โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ท่องเที่ยวสับสน นโยบายฟรีวีซ่า ยัน 3 เดือนไร้ผลขอลากยาวครึ่งปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ก.ย 2566 เวลา 15.27 น. • เผยแพร่ 09 ก.ย 2566 เวลา 00.28 น.

คนท่องเที่ยวโอดนโยบายกระตุ้นท่องเที่ยวรัฐบาลเศรษฐาสุดสับสน จะเปิดฟรีวีซ่า ไม่ต้องขอ หรือแค่ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า เผยนักท่องเที่ยวจีนชะลอการเดินทาง ตลาดเสียหายแล้ว 2 สัปดาห์ ย้ำต้อง “ฟรีวีซ่า” เท่านั้น ยันแค่ 3 เดือนไร้ประโยชน์ ขอลากยาว 6 เดือนทั้งจีน-อินเดีย สายการบิน โรงแรมลุ้นหนัก

แหล่งข่าวในธุรกิจท่องเที่ยวรายหนึ่งกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การประกาศนโยบายใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือดึงเม็ดเงินเข้าประเทศด้วยการให้ฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีน ในวันที่ 1 ตุลาคม 2566 นี้ยังสร้างความสับสนให้กับผู้ประกอบการในภาคการท่องเที่ยว ทั้งของไทยและในจีนอย่างมาก ว่าสรุปแล้วรัฐบาลไทยจะเปิดรับนักท่องเที่ยวจีนให้เข้ามาเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า (ฟรีวีซ่า) หรือแค่ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า (วีซ่าฟรี) เท่านั้น

ทัวร์จีนชะลอเดินทาง

แหล่งข่าวกล่าวว่า ความไม่ชัดเจนดังกล่าวสร้างความเสียหายให้กับการท่องเที่ยวตลาดจีนแล้ว โดยในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดการชะลอการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนอย่างมาก เนื่องจากบริษัทนำเที่ยวจีนต่างรอดูความชัดเจน และหวังว่ารัฐบาลไทยจะเปิดให้นักท่องเที่ยวจีนเข้าโดยไม่ต้องทำวีซ่า

“ผมเห็นเอกสารคำแถลงนโยบายของนายกฯ เศรษฐาต่อรัฐสภาแล้ว ซึ่งในเอกสารระบุว่ารัฐบาลจะยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่า ไม่ใช่ให้ฟรีวีซ่า หรือไม่ได้ต้องใช้วีซ่าเหมือนกับที่นายกฯ ให้สัมภาษณ์ ตอนนี้คนทำทัวร์เลยสามารถยืนยันแนวปฏิบัติของรัฐบาลไทยกับคู่ค้าฝั่งจีนได้” แหล่งข่าวกล่าว

“ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า” ไม่ตอบโจทย์

ขณะที่ ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) สมาคมทัวร์อินบาวนด์ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตามหลักวิจัยของ World Travel & Tourism Council : WTTC ปี 2017 ระบุว่า การอำนวยความสะดวกในการยื่นขอวีซ่าจะช่วยให้เกิดการเดินทางได้เพิ่มขึ้นประมาณ 8.1% แต่ถ้ายกเว้นวีซ่าทั้งระบบจะได้ประมาณ 16%

“หากมีการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า แต่ไม่ได้อำนวยความสะดวกเรื่องขั้นตอนและลดเอกสารในการยื่นของวีซ่า ก็ต้องดูว่าจะมีผลขนาดไหน ซึ่งประเด็นนี้น่าจะส่งผลโดยตรงต่อนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มาขอวีซ่าหน้าด่าน หรือ visa on arrival : VOA เพราะวันนี้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาประมาณ 80% ใช้ visa on arrival มีขอกับสถานทูตหรือกงสุลใหญ่ในจีนเพียงแค่ประมาณ 20% เท่านั้น” ดร.อดิษฐ์กล่าว และว่า

ทั้งนี้ ส่วนตัวคาดการณ์ว่า กรณีที่รัฐบาลยกเว้นวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาโดยไม่ต้องขอวีซ่า จะทำให้มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นจากภาวะปกติประมาณ 5-7 แสนคน ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ (ตุลาคม-ธันวาคม 2566)

ส่วนกรณีที่รัฐบาลดำเนินการเพียงแค่ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ไม่น่าจะเกิดกระแสได้มากนัก โดยคาดว่าน่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นจากภาวะปกติประมาณ 4-5 แสนคน

“ประเด็นหลักคือ หากมีมาตรการกระตุ้นออกมา สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองต้องมีระบบการบริหารจัดการบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ดีด้วย เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวมากระจุกตัวบริเวณหน้าด่าน” ดร.อดิษฐ์กล่าว

แนะประกาศล่วงหน้า 1 เดือน

แหล่งข่าวในธุรกิจโรงแรมรายหนึ่งกล่าวว่า การประกาศเดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาลเศรษฐา 1 เป็นประเด็นที่ดีและน่าจับตามาก เนื่องจากการท่องเที่ยวเป็นเซ็กเตอร์ที่สามารถดึงเงินเข้าประเทศได้เลยทันที แต่ยังมีหลายเรื่อง หลายประเด็นที่มองว่ารัฐบาลยังไม่เข้าใจธรรมชาติของธุรกิจท่องเที่ยว ที่เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง ทบวง กรม

ดังนั้น นโยบายบางประเด็นจึงไม่ใช่แค่เรื่องของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเท่านั้น ยกตัวอย่าง กรณีการขับเคลื่อนเรื่องการทำฟรีวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวจีนนั้น ตามระเบียบแล้วเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานมากทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ฯลฯ เป็นต้น

หรือกรณีที่คาดหวังว่าหากเปิดฟรีวีซ่า หรือยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าในวันที่ 1 ตุลาคม 2566 หลังประกาศจะเห็นนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเติมได้ทันที แต่ในความเป็นจริงแล้ว หลังจากประกาศนโยบายเร็วสุดที่จะเริ่มเห็นนักท่องเที่ยวเข้ามาคือ 1-2 เดือนหลังจากออกประกาศ

ดังนั้น การประกาศว่าจะเริ่ม 1 ตุลาคมนั้น เร็วสุดที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางคือพฤศจิกายน หรือกลางเดือนพฤศจิกายน นั่นหมายความว่าหากนโยบายนี้กำหนดใช้ชั่วคราว 3 เดือนจะได้ผลลัพธ์เพียงแค่ 1 เดือนครึ่ง-2 เดือนเท่านั้น ซึ่งอาจไม่ได้กระตุ้นการเดินทางให้เกิดโมเมนตั้มที่ดีได้มากนัก

“ในทางปฏิบัติรัฐบาลต้องวางแผนล่วงหน้า ถ้าต้องการนักท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นไฮซีซั่น หรือต้นเดือนตุลาคม จะต้องประกาศตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม หรือช้าสุดคือต้นเดือนกันยายน ไม่ใช่ประกาศปลายเดือนกันยายนแล้วเริ่มใช้ 1 ตุลาคม แบบนี้ไร้ประโยชน์ เพราะบริษัททัวร์ทำตลาดไม่ทัน เช่นเดียวกับสายการบินที่ต้องมีเวลาวางแผนเพิ่มเที่ยวบินล่วงหน้า” แหล่งข่าวกล่าว

เสนอลากยาว 6 เดือน

แหล่งข่าวรายนี้ยังกล่าวอีกว่า การออกมาตรการกระตุ้นนั้นเหมาะสำหรับทำการตลาดในช่วงโลว์ซีซั่นมากกว่า ดังนั้น ส่วนตัวจึงไม่เห็นด้วยกับการใช้มาตรการฟรีวีซ่า หรือยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าในช่วงที่เป็นไฮซีซั่น (ปลายปี) เนื่องจากเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยววางแผนการเดินทางท่องเที่ยวกันอยู่แล้ว ไม่ต้องออกมาตรการกระตุ้นก็มีจำนวนมากพอ

ดังนั้น หากรัฐบาลต้องการขับเคลื่อนนโยบายมาตรการฟรีวีซ่าหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ตั้งแต่ 1 ตุลาคมนี้ อยากเสนอให้พิจารณาใช้อย่างต่ำ 6 เดือน หรือลากยาวไปถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2567 เพื่อกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีหน้าด้วย

ย้ำต้อง “ยกเว้นวีซ่า” เท่านั้น

เช่นเดียวกับนายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ที่กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ระยะเวลาที่เหมาะสมในการออกมาตรการคือ นำร่องก่อน 6 เดือนเพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาในการทำการตลาด และเกิดโมเมนตั้มที่ดี หลังจากนั้นค่อยมา“ผมอยากย้ำว่ามาตรการฟรีวีซ่าคือบูสเตอร์ชอตที่ดีมาก ๆ

ดังนั้น สิ่งที่ภาคเอกชนท่องเที่ยวอยากได้คือฟรีวีซ่า หรือไม่ต้องขอวีซ่า เพราะถ้าแค่ฟรีค่าธรรมเนียม กระบวนการยื่นขอวีซ่าจะยังคงยุ่งมากเหมือนเดิม ไม่ตอบโจทย์ในสิ่งที่ภาคเอกชนอยากให้ปลดล็อก เนื่องจากที่ผ่านมานักท่องเที่ยวไม่ได้มีปัญหาเรื่องการจ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่า แต่ติดเรื่องกระบวนการเอกสาร และขั้นตอนการขอวีซ่ามากกว่า” นายชำนาญกล่าว

ชงปลดล็อกวีซ่าอินเดียด้วย

นายชำนาญกล่าวด้วยว่า อยากเสนอว่ารัฐบาลพิจารณาฟรีวีซ่าสำหรับตลาดอินเดียควบคู่ไปกับตลาดจีนด้วย เนื่องจากอินเดียก็เป็นตลาดขนาดใหญ่เช่นกัน และเชื่อว่าหากรัฐบาลประกาศใช้มาตรการฟรีวีซ่าออกมาพร้อมกัน 2 ตลาด จะทำให้ตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้บรรลุเป้าหมาย 30 ล้านคน เช่นเดียวกับตลาดจีนที่เชื่อว่าจะได้ 5 ล้านคนตามเป้าหมายของรัฐบาล

“สายการบิน-โรงแรม” ลุ้นหนัก

นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลจะเดินหน้านโยบายฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีนว่า ส่วนตัวมองว่าจะเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาเที่ยวมากขึ้นแน่นอน ส่วนจะมากแค่ไหนต้องรอประเมินอีกครั้ง

โดยในส่วนของสายการบินบางกอกแอร์เวย์สนั้น เตรียมฟื้นเส้นทางบินสู่จีน 2 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางสมุย-ฉงฉิ่ง และเส้นทางสมุย-เฉิงตู รองรับนักท่องเที่ยวจีนที่ชื่นชอบการเที่ยวทะเล ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของทางการจีน คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือนพฤศจิกายน 2566 นี้

“เมื่อวันก่อนได้มีโอกาสเข้าพบนายกฯ เศรษฐา ในนามสมาคมสายการบิน ก็ได้มีการพูดคุยกันในประเด็นเปิดฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีน เราจึงเสนอให้รัฐบาลพิจารณาเปิดฟรีให้กับตลาดอินเดียไปพร้อมกัน รวมถึงเจรจาเรื่องสิทธิการบินเพิ่มเติมด้วย เพื่อให้ภาพรวมการฟื้นตัวของจีนและอินเดียกลับมาได้เร็วขึ้น” นายพุฒิพงศ์กล่าว

เช่นเดียวกับนางสาววัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัทแอทเสทเวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ที่กล่าวว่าถึงแม้เที่ยวบินต่าง ๆ จะพานักท่องเที่ยวมาได้ไม่เต็มที่เหมือนก่อนช่วงโควิด แต่ภาพของการท่องเที่ยววันนี้กลับมาแข็งแกร่งขึ้น และได้นักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพมากขึ้น สะท้อนจากราคาห้องพักต่อคืนของ AWC ที่สูงกว่าช่วงโควิด

สำหรับนโยบายเรื่องฟรีวีซ่านั้น มองว่าจะเป็นประโยชน์ในภาพรวม และช่วยเติมนักท่องเที่ยวให้โรงแรมระดับกลางที่ต้องการดีมานด์กรุ๊ปทัวร์ ซึ่งจะทำให้ภาพรวมของอุตสาหกรรมกลับมาดีขึ้น ไม่ได้ฟื้นตัวเพียงแค่เซ็กเมนต์ระดับบนเหมือนที่ผ่านมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...