โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“กองทุนผสม” ทาง ‘สายกลาง’ ลุยได้ทุกภาวะตลาด... “ไส้ใน” ต่างกัน “ความเสี่ยง” & “ผลตอบแทน” ก็ต่างกัน !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 02 ก.ย 2567 เวลา 20.52 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2565 เวลา 17.15 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

สาระ Fund วันละนิด: ใกล้จะสิ้นปี22 กันแล้ว แต่สถานการณ์ลงทุนก็ยังผันผวนต่อเนื่องมาจนถึงสิ้นปี หลายคนที่รอจังหวะลงทุนอยู่ก็เลยไม่รู้จะเอายังไงดี จะลุยเลย หรือรอก่อนดี?
แต่ใครที่จะลงทุนในกลุ่ม “กองทุนประหยัดภาษี” ไม่ว่าจะเป็น “กองทุนรวมเพื่อการออม” (SSF) หรือ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF) ก็ตาม ก็คงเหลือเวลาให้คิดอีกไม่นานแล้วล่ะ
กลุ่ม “กองทุนผสม” (Allocation Fund) ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี เพราะถูกออกแบบมาให้ลงทุนได้ในทุกภาวะตลาด มีการจัดสำรับการลงทุนมาให้เสร็จสรรพ
เพียงเลือกที่ใช่ให้เหมาะกับความสามารถในการรับความเสี่ยงและเป้าหมายการลงทุนของตัวเองเท่านั้นพอ
ทำไมกลุ่ม “กองทุนผสม” จึงน่าสนใจ ตามทีมงาน ‘Wealthythai’ ไปค้นหาคำตอบพร้อมๆ กันได้เลย

“กองทุนผสม” การลงทุน “สายกลาง”…ระยะยาวให้ผลตอบแทนเฉลี่ยดีกว่า “ตราสารหนี้” แม้ไม่สูงเท่า “หุ้น”

อย่างที่ทราบกันว่า “การจัดสรรเงินลงทุน” (Asset Allocation) ถือเป็นหนึ่งในกุญแจสู่ความสำเร็จในเรื่องของการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้กับนักลงทุนได้จริง นักลงทุนสถาบันทั่วโลกที่ประสบความสำเร็จก็ใช้โมเดลนี้กันทั้งนั้น
“กองทุนผสม” (Allocation Fund) ถือเป็นกองทุนที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี เพราะมีการจัดสำรับการลงทุนมาให้แล้วเสร็จสรรพ เพื่อให้ได้ “พอร์ต” ที่มีระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกันออกไปตั้งแต่ต่ำไปจนถึงสูง ช่วยให้นักลงทุนไม่ต้องมานั่งปวดหัวจัดเงินลงทุนกระจายไปในสินทรัพย์ต่างๆ ด้วยตัวเอง

จากการสำรวจผลงานกลุ่ม “กองทุนผสม” ในช่วงเวลาต่างๆ ของทีมงาน ‘Wealthythai’ พบว่า ในระยะยาวย้อนหลัง 10 ปี (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ย. 22) ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยตั้งแต่ 1.71 – 3.66% ต่อปีซึ่งอาจจะไม่ได้สูงมาก แต่ก็ดีกว่าตราสารหนี้ โดยส่วนผสมที่มีความเสี่ยงสูงกว่า…ก็มีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนคาดหวังที่สูงกว่าด้วยเช่นกัน (ในทางตรงข้ามหากผิดทางก็ขาดทุนได้มากเช่นเดียวกัน) ถือเป็นทาง “สายกลาง” ที่น่าจะตอบโจทย์นักลงทุนระยะยาวที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางได้เป็นอย่างดี

“สัดส่วนการลงทุน”…กลไกเบื้องหลังช่วย “กองทุนผสม” ลงทุนได้ทุกภาวะตลาด

“ส่วนผสม”ของพอร์ตการลงทุนในกลุ่ม “กองทุนผสม” ถือเป็นกุญแจสำคัญที่กำหนดทั้งระดับของ “ความเสี่ยง” และ “ผลตอบแทนคาดหวัง” ของกองทุนนั้นๆ ซึ่งตามนิยามของ “สมาคมบริษัทจัดการลงทุน” (AIMC) จัดแบ่งเป็น 4 กลุ่ม โดยใช้สัดส่วนของการลงทุนในกลุ่มของ “สินทรัพย์เสี่ยง” ได้แก่ หุ้น หน่วย property/ REITS/ infrastructure/ private equity และ commodities เป็นสำคัญ ประกอบด้วย
- “Aggressive Allocation” มีสินทรัพย์เสี่ยง > 65% ของ NAV

- “Moderate Allocation” มีสินทรัพย์เสี่ยง 35 – 65% ของ NAV

- “Conservative Allocation” มีสินทรัพย์เสี่ยง < 35% ของ NAV

- “Global Allocation” มีหุ้นตั้งแต่ 0 -100% ของ NAV

“กลไกซึ่งเป็นแนวคิดของกลุ่ม ‘กองทุนผสม’ ช่วยให้สามารถลงทุนได้ทุกภาวะตลาด ส่วนใหญ่กองทุนมักจะกำหนดสัดส่วนการลงทุนเอาไว้ เช่น หุ้น 50% ตราสารหนี้ 50% เมื่อหุ้นตกราคาถูกลง สัดส่วนหุ้นในพอร์ตลดลงเหลือ 45% ผู้จัดการกองทุนก็จะไปซื้อหุ้นตอนถูกเพื่อให้สัดส่วนกลับมาอยู่ที่ 50% อีกครั้ง หรือในทางตรงข้ามหากหุ้นขึ้น ราคาหุ้นสูงขึ้น จนทำให้สัดส่วนหุ้นในพอร์ตเพิ่มขึ้นเป็น 60% ผู้จัดการกองทุนก็จะขายหุ้นตอนแพงปรับน้ำหนักกลับมาอยู่ที่ 50% อีกครั้งนั่นเอง ดังนั้นไม่ว่าตลาดจะเป็นเช่นไร ก็สามารถลงทุนได้ด้วยกลไกเบื้องหลังนี้นั่นเอง”
นักลงทุนที่สนใจจึงควรเข้าไปดูไส้ในถึง “ส่วนผสม” ที่อยู่เบื้องหลังกองทุนนั้นๆ ด้วยเช่นกัน เพราะแม้จะเป็น “กองทุนผสม” เหมือนกัน แต่ไส้ในที่แตกต่างก็ทำให้มีระดับ ‘ความเสี่ยง’ และ ‘ผลตอบแทนคาดหวัง’ที่ต่างกันไปด้วยนั่นเอง นี่คืออีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับใครที่กำลังมองหา “SSF-RMF” เพื่อลงทุนในช่วงสุดท้ายของปีนี้กันอยู่
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...