โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

การท่องเที่ยวทั้งโลกจะมีมูลค่า 15.5 ล้านล้านเหรียญ จีนแซงสหรัฐแชมป์เงินสะพัด ในปี 2033

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ส.ค. 2566 เวลา 03.39 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2566 เวลา 13.01 น.
นักท่องเที่ยวในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส (ภาพโดย Sameer Al-DOUMY / AFP)

สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (WTTC) คาด 10 ปีข้างหน้าอุตสาหกรรมการเดินทางท่องเที่ยวทั้งโลกจะมีมูลค่า 15.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 545 ล้านล้านบาท และจีนจะแซงสหรัฐขึ้นเป็นอันดับ 1 ของประเทศที่สร้างมูลค่าการเดินทางท่องเที่ยวมากสุดในโลก

วันที่ 21 สิงหาคม 2023 สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (World Travel & Tourism Council : WTTC) คาดการณ์ว่า ในปี 2033 การเดินทางท่องเที่ยวจะเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่า 15.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 545 ล้านล้านบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนวันที่ 21 สิงหาคม 2023) คิดเป็นมากกว่า 11.6% ของมูลค่าเศรษฐกิจโลก

มูลค่าดังกล่าวเพิ่มขึ้นถึง 50% จากมูลค่า 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2019 ซึ่งคิดเป็น 10.4% ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของทั้งโลก อีกทั้งยังเติบโตเร็วกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกโดยรวมด้วย

รายงานของ WTTC ยังคาดการณ์ตัวเลขซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของอุตสาหกรรมการเดินทางและท่องเที่ยวในการสนับสนุนตลาดแรงงานด้วยว่า โดยรวมแล้วอุตสาหกรรมการเดินทางและท่องเที่ยวจะมีการจ้างงานมากถึง 430 ล้านคนในปี 2033 เพิ่มขึ้นจาก 334 ล้านคนในปี 2019 ซึ่งคิดเป็นประมาณ 1 ใน 9 ของตำแหน่งงานทั่วโลก

จูเลีย ซิมป์สัน (Julia Simpson) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (WTTC) กล่าวกับบลูมเบิร์กว่า นักเศรษฐศาสตร์บอกว่าจีดีพีทั่วโลกจะเติบโตประมาณ 2.6% ต่อปี แต่สำหรับด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว WTTC คาดว่าการเติบโตจะอยู่ที่ประมาณ 5.1% ต่อปี

การคาดการณ์อีกประการหนึ่งของ WTTC ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้น คือ ในปี 2033 ภาคการเดินทางและการท่องเที่ยวของสหรัฐอเมริกาซึ่งปัจจุบันเป็นอันดับ 1 ของโลกในแง่มูลค่าทางเศรษฐกิจ (ทั้งเงินที่นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้จ่ายในประเทศ และเงินที่คนในประเทศนั้นใช้ในการเดินทางไปต่างประเทศ) ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี จะเสียตำแหน่งแชมป์ให้กับจีน

โดยในปี 2033 ภาคการเดินทางและท่องเที่ยวของจีนคาดว่าจะสร้างมูลค่าเศรษฐกิจรวม 4 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งจะคิดเป็น 14.1% ของเศรษฐกิจจีน ส่วนในฝั่งของสหรัฐคาดว่าจะสูงถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์ และจะคิดเป็น 10.1% ของเศรษฐกิจสหรัฐ และคาดว่าในปี 2033 การใช้จ่ายด้านการเดินทางขาออกของชาวจีนจะครองส่วนแบ่งสูงถึง 22.3% ของการใช้จ่ายด้านการเดินทางขาออกของทั้งโลก

แต่ถึงแม้สหรัฐจะเสียตำแหน่งแชมป์ประเทศที่ภาคการเดินทางและท่องเที่ยวมีเงินสะพัดสูงสุดก็ตาม ตำแหน่งงานในภาคการเดินทางและท่องเที่ยวของสหรัฐก็จะเพิ่มขึ้นอีกหลายล้านตำแหน่ง บลูมเบิร์กอ้างข้อมูลจากรายงานของ WTTC เกี่ยวกับภาคการท่องเที่ยวของสหรัฐอเมริกาซึ่งยังไม่ได้เผยแพร่ต่อสาธารณะว่า ในปี 2033 ในสหรัฐจะมีคน 21 ล้านคนทำงานในภาคการเดินทางและการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจาก 17.5 ล้านคน ในปี 2019 ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 8 ของงานทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ก่อนเกิดโรคระบาดโควิด-19 การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวจีนคิดเป็น 14.3% ของการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวทั่วโลก ปีนี้การกลับมาเดินทางของชาวจีนที่ยังล่าช้ากำลังขัดขวางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจการเดินทางและการท่องเที่ยวของโลก แต่การเดินทางของนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่น ๆ ได้ชดเชยการเดินทางของชาวจีนได้แล้วจำนวนหนึ่ง

WTTC คาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมการเดินทางและท่องเที่ยวจะฟื้นตัวเกือบถึงระดับปี 2019 ได้ภายในสิ้นปี 2023 นี้ และเมื่อนักท่องเที่ยวชาวจีนกลับมาเดินทางอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งคาดว่าจะภายในปี 2024 ก็จะเป็นการ kick off คลื่นการเติบโตที่สำคัญอีกระลอกหนึ่งของการท่องเที่ยวทั่วโลก

นอกจากนั้น ซิมป์สันกล่าวโดยอ้างถึงข้อค้นพบของ WTTC เกี่ยวกับแนวโน้มทั่วโลกที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมในรายงานซึ่งไม่เปิดเผยต่อสาธารณะว่า แม้ว่าโลกจะมีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่ผู้คนก็ต้องการเดินทางมากจริง ๆ และพวกเขากำลังจัดลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายด้านการเดินทาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...