แบร์นฮาร์ด ซีซาร์ ไอน์สไตน์ หลานสายตรงคนเดียวของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
รู้จัก “แบร์นฮาร์ด ซีซาร์ ไอน์สไตน์” หลานชายทางสายเลือดโดยตรงของ “อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์” จากเด็กหลังห้องผู้เดินตามรอยเท้าปู่สู่วิศวกรฟิสิกส์
วันที่ 15 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เปิดตัวพร้อมแถลงนโยบายลงผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้มีประโยคหนึ่งที่ “พี่เอ้” กล่าวถึงคือการเรียนจบปริญญาเอกจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) โดยว่าตนนั้น เป็นลูกศิษย์ของศาสตราจารย์เออร์เบิร์ต ไอน์สไตน์ หลานแท้ ๆ ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์ชื่อก้องโลก ด้วยประโยคว่า
“ผมนี้ถือว่าเป็นทายาทสายตรงของไอน์สไตน์ คนเดียวในแผ่นดินไทยเลยนะครับ”
- เปิดโปรไฟล์ 3 ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. ผู้ว่าฯหมูป่า ถอยจากเงาผู้มีบารมี
- สุชัชวีร์ : เปลี่ยนกรุงเทพฯให้ทันสมัย เตรียมตัวเป็นผู้ว่าฯมา 30 ปี
จากการตรวจสอบของประชาชาติธุรกิจ พบว่า นักฟิสิกส์ชื่อก้องโลก มีหลานที่เป็นทายาทสายเลือดโดยตรงเพียงคนเดียว คือ “แบร์นฮาร์ด ซีซาร์ ไอน์สไตน์” (Bernhard Caesar Einstein) บุตรของ ฮันส์ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ลูกคนที่สองของอัลเบิร์ต ไอนส์ไตน์
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ สมรส 2 ครั้ง ภรรยาคนแรกคือ มิเลวา มาริช (Mileva Marić) นักคณิตศาสตร์ที่ไอน์สไตน์พบรักระหว่างทำงานในหน่วยงานของรัฐบาลกลางสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งสองให้กำเนิดทายาท 3 คนคือ “ลีเซิร์ล ไอน์สไตน์” บุตรสาว แต่มีชีวิตได้เพียงปีเศษท่ามกลางข้อสันนิฐานมากมายที่ยังไม่ชัดเจน
“ฮันส์ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์” บุตรชายคนที่สอง เป็นอาจารย์ด้านวิศวกรรมไฮดรอลิกที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ และบุตรคนที่สาม “เอดูอาร์ด ไอน์สไตน์” สำหรับเอดูอาร์ด ฉายแววความฉลาดเหมือนบิดาตั้งแต่เด็ก
เขาเริ่มเข้าเรียนในวิทยาลัยแพทยศาสตร์ซูริก ด้วยความหวังเป็นจิตแพทย์ กระทั่งอายุ 21 ปี เขาได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคจิตเภท (Schizophrenia) ผู้ศึกษาชีวิตประวัติของไอน์สไตน์คาดว่า แทนที่จะช่วยชีวิตเอดูอาร์ดว่า การรักษาและยาในยุคนั้นกลับทำลายบุตรชายคนเล็กของไอน์สไตน์ สอดคล้องกับบันทึกของฮันส์ อัลเบิร์ต ที่เชื่อว่า สติปัญญาและพัฒนาการของน้องชาย ถูกทำลายจากการบำบัดด้วยการชอร์ตไฟฟ้า
ฮันส์ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ จึงกลายเป็นบุตรเพียงคนเดียวของไอน์สไตน์ที่มีชีวิตอยู่ เขาลี้ภัยมายังสหรัฐอเมริกาตามคำแนะนำของพ่อเมื่อปี 2476 หลังนาซีเริ่มเรืองอำนาจในเยอรมนี ฮันส์ซึ่งเรียนจบทางด้านวิศกรรมโยธาจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งสหพันธรัฐสวิส ในเมืองซูริก
ได้เข้าทำงานในกระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา ก่อนจะเติบโตเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญวิศวกรรมไฮดรอลิกที่มีชื่อเสียงของสหรัฐ กระทั่งเสียชีวิตเมื่อ 26 กรกฎาคม 2516 ในวัย 69 ปี
ฮันส์ อัลเบิร์ต สมรสกับฟรีดา เนคท์ มีบุตรทั้งหมด 4 คน คือ แบร์นฮาร์ด ซีซาร์ ไอน์สไตน์, เคลาท์ มาร์ติน ไอน์สไตน์, เดวิด ไอน์สไตน์ และ เอเวอร์ลิน ไอน์สไตน์ ซึ่งเป็นลูกสาวบุญธรรม เคลาท์ และ เดวิด ลูกคนที่สองและสาม เสียชีวิตตั้งแต่เด็กด้วยวัยเพียงไม่ถึง 10 ขวบ “แบร์นฮาร์ด ซีซาร์ ไอน์สไตน์” จึงถือเป็นหลานชายทางสายเลือดโดยตรงของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
สำหรับ “แบร์นฮาร์ด ซีซาร์ ไอน์สไตน์” เกิดเมื่อ 10 กันยายน 2473 เมืองดอทมุนด์ ประเทศเยอรมนี ชีวิตในวัยเด็ก ด้วยความที่ต้องย้ายตามบิดามายังสหรัฐ แบรนด์ฮาร์ดจึงแทบไม่ได้เข้าเรียนในโรงเรียนมัธยม เนื่องจากสื่อสารได้เพียงแค่ภาษาเยอรมัน ด้วยความถนัดในวิชาพละศึกษา ทั้งยังเป็นเด็กหลังห้องที่ผลการเรียนไม่ค่อยดีนัก
เขาเข้าเกณฑ์ทหารในกองทัพพบสหรัฐในปี 2497 และจบการฝึกขั้นพื้นฐานที่ฟอร์ทออร์ด ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เขาถูกส่งตัวไปประจำการทางตอนใต้ของเยอรมนี ที่ซึ่งได้พบกับภรรยาคนแรกคือดอริส โอด แอชเชอร์ ทั้งคู่แต่งงานในปี 2497
ในการให้สัมภาษณ์เมื่อนานมาแล้วแบรนด์ฮาร์ดได้กล่าวว่า การเข้าประจำการในกองทัพได้ฝึกให้เขามีวินัยในตนเอง กระทั่งสามารถกลับมาเรียนศึกษาต่อที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งสหพันธรัฐสวิส (ETH) ในเมืองซูริก สถาบันเดียวกับที่บิดาและปู่เคยศึกษา ในสาขาวิศวกรรมฟิสิกส์
เมื่อเรียนจบ ฮันส์เดินทางกลับไปยังสหรัฐพร้อมเข้าทำงานในบริษัทออกแบบและผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ในรัฐเทกซัส จากนั้นจึงย้ายไปแคลิฟอร์เนีย เพื่อร่วมงานกับ Litton Industries บริษัทด้านยุทโธปกรณ์ป้องกันประเทศรายใหญ่ แบร์นดฮาร์ดเป็นวิศวกรผู้เชี่ยวชาญในด้านหลอดอิเล็กตรอนสุญญากาศ เทคโนโลยีงานประดิษฐ์ของเขาได้รับการจดสิทธิบัตรถึง 4 ฉบับ ในปี 2517
แบร์นดฮาร์ดเคยเปิดเผยต่อหนังสือพิมพ์ Le Soir ของเบลเยียมเมื่อปี 2548 เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขากับผู้เป็นปู่ว่า ปู่ของเขาไม่เห็นด้วยกับการตกปลาที่เป็นกีฬา เขาเชื่อว่าการตกปลามีเพื่อใช้ทำอาหารเท่านั้น “คุณปู่จะอนุญาตให้ฉันไปตกปลาได้ก็ต่อเมื่อฉันกินปลาทั้งหมดที่ฉันจับได้ ดังนั้นฉันจึงจับปลาได้ตัวหนึ่งในตอนเช้าและกินเป็นอาหารเช้า”
แบร์นฮาร์ดเล่าถึงความทรงจำวัยเยาว์คราวออกล่องเรือกับนักฟิสิกส์ชื่อดังว่า “เขา (ไอน์สไตน์) บางครั้งก็เป็นคนช่างพูด แต่บางครั้งก็เป็นคนเงียบ ๆ ในบ่ายวันหนึ่งซึ่งลมสงบ ผู้เป็นปู่ก็กลายเป็นคนช่างพูดว่า “ความสงบเป็นเรื่องสุดท้าทายของกะลาสีเรือ” วันนั้น เขาและปู่แล่นเรือห่างจากฝั่งเพียง 1 กิโลเมตรตลอดเวลา 3 ชั่วโมง
ช่วงท้ายของชีวิต “แบร์นฮาร์ด ซีซาร์” ย้ายกลับไปยังสวิตเซอร์แลนด์และทำงานเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ Swiss Army Research Lab กระทั่งเสียชีวิตเมื่อปี 2551 ด้วยวัย 78 ปี