โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

น.ร.หญิง ม.3 ถูกกระบะทับร่างดับ แล้วซิ่งหนี สลด ตอนถูกชน ผลักหลาน 2 ขวบ กระเด็นรอดหวุดหวิด

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 ส.ค. 2566 เวลา 02.14 น. • เผยแพร่ 23 ส.ค. 2566 เวลา 13.58 น.

น.ร.หญิง ม.3 ถูกกระบะทับร่างดับ ก่อนซิ่งหนี สลด ตอนถูกชน ผลักหลาน 2 ขวบ กระเด็นรอดหวุดหวิด ประกันช่วยค่าทำศพเบื้องต้น 2,000 แม่ร่ำไห้ เรียกร้องคนขับมาขอขมาศพลูกสาว ด้านคนขับ ดอดเข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว โดนตั้ง 4 ข้อหาหนัก รับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้าสีขาว รุ่นรีโว่ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร เฉี่ยวชนรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ซึ่งมี น.ส.ภาสินี สังข์ทอง อายุ 15 ปี เป็นผู้ขับขี่และมี ด.ญ.ต้องตา อายุ 2 ขวบหลานสาวของ น.ส.ภาสินี นั่งซ้อนท้ายมาด้วย ซึ่งรถกระบะได้เฉี่ยวชนรถ จยย.ล้มลงแล้วทำให้ร่างของ น.ส.ภาสินี กระเด็นเข้าไปใต้ท้องรถกระบะ

จากนั้น รถกระบะได้ทับบริเวณร่างส่วนบนของ น.ส.ภาสินี เสียชีวิตคาที่ ส่วน ด.ญ.ต้องตานั้น น.ส.ภาสินี ได้ผลักกระเด็นออกไป ทำให้รอดชีวิตหวุดหวิด

จากนั้น รถกระบะได้ขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยมีรถ จยย.ของพลเมืองดีขี่ไล่ติดตามไปแต่ไม่ทัน แต่ว่ากล้องหน้ารถ จยย.สามารถบันทึกภาพรถยนต์คันที่ก่อเหตุไว้ได้ และได้นำเอาภาพไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก เพื่อให้ช่วยกันแชร์ติดตามรถกระบะคันก่อเหตุ มีการแชร์ไปยังเพจต่างๆ จำนวนมาก และพลเมืองดีได้นำเอาคลิปภาพไปมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ เพื่อติดตามจับกุมรถคันก่อเหตุต่อไป เหตุเกิดที่บริเวณวงเวียนศาลหลักเมือง ต.หนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม เวลา 19.19 น.ที่ผ่านมา

นายรักษ์ อายุ 34 ปี พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์และขี่รถ จยย.ไล่ตามรถกระบะคันก่อเหตุ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ ตนขี่รถ จยย.เพื่อจะไปหาซื้อของใช้ และได้มาพบเหตุการณ์รถกระบะชนกับรถ จยย. ตนจึงได้ขี่รถ จยย.ไล่ติดตามไป โดยรถคันก่อเหตุได้ขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็วมากมุ่งหน้าไปทางตัวเมืองศรีสะเกษ แต่ว่ารถ จยย.ของตนคันเล็กไม่สามารถไล่ติดตามได้ทัน ทำได้เพียงบันทึกภาพรถยนต์ไว้เป็นหลักฐานและได้ส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.กันทรลักษ์ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และตนได้นำเอาคลิปภาพไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก เพื่อต้องการให้สื่อโซเชียลช่วยกันแชร์ติดตามรถคันก่อเหตุให้มารับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นที่ทำให้น้องผู้หญิงต้องเสียชีวิตอย่างน่าอนาถและหลานสาวอายุ 2 ขวบได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้

ต่อมาช่วงบ่ายของวันที่ 23 สิงหาคม พ.ต.ต.โฆษิต ยอดศรี สว.(สอบสวน) สภ.กันทรลักษ์ เจ้าของคดีนี้ได้รับการประสานงานจากนายสิทธิศักดิ์ ชาว อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เจ้าของรถกระบะคันก่อเหตุและเป็นผู้ขับรถว่า มีความประสงค์จะเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ซึ่งนายสิทธิศักดิ์ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัย และได้นำรถกระบะที่เกิดเหตุมามอบให้พนักงานสอบสวนได้ทำการตรวจสอบสภาพรถด้วย

จากการตรวจสอบพบว่า บริเวณซุ้มล้อหน้าด้านขวามีรถเฉี่ยวชน และบริเวณล้อหลังขวามีร่องรอยคล้ายกับคราบเลือดและคราบน้ำมันติดอยู่ ซึ่ง พ.ต.ต.โฆษิต ยอดศรี สว.(สอบสวน) สภ.กันทรลักษ์ ได้รายงานให้ พ.ต.อ.นรินทร์ บุพตา ผกก.สภ.กันทรลักษ์ทราบ และได้ทำการสอบปากคำนายสิทธิศักดิ์ ซึ่งพนักงานสอบสวน ได้ตั้งข้อหากับนายสิทธิศักดิ์ว่า ขับรถโดยประมาทหวาดเสียวเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ขับรถโดยประมาทหวาดเสียวเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทรัพย์สินเสียหาย เฉี่ยวชนแล้วหลบหนี รวม 4 ข้อหา ซึ่งนายสิทธิศักดิ์ ได้ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขณะเดียวกัน นางศิริเนตร อายุ 52 ปี แม่ของ น.ส.ภาสินี หรือน้องส้ม ที่เสียชีวิตอย่างน่าอนาถ ได้นำศพของ น.ส.ภาสินี มาตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดศิริวราวาส ต.น้ำอ้อม อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ บรรยากาศเป็นไปอย่างเศร้าโศก มีญาติพี่น้องและเพื่อน น.ร.ที่เรียนร่วมชั้น ม.3 ด้วยกันและคณะครู มาร่วมไว้อาลัยอย่างต่อเนื่อง

นางศิริเนตรกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 22 สิงหาคม น้องส้มมาบอกกับตนว่า จะออกไปหาซื้อของกิน โดยได้นำน้องต้องตา หลานสาวอายุ 2 ขวบ นั่งซ้อนท้ายรถ จยย.ไปด้วย ต่อมาตนได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนของน้องส้มว่า น้องส้มลูกสาวของตนโดนรถชนเสียชีวิตคาที่ ทำให้ตนถึงกับช็อกเสียใจมาก เนื่องจากว่า น้องส้มเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียนหนังสือ หลังจากเลิกเรียนทุกวันแล้วก็จะไปทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านหมูกระทะ เพื่อหารายได้มาช่วยเหลือครอบครัว มีรายได้วันละ 150 บาท แต่ตนไม่รับเงินจากน้องส้ม ให้เก็บเงินไว้เรียนหนังสือ

นางศิริเนตรกล่าวต่อว่า ซึ่งในวันนี้ (23 สิงหาคม) ได้มีเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันภัยรถกระบะคันเกิดเหตุโทรศัพท์มาหาตน แจ้งว่าจะขอเจรจาค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งตนตอบไปว่า ขณะนี้ตนไม่มีสติที่จะสามารถเจรจาเรื่องอะไรได้ และให้ไปเจรจากับน้องสาวของตนแทน โดยทางบริษัทประกันภัยแจ้งว่า จะช่วยเหลือค่าทำศพเบื้องต้น จำนวน 2,000 บาท ซึ่งตนไม่ได้ติดใจเรื่องนั้น แต่ว่าตนต้องการให้คนขับรถชนน้องส้มเสียชีวิตมากราบขอขมาน้องส้ม เพื่อจะได้ไม่มีเวรกรรมต่อกันอีกต่อไป ตนขอขอบคุณ พ.ต.อ.นรินทร์ บุพตา ผกก.สภ.กันทรลักษ์ ที่ได้เข้ามาให้การช่วยเหลือดูแลให้ความเป็นธรรมในเรื่องนี้อย่างเต็มที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...