ฝีดาษลิงในไทยพุ่ง กรมควบคุมโรค ชี้เข้าข่ายพื้นที่อันตรายสีแดง
นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยความเสี่ยงอีกประการเกิดในกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) และแพร่เชื้อต่อได้
อย่างไรก็ตามโรคฝีดาษลิงในระยะหลังการติดเชื้อไม่ได้มาจากชาวต่างชาติดังช่วงแรกของการแพร่ระบาด แต่เกิดการติดเชื้อในกลุ่มคนไทย 100% โดยรายงานตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 15 ส.ค. 66 มี 3 จังหวัดที่อยู่ในระดับสีแดง ได้แก่
1. กรุงเทพ 136 คน
2. นนทบุรี 14 คน
3. ชลบุรี 9 คน
“คนทั่วไปแทบไม่มีโอกาสติด ที่กลุ่มที่ต้องจับตาคือกลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ จากการสอบสวนโรคพบว่าเกือบ 100% มีเพศสัมพันธ์ไม่ปลอดภัย”
หากไปมีความเสี่ยงมาแล้ว ก็ให้ตรวจสอบตนเองว่า มีผื่น หรือตุ่มบริเวณที่สัมผัสหรือไม่ ทั้งอวัยวะเพศ ปาก หน้าท้อง แผ่นอก ถ้าลุกลามเป็นตุ่มหนองมากขึ้น
บางคนมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ มีต่อมน้ำเหลืองโต ให้ไปตรวจรักษาที่ รพ. สวมหน้ากากอนามัย เว้นการสัมผัสกับผู้อื่น ส่วนผู้ที่ไม่เป็นก็ขอให้ล้างมือบ่อย ๆ อย่าใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น
ส่วนกรณีผู้เสียชีวิตรายแรกในประเทศไทย ซึ่งมีรายงานว่าติดเชื้อฝีดาษลิงและมีการติดเชื้อเอชไอวีร่วมด้วย สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากเชื้อตัวไหนนั้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า น่าจะเป็นสาเหตุร่วมกัน เพราะผู้เสียชีวิตรายนี้ไม่เคยรู้ตัวว่าตัวเองติดเชื้อเอชไอวีมาก่อน เลยไม่เคยเข้ารับการตรวจรักษาเอชไอวี เพิ่งมารู้ว่าติดเอชไอวีตอนที่ติดเชื้อฝีดาษลิงแล้ว
ดังนั้น ภูมิคุ้มกันเลยต่ำมาก เพราะปกติคนติดเชื้อเอชไอวีหากไม่ได้รับการรักษา เม็ดเลือดขาว ค่าซีดีโฟร์ หรือ CD4 จะน้อย รายที่เสียชีวิตนี้พบว่ามีระดับ CD4 เหลือแค่ 16 เท่านั้น อีกทั้งยังมีโรคซิฟิลิสด้วย พอติดเชื้อฝีดาษลิงเลยทำให้เกิดเชื้อรา