โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เป็กกี้ เผยชีวิตคู่หลังแต่งงาน 7 เดือน น้ำตาร่วง เปิดปมปัญหาทะเลาะสามี

สยามนิวส์

เผยแพร่ 06 ส.ค. 2566 เวลา 07.55 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
เป็กกี้ เผยชีวิตคู่หลังแต่งงาน 7 เดือน น้ำตาร่วง เปิดปมปัญหาทะเลาะสามี

เป็นอีกหนึ่งนักแสดงสาวอารมณ์ดีที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี สำหรับ เป็กกี้ ศรีธัญญา แต่ต้องน้ำตาร่วงกลางรายการ เมื่อได้ควงสามีรุ่นน้อง ฐากูร มานั่งเปิดใจเล่าถึงชีวิตคู่ของตัวเอง ก่อนจะยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ชีวิตคู่มีปัญหา เพราะสามีติดจักรยานมากจนทำให้ไม่มีเวลาอยู่ด้วยกัน โดย เป็กกี้ และ ฐากูร ได้เปิดใจเล่าให้ฟังในรายการคุยแซ่บโชว์ว่า

ตอนนี้เป็นสามี ภรรยา กันมา 7 เดือน?

เป็กกี้ : ใช่ ตั้งแต่ธันวาคม

จากแฟนเป็นสามี ภรรยา มันเปลี่ยนไปไหม?

ฐากูร : ก็เปลี่ยนแปลงบ้างครับ เป็นในทิศทางที่ดีขึ้น แล้วก็มีบางอย่างที่อาจจะต้องปรับแก้กัน มันก็เป็นเรื่องของชีวิตคู่

มันมีช่วงหนึ่งที่ทั้งคู่ทะเลาะกันหนักหน่วง?

เป็กกี้ : เขาเรียกว่าทะเลาะกันทุกไตรมาส 5 ปีครั้ง

ฐากูร : คบกันมาเข้าปีที่ 10 แล้วครับ

5 ปีแรกเรียกว่าหนักเลย?

เป็กกี้ : ก็มีทะเลาะกันเนื่องจากการทำงาน และความเข้าใจไม่ตรงกัน บางทีเราอยากให้การทำงานมันออกมาเป๊ะ ทิ้งความกดดันไปที่เขา เขามีความเครียด มันขนาดนี้เลยเหรอ แล้วมีอยู่วันนึงเขาพูดมาว่า ถ้านี่ไม่ทำงานเลย อยู่เฉยๆ ที่รักยังจะรักนี่อยู่ไหม ก็เลยมีปัญหากัน นี่ก็เลยบอกว่า ถ้าเธอจะมีคุณค่าอะไรล่ะ คนเราก็ต้องมีคุณค่าด้านการทำงานสิทีนี้เลยทะเลาะกัน พอทะเลาะปุ๊บ เขาไปไหนมาสักที่ ระหว่างที่รอ เรารู้สึกว่ามันจะต้องเกิดเหตุการณ์ที่ต้องเคลียร์กันตอนทะเลาะเขาบอกว่าไม่อยากอยู่บ้านนี้แล้ว ทุบกีต้าร์ด้วย แล้วก็อะไรหลายๆ อย่าง เขาสติแตก

ฐากูร : ผมจำไม่ค่อยได้ แต่มีอยู่ครั้งนึงที่บ้านนี้ที่ทะเลาะกันใหญ่ๆ เลย ด้วยทัศนคติที่เขาคิดว่าเงินสำคัญมากที่สุดในชีวิตแล้ว ผมมองว่าความสุขสำคัญกว่า เงินเอามาซื้อของได้ก็จริง แต่สุดท้ายถ้าร่างกายเรามันไม่ดี เราก็จะเป็นโรคภัยเงินจะเอามาใช้อะไร

แล้ววันนั้นมันจบยังไง?

เป็กกี้ : จบด้วยการแยกกันสักพักแล้วกลับมาเคลียร์กัน ค่อยๆ คุยกันด้วยความซอฟลง

ฐากูร : ก็จบลงด้วย ต่อไปนี้ผมมุ่งหน้าทำงานให้ดี ให้มากขึ้น

ปัญหาล่าสุดที่เป็กกี้งอนหนักมาก?

เป็กกี้ : อันนี้เรียกว่า มันเป็นสงครามเย็นที่มันเกิดขึ้น ตั้งแต่คบกันมา 10 ปี ฐาทำงานกับเป็กมาตลอด เขาก็ตั้งใจทำหน้าที่ของเขามาอย่างดี แล้วมีอยู่วันหนึ่งที่เราแต่งงานแล้ว บ้านสร้างเสร็จแล้ว มีความรู้สึกว่าทุกอย่างมันลงตัวแล้วมั้ง เขาก็เลยไปค้นพบงานอดิเรกอย่างหนึ่ง

ฐากูร : คือการปั่นจักรยาน คือช่วงโควิดก็ทำหลายอย่าง ก็ไปเจอกิจกรรมปั่นจักรยาน รู้สึกชอบ ทำแล้วมีความสุข ตอนแรกไปปั่นจักรยานด้วยกัน แต่ด้วยแดด เขาคงไม่ชอบ

เป็กกี้ : ตอนแรกก็ไปทำด้วยกัน เพราะคิดว่าชีวิตคู่เรามีกันอยู่ 2 คน เราต้องไปทำด้วยกัน อย่างน้อยก็เป็นกิจกรรมคู่ ก็พยายามนะ ไม่ชอบหรอก แต่ก็ยินดีที่จะไป พอไปเขาก็รู้สึกว่าการปั่นตรงนี้ไม่เพียงพอ อยากลงถนน ชวนไปปั่นที่พัทยา แดดไม่แรง ออก 8 โมง ถึง 11 โมง แล้วระหว่างปั่นขึ้นเนิน แล้วรองเท้ามันติดอยู่ที่ที่ปั่น ก็ร้องให้เขาช่วย 2 รอบแรกเขาก็ช่วย แต่พอรอบต่อไป เราเห็นสีหน้าเขา รู้สึกว่าเขาอยากจะสนุกของเขา แล้วเราเป็นภาระ ไม่รู้จริงมั้ยนะ แต่ในสายตา รู้สึกว่ามันไม่ใช่ทางของเรา พอกลับมาถึงกรุงเทพฯ เป็กก็ขายจักรยานทิ้งเลย

เพราะการชอบปั่นจักรยานของฐากูร ทำให้มีปัญหากับชีวิตคู่?

เป็กกี้ : มันมีมาเรื่อยๆ มันค่อยๆ มา มีวันหนึ่งตื่นมาตี 3 จะเข้าห้องน้ำ แล้วไม่เห็นเขา ตกใจมาก นอนหลับๆ ตื่นๆ พอตื่นมาก็เห็นว่าเขาโพสต์ว่า ปั่นจักรยานเขาใหญ่มันสนุกและคุ้มค่ากับการมามากๆ เลยครับ เราก็คิดว่าเขาไปไหน ทำไมไม่บอก แต่มั่นใจว่าเขาไปปั่นจักรยาน มั่นใจในตัวฐาว่าเขาไม่นอกลู่นอกทาง แต่เรื่องปั่นจักรยานก็จะเป็นบ้าอยู่แล้ว ถ้ามีเรื่องผู้หญิงก็คงบ้าไปเลย

ฐากูร : บางทีบอกแต่เขาทำงานก็อาจจะลืม มันคือกีฬาที่ผมชอบ ก่อนหน้านี้ผมไม่มีเวลาทำอะไรเลยนอกจากทำงาน ทำบ้าน และตอนนี้ถึงช่วงที่ผมอยากจะทำอะไรที่ผมชอบจริงๆ วันที่เขาบอกว่า ให้รถกองมารับ คือมันมีงานด่วนเข้ามา จะรับมั้ย อาจจะต้องไปรถคันอื่น

เป็กกี้ : มันเป็นช่วงเวลาช็อกใจ อยู่ดีๆ ก็ปุ๊บปั๊บ เขาบอกว่าจะมีรถกองมารับ รู้สึกว่า อ้าว ทำไมไม่ปรึกษากันก่อน ถามว่าไปรถกองได้มั้ย หรือเอารถเราไปเอง เขาไม่ได้พูด เขาบอกว่าให้เราไปรถกอง

คือปกติเวลาจะไปไหน ฐากูรจะเป็นคนขับรถพาภรรยาไป?

เป็กกี้ : รู้สึกแย่ รู้สึกเศร้ามาก ว่าทำไมเขาไม่ปรึกษาแล้วเลือกจักรยาน ไม่เลือกเรา เราไปทำงาน ไม่ได้ไปเที่ยวนะ (เสียงสั่น) วันที่เห็นเขาไปปั่นจักรยานที่เขาใหญ่ รู้สึกแย่ แต่ก็เงียบ ไม่ได้ชวนทะเลาะ พยายามทำความเข้าใจอยู่ แต่ดวงจิตแตกคือวันที่มีรถกองมารับ ตอนนี้ก็พยายามหาตรงกลางระหว่างกันและกัน ใจเป็กไม่อยากจะห้ามฐานะ เห็นเขามีความสุขเราก็ยินดีนะ แต่บาลานซ์หน่อย อย่าทำให้เรารู้สึกแย่ เหมือนทอดทิ้งกัน เราทำงานหาเงินมาใช้ด้วยกันนะ อย่าทำเหมือนกับว่าทิ้งเราไปเลย แล้วเลือกทางนั้นไปเลย มันรู้สึกอย่างนั้น เราเจริญมาด้วยกัน

เห็นน้ำตาเขาแล้วรู้สึกอย่างไร?

ฐากูร : ก็จริงๆ แล้วมันก็มีแค่ครั้งเดียว เราวางแพลนไว้แล้ว ผมก็ถามเขาว่าจะรับงานมั้ย ก็ถามก่อน คือเราไม่ค่อยคุยค่อยเคลียร์กัน ใช้วิธีเงียบ

ฐาก็มีเรื่องน้อยใจเป็กเหมือนกัน?

ฐากูร : เราคอยซัพพอร์ตเขามาตลอดตั้งแต่เริ่มต้น จนวันหนึ่งชีวิตเรามันมีความสุขมากแล้วจนเริ่มรู้สึกมีความสุขกับสิ่งเล็กๆ ที่พอจะมีแล้วเราก็มีความสุขกับมัน มันเป็นสิ่งที่ผมอยากเป็นแบบนั้น

ทะเลาะกันเป็นเดือนเลยที่ไม่คุยกัน ยังมีอะไรคาใจอยู่มั้ย?

เป็กกี้ : ไม่รู้จะเริ่มต้นที่อะไร เพราะเรื่องนี้ไม่มีใครผิดใครถูก เขาก็อยากไปทำในสิ่งที่เขารัก เป็กก็อยากทำงาน เป็กแค่กังวลเรื่องงาน ว่าจะไม่มีงาน กลัวว่าเขาจะไม่รับโทรศัพท์แล้วรับงานให้เป็ก อาจจะเป็นปมของเป็ก เพราะเคยไม่มีเงิน

ฐากูร : ตอนที่ไม่คุยกัน 1 เดือน แต่ยังไปไหนมาไหนด้วยกัน ผมอึดอัดนะ เศร้า แต่ว่ามันก็ต้องทำในสิ่งที่เราต้องทำ ทำหน้าที่ของตัวเองในส่วนของตัวเอง แต่เราไม่คุยกัน

เป็กกี้ : คุยเท่าที่จำเป็น คุยกันนะแต่ไม่ปกติ อยากให้มันดีกว่าเดิมนะ สุดท้ายก็อยากให้เขามีความสุขในพื้นที่ของเขา มีความสุขกับกิจกรรมที่เขาจะทำ ตัวเป็กก็ต้องหาความสุขในวันที่ไม่มีเขาให้ตัวเองโอเค มันถึงจะโอเค

พอมีปัญหากัน คิดจะเลิกกันมั้ย?

เป็กกี้ : เป็กไม่มีนะ แต่แค่รู้สึกเหนื่อย

ฐากูร : ไม่มีครับ ไม่เคยคิดจะเลิกเลย แต่ว่าคุยกันยังไม่ค่อยลงตัวในเรื่องนี้

เป็กกี้ : เมื่อก่อนเราจะมีกิจกรรมที่ทำด้วยกันในวันหยุด แต่พอเขามีกิจกรรมที่ชอบ พอวันหยุดเขาก็จะหายไปเลย ทุกวันหยุดทุกรอบเลย แต่เขาก็จะมีถามว่าจะทำอะไรมั้ย คือเข้าใจ เมื่อก่อนวันหยุดเราทำกิจกรรมด้วยกัน แต่พอเขาไปทำกิจกรรมที่เขาชอบ ความรู้สึกเราก็เกิดช่องโหว่

ฐากูร : ผมก็พยายามให้จบในช่วงเช้า แล้วก็กลับมาบ้าน

อะไรคือจุดที่ทำให้เราทั้งสองคนยังไปต่อ?

ฐากูร : ความรักแหละครับที่ยังมีให้กันอยู่ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะผ่านไปได้ ถ้าเขาพูดว่า พี่ไม่ไหว ฐาเลิกปั่นจักรยานได้มั้ย เขาพูดแค่นี้ผมก็หยุดเลย ทำเพื่อเขาได้ ให้พูดเลย ให้บอกเลย

เป็กกี้ : (ร้องไห้) แล้วใครจะไปพูด

คำพูดแบบนี้ถ้าผู้ชายเขาไม่รักเรา เขาไม่พูดคำนี้นะ?

เป็กกี้ : ใครจะพูดได้ พูดไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าพูดได้คงพูดไปแล้ว พูดก่อนจะเป็นเรื่องอีก เพราะเราก็เห็นว่ามันเป็นความสุขของเขา เราจะพูดได้เหรอ แต่ที่สำคัญคือเขาจะต้องแบ่งเวลาให้เป็น แต่ตอนนี้โอเคแล้ว ใช้เวลาปรับกันก่อนจะมาออกรายการ

ช่วงนี้รายการคู่มาเยอะมาก จากที่เราเป็นมู้ดคู่รักที่แบบดี ไม่ดีเลย เราเคยไปไหนมาไหนด้วยกัน เราไม่เหลือความสวีตให้แก่กันและกันเลย เขาสวีตกับจักรยานตลอด และตอนนี้ก็พยายามกันแล้ว ก็ดีขึ้น แต่ก่อนหน้านี้เป็นความรู้สึกที่ดิ่ง และพยายามเข้าใจกับมัน และมันก็ดีนะ เขาไม่ได้ไปกับผู้หญิงคนอื่น ก็ไปเล่นกีฬาของเขา

ฐากูร : รู้สึกไม่ดีเลยที่เขาเสียใจ แต่ว่า ก็พยายามจะปรับให้มันโอเค

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...