งวางสินค้าบริเวณหน้าร้านที่ปิดทำการ รวมถึงมีการตั้งวางกระถางต้นไม้รุกล้ำออกมาบนทางเท้า และประชาชนนำรถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณหน้าอาคารที่พักอาศัย ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน 2 จุด คือ ซอยเพชรบุรี 15-19 ผู้ค้า 16 ราย ซอยเพชรบุรี 19-21 ผู้ค้า 43 ราย รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 59 ราย
ทั้งนี้ รองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ ได้เดินตรวจการจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่-แผงลอย และความเป็นระเบียบเรียบร้อยบนทางเท้า ตั้งแต่แยกประตูน้ำถึงซอยเพชรบุรี 13 ถนนเพชรบุรี พร้อมทั้งได้พูดคุยสร้างความเข้าใจ ขอความร่วมมือกับร้านค้าและผู้ค้าที่ตั้งวางขายสินค้ารุกล้ำทางเท้า โดยร้านค้าและผู้ค้าได้ให้ความร่วมมือในการจัดเก็บสินค้าที่ตั้งวางออกจากพื้นที่ นอกจากนี้ได้มอบหมายให้เขตฯ พิจารณายุบรวมจุดที่มีผู้ค้าจำนวนน้อยราย โดยให้มาทำการค้าในจุดเดียวกัน รวมถึงย้ายผู้ค้าที่อยู่ปากซอยให้เข้าไปอยู่ในซอยด้านใน ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจตรวจความเป็นระเบียบเรียบร้อยทางเท้าในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง กำชับร้านค้าไม่ให้วางขายสินค้ารุกล้ำในทางเท้า กวดขันผู้ค้าไม่ให้มีการตั้งวางสินค้าบริเวณหน้าร้านที่ปิดทำการ ขอความร่วมมือประชาชนให้นำรถจักรยานยนต์เข้าไปจอดในอาคาร และแคลื่อนย้ายกระถางต้นไม้เข้าไปในบริเวณอาคาร เพื่อความสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกในการเดินทางสัญจร ตลอดจนส่งเสริมให้ภาคเอกชนและประชาชนในพื้นที่ ได้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาความสะอาดและพัฒนาพื้นที่ร่วมกันให้เป็นเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน
>> รวบ โจรชิงทรัพย์ หญิงสูงวัย ขณะรอใส่บาตร
16.00 น. พ.ต.ท.ชาณิช เข็มเพชร์ รอง ผกก.สส.สน.ตลิ่งชัน พร้อมฝ่ายสืบสวน ร่วมกันจับกุม นายอานนท์ มุ่งขอบกลาง อายุ 44 ปี ตามหมายจับของศาลอาญาในข้อหา "ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด" โดยจับได้ที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ถนนราชมนตรี แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ พร้อมด้วยของกลาง จยย.ยี่ห้อ มารากูติ เมดิสัน และชุดที่ใส่ในวันก่อเหตุ นำตัวไปสอบสวนที่ สน.ตลิ่งชัน
สืบเนื่องจาก วันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาก่อเหตุ ใช้อาวุธมีดพกยาวประมาณ 6 นิ้ว แทง นางสรัญญา พวงมณี อายุ 68 ปี ขณะยืนรอใส่บาตร แต่นางสรัญญาเอี้ยวตัวหลบทัน และถีบคนร้ายจนเสียหลัก จากนั้นเกิดเหตุชุลมุน ทำให้นิ้วก้อยมือซ้าย ข้อศอกขวาถูกมีดบาดเลือดอาบ พร้อมกระชากสร้อยเงินน้ำหนักประมาณ 1 บาท ติดมือไป ต่อมานางสรัญญา จึงได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ตลิ่งชัน จากนั้น เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรในที่เกิดเหตุ จนเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย จึงตามไปรวบตัวได้ดังกล่าว
จากการสอบสวน นายอานนท์ ให้การรับสารภาพ อ้างว่าเกิดความคิดชั่ววูบจึงก่อเหตุ หวังได้ทรัพย์สินเอาไปขายเอาเงินใช้หนี้พนันออนไลน์ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> อดีตพ่อตา คว้าลูกซองส่องอดีตเขตดับ
20.00 น. สภ.เมืองสมุทรสงคราม ได้รับแจ้งเหตุยิงกันภายในบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ม.1 ต.คลองเขิน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม
โดยที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวยกสูง บริเวณลานหน้าบ้านพบผู้บาดเจ็บ 1 รายทราบชื่อต่อมา คือ นายณัฐพล ถือความตรง อายุ 42 ปี สภาพถูกยิงด้วยปืนลูกซองพลุนไปทั้งตัว เลือดไหลนองพื้น นอนหายใจรวยรินเจ้าหน้าที่พยายามปั้มหัวใจยื้อชีวิต แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ใกล้กันพบขวดเบียร์วางเกลื่อน และบริเวณข้างบ้านพบปืนลูกซองยาววางพิงอยู่ ส่วนผู้ก่อเหตุ คือ นายสมชาย หอมรสระรื่น อายุ 66 ปี เป็นอดีตพ่อตา อยู่บ้านห่างไปประมาณ 50 เมตร ชาวบ้านได้ช่วยกันจับตัวส่งเจ้าหน้าที่ได้ทันทีหลังก่อเหตุ
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่านายสมชาย ผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นอดีตพ่อตา และนายณัฐพล ผู้ตายเป็นอดีตลูกเขย มีปัญหากระทบกระทั่งกันมาตลอด และนายสมชายเคยยิง นายณัฐพล มาแล้วเมื่อ 5 ปีก่อน แต่ก็ยังกระทบกระทั่งกันมาตลอด ก่อนเกิดเหตุนายสมชาย ดื่มสุราขาวไป 1 กั๊ก ก่อนจะคว้าปืนลูกซองยาวไปก่อเหตุยิงนายณัฐพล ดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
>> แผ่นดินไหว ที่ลำปาง
21.58 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 1.8 แมกนิจูด ความลึก 2 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ไม่มีรายงานผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือน
>> รถ จยย.พลิกคว่ำ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
23.20 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู เกิดอุบัติเหตุ ถนนพัฒนาชนบท 2 ในพื้นที่ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
โดยที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า เอสอาร์ สีดำ ทะเบียน -859 กทม. เสียหลักพลิกคว่ำ ทำให้มีผู้บาดเจ็บชาย 1 ราย อาสากู้ภัยนส่ง รพ.จุฬารัตน์ 9 ทราบชื่อ นาย ดิว อายุ 32 ปี และใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อ นาย สมพงษ์ ทองตุ้ม อายุประมาณ 30-40 ปี พื้นที่ สน.ลาดกระบัง
>> ไฟไหม้บ้านเรือนประชาชนเสียหายวอด 4 หลังย่านเสรีไทย
01.50 น. ตำรวจ สน.บางชัน รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอยเสรีไทย 71 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กทม. จึงรุดตรวจสอบพร้อมประสานสำนักป้องกันบรรเทาสาธารณภัย สถานีบางชัน นำรถน้ำ กว่า 10 คันและอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณกลางซอย เป็นชุมชนวิมานสุข ลักษณะบ้านไม้ปลูกติดกันหลายหลัง โดยต้นเพลิงที่บ้านไม้ 2 ชั้น พบเพลิงลุกไหม้จากห้องครัวชั้นล่างของบ้านและลุกลามรวดเร็วไปยังบ้านข้างเคียง เจ้าหน้าที่จึงรีบฉีดน้ำใช้เวลาประมาณ 20 นาทีเพลิงจึงสงบลง
เบื้องต้นถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมด 4 หลังคาเรือน โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
จากการสอบถามเจ้าของบ้านเกิดเหตุ ให้การว่า ช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน ได้ยินเสียงคล้ายไฟช็อตดังตุ๊บ บริเวณบันไดขึ้นชั้น 2 ภายในบ้าน ก่อนจะมีเพลิงไหม้ลุกลามขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงร้องเรียกให้คนในบ้านรีบหนีออกมาได้ ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.บางชัน อยู่ระหว่างประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) เข้าตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุต่อไป
>> รถจยย.พลิกคว่ำ มีผู้เสียชีวิต
04.30 น. ม.ป่อเต็กตึ๊ง แจ้งเบื้องต้น เกิดอุบัติเหตุ ถนนพหลโยธิน หน้ากรมทหารขนส่ง บริเวณใกล้เคียงห้างโลตัส บางเขน
รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ ขาว ทะเบียน -212 ชลบุรี เสียหลักพลิกคว่ำ ทำให้มีผู้บาเดจ็บสาหัส อาสากู้ภัยพยายามช่วยเหลือทำ CPR แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมาเบื้องต้นเป็นชาย 1 คน รายละเอียดอยู่ระหว่างตรวจสอบ พื้นที่ สน.บางเขน
>> เพลิงไหม้โกดังของเก่า ย่านพระสมุทรเจดีย์ หลังเพลิงสงบพบร่างผู้เสียชีวิต
23.23 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู เกิดเหตุเพลิงไหม้ ลักษณะเป็นโรงงาน ภายในซอยสุขสวัสดิ์ 84 ในพื้นที่ ม1 ต ปากคลองบางปลากด อ พระสมุทรเจดีย์ จ สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเดินทางไปที่เกิดเหตุ
โดยที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นโกดังเก็บของเก่า เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิง ดำเนินการใช้หัวฉีดน้ำเป็นผลและเพลิงสงบในเวลาต่อมา จาการตรวจสอบ บริเวณบนชั้นที่ 2 ซึ่งเป็นลักษณะออฟฟิศ พบร่างผู้เสียชีวิต เพศหญิง 1 คน ทราบชื่อต่อมาคือ นาง เกตน์ศรี อายุ 58 ปี สภาพร่างถูกไฟคลอกไหม้เกรียม ขณะเกิดเหตุมีผู้บาดเจ็บชาย 1 รายอาสากู้ภัยให้การช่วยเหลือและนำส่ง รพ. พระสมุทรเจดีย์ ทราบชื่อ นาย ศิริพงษ์ อายุ 55 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างตรวจสอบ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระสมุทรเจดีย์
>> รถแท็กซี่ ชนกับรถจักรยานยนต์ กลางแยกบัสเทอร์มินอล บาดเจ็บ 3 และเสียชีวิต 1 คน
23.45 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู เกิดอุบัติเหตุ ถนนสุวรรณภูมิ 3 บริเวณกลางแยกใกล้เคียงปั๊ม ปตท. ในพื้นที่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
โดยที่เกิดเหตุ พบรถแท็กซี่ สีเขียว-เหลือง ทะเบียน กทม., รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกูปี้ สีดำ ทะเบียน กทม. และ รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีแดง ทะเบียน นราธิวาส เฉี่ยวชนกัน ความรุนแรงทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน ทราบชื่อต่อมา นส. ชนัญญา อายุ 22 ปี และมีผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย อาสากู้ภัยเร่งช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
>> สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก วันที่ 28 มกราคม 2566 เวลา 05.00 น.
ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกจำนวน 674,471,305 ราย รักษาอาการดีขึ้น 646,532,832 ราย เเละเสียชีวิตสะสม 6,756,430 ราย
1. ประเทศ สหรัฐอเมริกา ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 104,093,499 ราย เสียชีวิต 1,132,132 คน (เพิ่มขึ้น 2,170 คน)
2. ประเทศ อินเดีย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 44,682,437 ราย เสียชีวิต 530,731 คน (เพิ่มขึ้น 1 คน)
3. ประเทศ ฝรั่งเศส ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 39,508,154 ราย เสียชีวิต 164,080 คน (เพิ่มขึ้น 44 คน)
4. ประเทศ เยอรมนี ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 37,728,155 ราย เสียชีวิต 165,314 คน (เพิ่มขึ้น 175 คน)
5. ประเทศ บราซิล ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 36,794,650 ราย เสียชีวิต 696,731 คน (เพิ่มขึ้น 86 คน)