โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เส้นทาง “ไลน์ ประเทศไทย” องค์กรคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้มีแต่กลีบกุหลาบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 ต.ค. 2566 เวลา 06.57 น. • เผยแพร่ 09 ก.ย 2566 เวลา 04.41 น.
ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา

จากความเคลื่อนไหวล่าสุดที่ LINE MAN Wongnai และ LINE ประเทศไทย เข้าซื้อ Rabbit LINE Pay จากผู้ถือหุ้นเดิม สะท้อนถึงการเตรียมพร้อมสู่ฉากทัศน์ใหม่ที่ต้องการยกระดับบริการต่าง ๆ โดยมีระบบเพย์เมนต์เป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์เชื่อมต่ออีโคซิสเต็ม แม้ “LINE-ไลน์” จะมีภาพจำเป็นแอปแชตยอดนิยม สู่แนวคิด “Chat Economy” ปัจจุบันมีบริการต่าง ๆ ตอบโจทย์การใช้ชีวิต และธุรกิจ (Life on Line) มาไกลจากจุดเริ่มต้นมาก บางบริการสปินออฟแยกร่างกลายไปเป็น “ยูนิคอร์นสตาร์ตอัพ” แล้วด้วยซ้ำ และบางบริการเกิดที่ไทยเป็นที่แรก

ถอดสูตร Hyper Localization

ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทแม่มี นโยบายที่เรียกว่า “Hyper Localization” เปิดกว้างให้บริษัทในท้องถิ่นพัฒนาบริการที่เข้ากับความต้องการของผู้ใช้ในแต่ละประเทศ ทำให้บริการที่มีออกมาได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้ โดยจะเน้น 2 ส่วน คือ user centric ในแง่การใช้งานด้วยการออกแบบ UX/UI ให้เข้ากับผู้ใช้ในประเทศนั้น ๆ นอกเหนือไปจากการมีภาษาท้องถิ่น และเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (customer centric) มองประสบการณ์ของลูกค้าเป็นหลักในทุกขั้นตอน

“การที่บริษัทแม่ปล่อยให้บริษัทลูกแต่ละประเทศ localize ได้เต็มที่ ทำให้เรามีบริการที่ครีเอตขึ้นใหม่เฉพาะในท้องถิ่น เช่น LINE MAN ก็เริ่มจากเมืองไทย คนไทยภูมิใจได้เลยว่าบริการนี้เกิดจากคนไทย 100% มีที่ไทยที่เดียว เรายังปรับสิ่งต่าง ๆ ให้ตอบโจทย์ได้ เช่น ต้องการเพิ่มเวลาในการใช้งานในฟีเจอร์ไลฟ์ก็ไปหาคอนเทนต์ที่ผู้บริโภคสนใจอย่างการถ่ายทอดสดผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นตัวอย่างที่ดี ซึ่งบริษัทแม่ไม่เข้าใจว่าจะทำไปทำไม แต่เราก็อธิบายให้เขารับรู้ได้ว่า นี่เป็นความชอบของผู้บริโภคในประเทศเรา”

LINE ยังเปิดโอกาสให้ผู้บริหารแต่ละประเทศพูดคุยแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน โดยแต่ละประเทศนำแนวคิดทางธุรกิจ และบริการต่าง ๆ ของประเทศอื่นไปปรับใช้ได้เสมอ ดังเช่นที่ไต้หวัน ก็สนใจบางบริการของไทย และจะนำไปให้บริการบ้าง

“ในแง่ผลงาน ไลน์ที่ญี่ปุ่นเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนอันดับสอง ตีคู่กันมาระหว่างไทยกับไต้หวัน แม้เราจะแข่งกัน แต่ก็เป็น healthy competition ที่มีการแลกเปลี่ยนไอเดียกันตลอด ไต้หวันสนใจจะนำระบบเสี่ยงเซียมซีเราไปให้บริการ เราก็สนใจ LINE POINTS ของเขา ไม่มีการกั๊กองค์ความรู้ เพราะมองว่าเป็นสิ่งที่ช่วยให้บริษัทเติบโตยิ่งขึ้น”

ความท้าทายของ CEO ยุคโควิด

ดร.พิเชษฐกล่าวว่า ตนรับตำแหน่ง CEO มา 4 ปีกว่า สิ่งที่ท้าทายมากที่สุด คือช่วงโควิด-19 เป็นตัวแปรที่ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป เป็นช่วงสุญญากาศของการตัดสินใจซื้อโฆษณาบนแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญจึงต้องปรับแผน และเรียนรู้การใช้ประโยชน์จาก “ข้อมูล” เพื่อนำมาพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากที่สุด

“รับตำแหน่งกลางปี 2562 ไม่นาน โควิดก็มาจึงเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายมาก ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความไม่แน่นอน ลูกค้าที่ซื้อโฆษณาก็ wait & see แต่ในอีกมุมโควิดก็เป็นโอกาสอันหอมหวานสร้างการเติบโตให้ LINE ทำให้ผู้ใช้เพิ่มขึ้นมากจากก่อนโควิด 44 ล้านคน ปัจจุบัน 54 ล้าน (ณ มิ.ย. 2566) เกิด mass migration คนเข้ามาใช้แพลตฟอร์มเยอะมากใน 3-4 เดือน 2 สัปดาห์แรก LINE MAN ถึงกับล่ม ต้องรีบแก้เอาระบบขึ้นหรือ Rabbit LINE Pay ก็เติบโตมาก จากที่คนยังไม่มั่นใจที่จะนำเงินเข้าสู่ระบบดิจิทัล แต่พอได้ลองใช้ก็ใช้ต่อมาเรื่อย ๆ”

มีฐานผู้ใช้ LINE เกือบ 90% ของประชากรไทยที่ใช้มือถือ จึงเปรียบได้กับโครงสร้างพื้นฐาน และถือเป็นความท้าทายใหม่ ถ้าจะมองว่าสัดส่วนผู้ใช้เกือบสุดเพดานในไทยแล้วก็ได้ แต่ตนยังเชื่อว่ามี gap ให้โตได้อีก

“แต่สิ่งที่สำคัญกว่า คือเราอยู่ในยุค 5G สปีดอินเทอร์เน็ตเร็วมาก ทำให้เวลาในการทำสิ่งต่าง ๆ สั้นลงจึงจะโฟกัสการพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคทำให้การใช้เวลาบนแพลตฟอร์มนานขึ้น”

แอปแชตสู่ Business Solution

นอกจากนี้ยังมองไปถึงการพัฒนาโซลูชั่นสำหรับเอสเอ็มอี และเจ้าของธุรกิจทำให้มือถือเครื่องเดียวทำธุรกิจได้

“เรามอง LINE OA เป็น business solution มีแพ็กเกจสำหรับรายเล็กที่ให้ใช้ฟรี หรือจ่ายในราคาที่เข้าถึงได้ มาพร้อมเครื่องมือจัดเก็บดาต้า เป็นตัวช่วยขายสินค้า ใช้ดาต้าเพื่อบรอดแคสต์โปรโมชั่น เช่น ลูกค้าซื้อครีม 1 กระปุกเราจะรู้ว่าจะใช้หมดใน 1 เดือน ก็ยิงโปรโมชั่นให้ลูกค้าในสัปดาห์ที่ 3 ให้กลับมาซื้ออีก การมีข้อมูลทำให้ไม่ต้องบรอดแคสต์พร่ำเพรื่อ หรือแชต บอตอัตโนมัติก็ช่วยให้ร้านค้าไม่ต้องสแตนด์บายตลอดเวลา ทั้งพัฒนา LINE Ads Manager โฆษณาเพื่อโปรโมตร้านค้าบน LINE ด้วย

ปัจจุบันบัญชี LINE OA มีกว่า 6 ล้านบัญชี ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายเล็ก ซึ่งเพิ่มจากปี 2562 ที่มีไม่ถึง 2 ล้านบัญชีและการพัฒนาบริการจะโฟกัสลูกค้า 3 กลุ่ม มี LINE OA สำหรับองค์กร, สำหรับผู้ประกอบการรายเล็ก และหน่วยงานภาครัฐ”

“เราได้เรียนรู้ใน 2-3 ปีที่ผ่านมาว่า เทคโนโลยีเรามีประโยชน์ในการให้บริการประชาชน ลดต้นทุนการพัฒนาระบบ และเพิ่มความสะดวกสบาย เช่น การให้ข้อมูลด้านสุขภาพ และการออกใบรับรองของหมอพร้อม หรือ M-Flow ขับรถขึ้นทางด่วนไปได้เลยแล้วมาจ่ายเงินย้อนหลังใน Rabbit LINE Pay เราอยากขยายไปยังหน่วยงานอื่น ๆ อีกทำให้เข้าใจว่าโซลูชั่นเราช่วยเขาได้อย่างไร”

ธุรกิจที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

แม้หลายบริการจะประสบความสำเร็จมีผู้ใช้จำนวนมาก แต่ก็ยังมีอีกไม่น้อยที่ต้องพับโปรเจ็กต์เก็บเข้ากรุ เช่น LINE Jobs แพลตฟอร์มหางาน และ LINE TV แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอันโด่งดัง

“เรายังเสียดาย LINE TV จนถึงทุกวันนี้ คอนเทนต์หลายอย่างดีมาก เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตลาดซีรีส์วายเติบโตจริง ๆ LINE TV เติบโตทั้งในแง่ผู้ใช้ และรายได้จากโฆษณา แต่ค่าใช้จ่ายหลังบ้านเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่คุ้มที่จะให้บริการต่อ หรือ LINE Jobs ที่ให้คนหางานกับนายจ้างมาเจอกัน คอนเซ็ปต์ดีแก้ปัญหาการหางานที่กระจุกตัวในกรุงเทพฯได้ แต่คนยังไม่พร้อมจ่ายเงินให้บริการแบบนี้จึงต้องปิดไป แต่ก็ทำให้ได้เรียนรู้ เป็นบทเรียนว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช่ ในเวลาที่ไม่ใช่ ก็ไปต่อไม่ได้”

บริหารองค์กรคนรุ่นใหม่

ซีอีโอ “ไลน์” ประเทศไทยบอกอีกว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทพัฒนาบริการได้มากมายมาจากความสามารถของบุคลากรที่ “ไฟแรง” และมี DNA เฉพาะตัว สำหรับคุณสมบัติที่บริษัทมองหาคือ 1.เป็น self-starter หรือคนที่มีความคิดริเริ่มในการทำสิ่งต่าง ๆ 2.มีความสามารถในการแก้ปัญหา และ 3.ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี

“น้อง ๆ ที่มาทำงานกับเรามักให้ความสำคัญกับการทำอะไร เพื่อสังคมหรือประเทศ ค่าตอบแทนก็มีส่วน ด้วยความเป็นองค์กรคนรุ่นใหม่การโยนโจทย์อะไรต่าง ๆ ต้องทำให้เขารู้สึกแชลเลนจ์ตลอดเวลา เขามาพร้อมเอเนอร์จี้ที่ต้องการพัฒนาสิ่งใหม่ แต่เข้ามาแล้วออกไปก็ไม่น้อย ไม่ใช่ว่าเราไม่ดี แต่เพื่อนร่วมอุตสาหกรรมก็ต้องการคนเก่ง ๆ เช่นกัน เราจึงต้องพยายามรักษาทาเลนซ์ และปั้นพร้อมกันไป”

ผ่านโครงการ LINE Rookie รับเด็กฝึกงาน โดยให้น้อง ๆ มหา’ลัยต่าง ๆ ลองทำงาน คิดโปรเจ็กต์ตั้งแต่ยังไม่จบ มีแล็ปทอป และสวัสดิการอื่น ๆ ให้ จะมีพี่ ๆ คอยไกด์ โดยแต่ละปีมีคนสมัครกว่า 2,000 คน รับแค่ 20 คนใครที่เหมาะกับองค์กรก็จะดึงตัวให้ทำงานต่อ

ต้องการเป็น “Naver” เกาหลีใต้

โควิดทำให้ LINE Work From Anywhere 100% ดร.พิเชษฐยอมรับว่ามีผลต่อการมีปฏิสัมพันธ์ภายในทีมจึงต้องให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมเชื่อมทุกคนให้ใช้เวลาร่วมกันด้วย

“เกือบ 80% โดยเฉพาะคนใหม่ เข้ามาก็จะมีแต่บทสนทนาเรื่องงาน เราก็พยายามแก้ปัญหาด้วยการพาทีมไป outing จัด connect day เลี้ยงอาหารพิเศษในวันเงินเดือนออก หรือวันครบรอบ 12 ปี ก็มีกิจกรรมประมูลของจากผู้บริหาร ให้น้อง ๆ รวมเงินกันมาประมูล เพราะตั้งใจนำเงินไปทำบุญผ่านกิจกรรมนี้”

เมื่อถามถึงเป้าหมายในการขับเคลื่อนผลักดันองค์กร “ดร.พิเชษฐ” บอกว่า ความฝันในฐานะ CEO เขาอยากทำให้ LINE ประเทศไทย เป็นเหมือนกับ “Naver” ที่ประเทศเกาหลีใต้ (บริษัทเทคโนโลยีที่คนเกาหลีนึกถึงเป็นชื่อแรก และให้ความไว้วางใจในการใช้บริการต่าง ๆ)

“ผมอยากให้ LINE ประเทศไทย ไปถึงจุดที่ว่า เป็นชื่อแรกที่คนไทยนึกถึงเวลาจะทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ต หรือต้องการทำอะไรสักอย่าง ให้เขาวิ่งมาที่ LINE ก่อน โดยไม่รู้ว่าจะมีบริการนั้น ๆ หรือเปล่า หวังว่าเราจะช่วยเขาได้ คล้ายกับ Naver ของเกาหลีใต้ เป็นศูนย์รวมของทุกอย่าง คิดอะไรไม่ออก ก็เข้ามาที่ Naver เป็นอันดับแรก”

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...