โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ชาวบ้านฮือ สาวหลอก 'อมเบี้ยประกันชีวิต' 126 คน พ่อแม่ยืดอกขอชดใช้แทนลูก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 20 ม.ค. 2566 เวลา 09.32 น. • เผยแพร่ 20 ม.ค. 2566 เวลา 09.20 น.

ชาวบ้านรวมตัวร้องสื่อพร้อมแจ้งความหลังถูกสาวแสบญาติสนิทหลอกอมเงินเบี้ยประกันชีวิต ด้านพ่อ-แม่ผู้ก่อเหตุยืดอกขอชดใช้แทนลูก

เมื่อวันที่ 20 มกราคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยัง บ้านหนองเลา ม.8 ต.ภูซาง อ.ภูซาง จ.พะเยา หลังมีชาวบ้านจำนวนมากร้องเรียนเข้ามาในเรื่องของถูกสาวรายหนึ่งหลอกเก็บเงินเบี้ยประกันชีวิตแต่ไม่ยอมส่งสำนักงานใหญ่จนเป็นเหตุให้ไม่สามารถเคลมในเรื่องการรักษาพยาบาลได้

ทั้งนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างไม่พอใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและได้รวมตัวเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.ภูซางเพื่อเอาผิดต่อ น.ส.นารีนาท อำมาตย์ใหญ่ พนักงานบริษัทกรุงเทพประกันชีวิต สาขาเชียงคำ ซึ่งได้มีการหลอกเก็บเงินเบี้ยประกันแต่ไม่ยอมส่งให้ทางสำนักงานใหญ่จนกรมธรรม์ประกันชีวิตหลายรายขาดการคุ้มครอง

นางสงวน ศรีจันทร์ ชาวบ้านหนองเลา 1 ในผู้เสียหาย ได้เล่าว่า ในเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นตนเองรู้ข่าวจากหลานสาวที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ ซึ่งตัวของหลานสาวตนเองมีหน้าที่จ่ายเงินค่าเบี้ยประกันมาตลอดจนล่าสุดได้โทรศัพท์สอบถามเพื่อขอใบเสร็จจะนำไปลดหย่อนภาษี แต่ปรากฏว่าตัวของผู้ก่อเหตุได้พูดบ่ายเบี่ยงตลอดเวลา

จนหลานสาวตัวเองเกิดความสงสัยจึงได้โทรศัพท์สอบถามไปยังสำนักงานใหญ่และรู้ความจริงว่าตัวผู้ก่อเหตุไม่ได้นำเงินส่งให้ทางต้นสังกัดในระยะเวลา 3 ปีแล้ว จนทางพรรคพวกของหลานสาวได้โทรศัพท์สอบถามกันในเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่จะเจอกับความจริงของเรื่องนี้

ทั้งนี้ตนได้ทำประกันชีวิตเพื่อหวังว่าหากตนได้สิ้นลมไปแล้วก็จะมีเงินให้กับลูกหลานของตัวเอง โดยการส่งเบี้ยประกันนั้นตนส่งปีละ 2 ครั้งรวมเป็นเงิน 5,300 บาท ซึ่งในเดือน มี.ค.66 นี้จะครบงวดที่ 6 ด้วย พอมาเจอกับเหตุการณ์นี้ตนรู้สึกเสียใจมาก เพราะผู้ก่อเหตุเป็นญาติภายในหมู่บ้านซึ่งทั้งตนและชาวบ้านที่เสียหายต่างไว้ใจทำด้วยเพราะคิดว่าหากทำกับตัวแทนบ้านอื่นกลัวจะถูกโกงได้ แต่สุดท้ายไม่คิดว่าคนที่คุ้นเคยกันภายในหมู่บ้านจะมาทำกันเองได้

ด้าน นางสุวรรณา เวณุจันทร์ ผู้เสียหายอีกรายได้เล่าว่า ตนเองก็โดนหลอกเก็บเงินเบี้ยประกันเหมือนกันซึ่งทำกับผู้ก่อเหตุไว้จำนวน 3 กรมธรรม์ โดยเป็นเงินประมาณ 7 พันกว่าบาทต่อปีและทำมาตั้งแต่ปี 53 แล้ว ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในหมู่บ้านี้พอตนทราบเรื่องก็เริ่มรู้สึกไม่ดีจึงได้โทรศัพท์ไปยังบริษัทกรุงเทพประกันภัยสำนกงานใหญ่เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยเช็กเบี้ยประกันและการคุ้มครองจนมาทราบว่าข้อมูลของตนขาดส่งเบี้ยมาในระยะเวลา 2 ปี ทำให้ตนรู้สึกเสียใจไม่น้อย ทั้งนี้ตนได้โทรศัพท์ไปหาผู้ก่อเหตุซึ่งก็ไม่รับโทรศัพท์และไม่ยอมอ่านข้อความไลน์ด้วย จนตนทนไม่ไหวจึงได้พาผู้เสียหายอีก 6 รายเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.ภูซางเพื่อดำเนินคดีกับสามีผู้ก่อเหตุในเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ด้วยเช่นกัน

ด้าน นายสนิท ย๊ะมงคล ผู้ใหญ่บ้านหนองเลา ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ในเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ตนทราบแล้วว่ามีชาวบ้านเบื้องต้นจำนวน 37 ราย ถูกโกงเงินค่าเบี้ยประกันภัยจากผู้ก่อเหตุโดนไม่ยอมส่งเงินให้กับทางสำนักงานใหญ่ ทั้งนี้ตนได้ประชาสัมพันธ์ให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายนี้มาลงชื่อพร้อมทั้งแจ้งรายละเอียดกับตน ซึ่งในช่วงบ่ายทางปลัดอำเภอประจำศูนย์ดำรงธรรมอำเภอภูซางได้เดินทางมาที่หอประชุมเพื่อรับเรื่องร้องเรียนที่เกิดขึ้นนี้ซึ่งพบว่าผู้เสียหายทั้งหมดที่มาร่วมลงชื่อนั้นมีด้วยกัน 126 ราย มูลค่าความเสียหาย 1.6 ล้านบาท

ล่าสุดทางว่าที่ รท.นราธิพงษ์ พิลาภ ปลัดอำเภอประจำศูนย์ดำรงธรรมอำเภอภูซาง ได้เดินทางมารับเรื่องราวที่เกิดขึ้นและได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ทางนายอำเภอภูซางได้ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้วจึงได้สั่งการให้ตนดูแลในเรื่องนี้ ซึ่งจากการประชุมร่วมกับชาวบ้านผู้เสียหายนั้นมีด้วยกันทั้งหมด 126 ราย โดยเป็นชาวบ้านในพื้นที่บ้านหนองเลา ม.8 และบ้านธาตุภูซาง ม.10 ทั้งนี้ยังมีพ่อและแม่ผู้ก่อเหตุเดินทางมาร่วมรับฟังในเรื่องที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งเอ่ยปากจะยอมชดใช้เงินที่ชาวบ้านถูกหลอกไปจำนวน 1.6 ล้านบาทนี้ให้เอง

ส่วนทางอำเภอได้ยื่นข้อเสนอให้ทางพ่อและแม่ของ น.ส.นารีนาทนี้ทราบว่าให้ทำการไกล่เกลี่ยชดใช้ภายในระยะเวลา 1 เดือนนับจากวันนี้ หากพ้น 1 เดือนยังไม่มีการชดใช้ก็คงจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ ตนยังได้เชิญผู้เสียหายจำนวน 1 รายที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งซึ่งได้ทำประกันชีวิตด้านโรคมะเร็ง “เจอ จ่าย จบ” ซึ่งทุนประกันอยู่ที่ 1 ล้านบาท โดยทราบว่าผู้เสียหายรายนี้ได้ยื่นมือช่วยเหลือญาติพี่น้องในพื้นที่ที่จะนำที่ดินมาขายในราคา 4 แสนบาท เพื่อที่จะนำเงินส่วนนี้ไปปลดหนี้ด้วย

ทั้งนี้ทางผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง สำนักงานบริษัทกรุงเทพประกันชีวิต สาขาเชียงคำ เพื่อที่จะสอบถามในเรื่องที่เกิดขึ้น โดยพนักงานได้ให้ข้อมูลว่าทางบริษัทยินดีที่จะช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเต็มที่ ซึ่งหากคนใดที่ขาดการคุ้มครองเพราะถูกโกงเงินค่าเบี้ยประกันสามารถมาติดต่อสอบถามเพื่อที่จะยื่นการคุ้มครองต่อ หรือจะยกเลิกประกันชีวิตก็ได้

ทั้งนี้ชาวบ้านที่เดือดร้อนในเรื่องนี้ได้เข้ามาติดต่อกันเยอะมากและส่วนใหญ่ยังยินยอมที่จะทำประกันชีวิตกันต่อไปนอกจากนี้ที่มาส่วนใหญ่ต่างพอใจในการตรวจสอบข้อมูลและการให้บริการของส่วนหน้าเคาน์เตอร์ที่รับเรื่อง แต่ส่วนตัวของผู้ก่อเหตุนั้นยังไม่สามารถติดต่อได้เช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...