โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดอาณาจักร JKN-แอน จักรพงษ์ สตรีข้ามเพศรวยเบอร์ 3 โลก ในวันเบี้ยวหนี้หุ้นกู้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ก.ย 2566 เวลา 02.35 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย 2566 เวลา 06.01 น.
ภาพจากเฟซบุ๊ก Anne Jakrajutatip

เปิดอาณาจักร JKN-แอน จักรพงษ์ สตรีข้ามเพศรวยเป็นอันดับ 3 ของโลก ในวัน “เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป” ผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้

วันที่ 1 กันยายน 2566 หากย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว หรือประมาณปี 2563 ชื่อของ “แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์” กลายเป็นสตรีข้ามเพศที่รวยที่สุดระดับเอเชีย โดย “นิตยสารฟอร์บส์” ของสหรัฐอเมริกา ที่จัดอันดับความมั่งคั่งของกลุ่มสตรีข้ามเพศ

โดยมีมูลค่าทรัพย์สิน ประมาณ 210 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 6.3 พันล้านบาท ภายใต้อาณาจักรเจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป (JKN) ที่ประกอบธุรกิจนำเข้าและส่งออกลิขสิทธิ์คอนเทนต์จากทั่วโลก ทั้งซีรีส์, ละคร, รายการทีวีชื่อดังจำนวนมาก รวมถึงเป็นเจ้าของช่องทีวีดิจิทัล ช่องทีวี JKN18, JKN CNBC และเมื่อปีที่แล้วยังได้ขยายธุรกิจการบริหารจัดการลิขสิทธิ์นางงามจักรวาล โดยเข้าซื้อกิจการ Miss Universe Organization อีกมูลค่ากว่า 800 ล้านบาท

ผลประกอบการของ JKN ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2562 จนถึงไตรมาส 2/2566 ก็พบว่ามีกำไรทุกปี

– ปี 2562 มีกำไรสุทธิ 252 ล้านบาท

– ปี 2563 มีกำไรสุทธิ 312 ล้านบาท

– ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 179 ล้านบาท

– ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 608 ล้านบาท

– ไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 121 ล้านบาท

ปัจจุบัน JKN และบริษัทย่อย ดำเนินธุรกิจอยู่ทั้งหมด 5 ประเภท คือ 1.ธุรกิจให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ในประเทศ 2.ธุรกิจให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ไปยังต่างประเทศ 3.ธุรกิจให้บริการเวลาเพื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์สินค้า 4.ธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และ 5.ธุรกิจการบริหารจัดการลิขสิทธิ์นางงามจักรวาล มีรายได้ต่อปีประมาณ 1-2 พันล้านบาท

– ปี 2562 มีรายได้รวม 1,170 ล้านบาท

– ปี 2563 มีรายได้รวม 1,682 ล้านบาท

– ปี 2564 มีรายได้รวม 1,805 ล้านบาท

– ปี 2565 มีรายได้รวม 2,670 ล้านบาท

– ไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 1,500 ล้านบาท

โดย JKN มีมูลค่ากิจการ หรือมาร์เก็ตแคปของหุ้น JKN ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นไทย อยู่ในระดับ 2-5 พันล้านบาท โดยตั้งแต่ปี 2562 จนถึงไตรมาส 2/2566 พบว่า

– ปี 2562 มีมาร์เก็ตแคป 2,889 ล้านบาท

– ปี 2563 มีมาร์เก็ตแคป 4,677 ล้านบาท

– ปี 2564 มีมาร์เก็ตแคป 4,920 ล้านบาท

– ปี 2565 มีมาร์เก็ตแคป 2,960 ล้านบาท

– ไตรมาส 2 ปี 2566 มีมาร์เก็ตแคป 1,753 ล้านบาท

และข้อมูลจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. 2566 พบว่ามีสินทรัพย์รวมกว่า 12,161 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1,433 ล้านบาท หรือ +13.36% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) แยกหลัก ๆ ออกเป็น

– เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 112.50 ล้านบาท ลดลง 67.63%

– ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น 2,307 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.40%

– ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 451 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.12%

– ลิขสิทธิ์รายการ 6,371 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.60%

– เครื่องหมายการค้า 1,334 ล้านบาท ลดลง 0.10%

ทั้งนี้ หากสังเกตเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เหลือ 112.50 ล้านบาท ปรับตัวลดลงกว่า 235 ล้านบาท หรือลดลง 67.63% YOY นั้น ตามข้อมูลที่ JKN รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯคือ กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน จำนวน -1,589.18 ล้านบาท เพื่อซื้อลิขสิทธิ์รายการ และหากย้อนกลับไปดูในช่วงปี 2562-2565 จะพบว่าใช้เงินสดในกิจกรรมลงทุนค่อนข้างสูงมากเมื่อเทียบกับกำไรที่ได้ในแต่ละปี

– ปี 2562 กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน -974 ล้านบาท

– ปี 2563 กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน -2,020 ล้านบาท

– ปี 2564 กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน -2,259 ล้านบาท

– ปี 2565 กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน -2,847 ล้านบาท

ปัจจัยดังกล่าวจึงส่งผลให้การบริหารจัดการสภาพคล่องทางการเงินของ JKN ไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้ จนเป็นเหตุให้ JKN ผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้รุ่น JKN239A ที่ครบกำหนด 1 ก.ย.2566 จำนวนเงินต้นและดอกเบี้ย 609.98 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ไม่รอช้าที่จะออกชี้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มว่า บริษัทจะได้พิจารณาสรรหาแหล่งเงินทุนหลากหลายวิธีการแล้ว การเจรจากับผู้ร่วมทุนของบริษัทไม่เป็นไปตามที่บริษัทคาดหวัง โดยการเจรจาได้มีข้อสรุปเป็นไปในทางลบ ในช่วงระยะเวลาที่ใกล้ถึงวันครบกําหนดไถ่ถอนหุ้นกู้รุ่น JKN239A อย่างมาก ทําให้บริษัทต้องพิจารณาแผนการชําระเงิน และการบริหารสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทอีกครั้ง เพื่อประโยชน์ของบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย จึงขออภัยผู้ถือหุ้นกู้ทุกท่านอย่างยิ่ง

ทั้งนี้บริษัทจะชําระเงินต้นบางส่วน 148.05 ล้านบาท และดอกเบี้ย 9.98 ล้านบาท รวมจำนวน 158.03 ล้านบาท ในวันครบกําหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ 1 ก.ย. 2566 โดยคงเหลือยอดค้างชําระจํานวน 451.95 ล้านบาท

โดยบริษัทจะจัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้รุ่น JKN239A และจะนําเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้รุ่น JKN239A ที่คาดว่าจะจัดขึ้นภายในวันที่ 29 ก.ย. 2566 เพื่อให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้พิจารณาอนุมัติ

– แผนการชําระเงินต้น และดอกเบี้ยหุ้นกู้ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อกําหนดสิทธิ รวมถึงการแก้ไข เปลี่ยนแปลงเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ

– การขอผ่อนผันให้การผิดนัดชําระเงินต้นและดอกเบี้ยครั้งนี้ไม่ถือเป็นเหตุผิดนัดตามข้อกําหนดสิทธิ และไม่เรียกชําระหนี้ตามหุ้นกู้โดยพลัน (Call Default) หากได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ บริษัทเชื่อมั่นว่าบริษัทจะสามารถเสนอเงื่อนไขในการชําระเงินต้น และดอกเบี้ยตามแผนที่กําหนดไว้ได้

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากการผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ดังกล่าว ส่งผลให้ราคาหุ้น JKN ดิ่งลงอย่างหนัก เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2566 ติดลบกว่า 28.57% และระหว่างวันของวันนี้ (1 ก.ย.) ลงไปทดสอบระดับต่ำสุดที่ 1.23 บาท หรือติดลบกว่า 27.6% เมื่อเทียบจากราคาวันก่อนหน้า โดยเพียงแค่ 2 วัน มูลค่ากิจการหายของ JKN หายไปแล้วกว่า 1.1 พันล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...