โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

สตรีขี้หึงแห่งลั่วหยาง

นิยาย Dek-D

อัพเดต 26 ก.ย 2566 เวลา 19.16 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2566 เวลา 19.16 น. • ล้านปีแสง
ข้าเหนื่อยเหลือเกินแล้ว ที่จะต้องวิ่งตามท่าน พอกันทีกับการไล่ตามคนที่ไม่เห็นคุณค่า

ข้อมูลเบื้องต้น

ตั้งแต่แต่งงานมา หน้าที่ภรรยา ข้าทำไม่เคยบกพร่อง แค่ขอเรื่องเดียว ไฉนท่านถึงให้ข้าไม่ได้ เหตุใดยังต้องทำตัวอ่อนโยนใจดีกับสตรีอื่นด้วย ท่านไม่รู้หรือ ว่าการทำเช่นนั้น มันทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด คิดว่าท่านมีใจ และคนที่เดือดเนื้อร้อนใจก็คือข้า มีสตรีมากมายเท่าใด ที่อยากเป็นภรรยาท่าน มิหนำซ้ำพวกนางยังพร้อมที่จะทำลายข้า ท่านจะให้ข้าทำอย่างไร นั่งรอให้ผู้อื่นมาทำลายอย่างนั้นหรือ?

ข้าต้องถูกผู้คนก่นด่า ถูกประณาม ถูกผู้คนหยามหมิ่น เป็นเพราะใครกันเล่า ในเมื่อท่านมิเคยออกหน้าปกป้องข้า ข้าก็ต้องปกป้องตัวเอง ข้าผิดตรงไหน แต่ตอนนี้ ข้าเหนื่อยเหลือเกินแล้ว เหนื่อยที่จะต้องตามหึงหวงท่าน เหนื่อยที่จะต้องสู้รบตบมือกับสตรีครึ่งค่อนเมือง ที่อยากจะมาเป็นสตรีของท่าน

#1

ปัง! เสียงตบโต๊ะดังขึ้น ท่ามกลางเสียงพูดคุยจอแจของเหล่าฮูหยินขุนนางทั้งหลาย ตามมาด้วยเสียงไม่พอใจของหญิงสาววัยไม่ถึงยี่สิบนางหนึ่ง

“ตัวข้าไม่ปรารถนาให้สามีรับอนุ หากว่ากัวเหยาซื่อพึงใจในตัวหลัวเหม่ยเหม่ยถึงเพียงนั้น ไฉนไม่รับนางเป็นอนุให้สามีของท่านเสียเองเล่า!”

เงียบสงัด……..

สตรีสูงวัยทั้งห้าพากันมีสีหน้ากระอักกระอ่วน โดยเฉพาะฮูหยินเจ้ากรมโยธา ที่พึ่งพูดคุยออกหน้าเป็นแม่สื่อแม่ชัก ทาบทาม ลูกอนุสกุลหลัว ให้เสนาบดีหนุ่มอย่างเฉินอิ่นห้าว

“ไร้มารยาทเกินไปแล้ว ลั่วเสวียน! พูดอันใดของเจ้า ยังไม่รีบขออภัยกัวฮูหยินอีกหรือ!?” นางโจ มารดาของเฉินอิ่นห้าว หันไปตำหนิลูกสะใภ้ ก่อนจะหันมาขอโทษขอโพยสตรีเบื้องหน้า “เหยาซื่อ เจ้าอย่าได้ถือสาหาความนางเลย เป็นข้าอบรมนางไม่ดี ต้องขออภัยเจ้าแล้ว”

กัวเหยาซื่อแม้ในใจมีโทสะ แต่ยังคงปั้นหน้ายิ้ม โบกไม้โบกมือ “ข้าเข้าใจ เจ้าวางใจเถิด ข้าไม่ได้ถือสาเจ้า”

เหยาเจียน ฮูหยินแซ่กัวผู้นี้ เป็นถึงฮูหยินเจ้ากรมโยธา ถูกเด็กสาวรุ่นลูกกล่าววาจาเช่นนี้ใส่หน้า มีหรือว่าจะไม่ถือสาจริงตามที่นางกล่าว เพียงผู้คนได้ยินประโยคนี้ก็กระจ่างแจ้งแล้ว

นางไม่ได้ถือสาหาความกับสหายอย่างนางโจ แต่ย่อมถือสาหาความกับเฉินลั่วเสวียน ถูกหักหน้าครานี้ เชื่อเถิดว่าในอนาคตข้างหน้า กัวเหยาซื่อต้องหาทางเอาคืนอย่างแน่นอน

เสนาบดีหนุ่มอนาคตไกลอย่างเฉินอิ่นห้าว มีตระกูลไหนบ้างที่ไม่อยากผูกสัมพันธ์ หากไม่ติดว่าเขามีภรรยาอยู่แล้ว เกรงว่าแม้แต่บุตรีในภรรยาเอก สกุลหลัวก็คงอยากจะยกให้

งานเลี้ยงน้ำชาเล็กๆ นี้ อันที่จริงเป็นแผนการที่ฮูหยินสกุลหลัวร่วมมือกับนางโจและกัวฮูหยินวางแผนที่จะให้เฉินลั่วเสวียนต้องพายเรือตามน้ำ ยอมรับหลัวเหม่ยเหม่ยเป็นอนุให้สามี แต่ใครจะรู้ว่า เฉินลั่วเสวียนจะกล่าววาจาไม่ไว้หน้าเช่นนั้นออกมา

“ไหนๆ พวกท่านก็พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาแล้ว ถ้าอย่างนั้น ข้าขอประกาศไว้ตรงนี้เลยว่า ตราบใดที่ข้ายังเป็นภรรยาของเฉินอิ่นห้าว สตรีหน้าไหนก็อย่าหวังจะได้เข้ามาเป็นอนุของเขาเป็นอันขาด!”

เฉินลั่วเสวียนประกาศกร้าว ก่อนจะลุกออกจากโต๊ะ โดยไม่คิดล่ำลาทำความเคารพผู้ใด คิดหรือว่านางไม่รู้แผนการของแม่สามี ที่นางยอมตอบรับคำเชิญ ไม่ใช่เพราะอยากมาเสวนากับบรรดาฮูหยินขุนนางเหล่านี้ แต่ที่มา เพราะรู้ว่าแม่สามีวางแผนจะรับหลัวเหม่ยเหม่ยเข้าจวนไปเป็นอนุให้บุตรชาย ฝันไปเถอะ! อย่าหวังว่านางจะยอม

“ฮูหยินเจ้าคะ ทำเช่นนี้ จะไม่เป็นอันใดหรือเจ้าคะ หากเรื่องนี้ไปถึงหูนายท่าน บ่าวเกรงว่า…” อี้เจียวกระซิบกระซาบถามผู้เป็นนายเสียงเบาด้วยสีหน้าไม่ดีนัก นายหญิงของนาง เรื่องอื่นดีหมด ยกเว้นอยู่เรื่องเดียวคือเรื่องหึงหวงสามี จะว่าไปตั้งแต่จำความได้ อี้เจียวยังไม่เห็นว่าบุรุษมีชาติตระกูลคนใดจะมีภรรยาคนเดียวเลยสักคน มีเพียงชนชั้นกลางหรือคนยากคนจนที่ไม่มีเงินเลี้ยงดูครอบครัวเท่านั้น

นายท่านแต่งกับนายหญิงมาสามปี ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่นายหญิงแสดงท่าทีก้าวร้าวต่อหน้าผู้คน แต่อี้เจียวยังอดที่จะกังวลไม่ได้อยู่ดี เพราะทุกครั้ง นายท่านกับนายหญิงต้องมีปากมีเสียงกันเสมอ

ลั่วเสวียนขึ้นรถม้ามาได้ สีหน้าร้ายกาจเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นเหนื่อยล้า แต่งงานมาสามปี นางไม่เคยบกพร่องต่อหน้าที่เลยสักครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปรนนิบัติสามี ดูแลจวน เอาอกเอาใจสามี นางขอแค่เรื่องเดียว ไฉนพวกเขาถึงให้นางมิได้ แม้แต่ตำแหน่งฮูหยินเอก ทุกวันนี้ยังมีสตรีมากมายต้องการแย่งชิง นางเริ่มจะไม่ไหวแล้ว รู้สึกเหนื่อยล้าที่จะต้องสู้รบตบมือกับสตรีเหล่านั้นจริงๆ

“ฮูหยินท่านกลับมาแล้ว”

ลั่วเสวียนขมวดคิ้วมองพ่อบ้านที่มารอรับหน้า ทุกครั้งที่พ่อบ้านจิ้งทำเช่นนี้ นั่นหมายความว่าในจวนเกิดเรื่องที่เขารับมือไม่ได้ “เกิดอันใดขึ้นหรือ?”

พ่อบ้านจิ้งมีสีหน้าลำบากใจ “คุณหนูรองจี้หอบผ้าหอบผ่อนกลับมาอีกแล้วขอรับ”

จิ้งย่วนพูดออกไปแล้ว พลันถอนหายใจออกมา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณหนูรองทำเช่นนี้ ครึ่งปีมานี่ เห็นทีจะเดือนละสี่ห้าครั้งได้กระมัง อันที่จริงเรื่องของนางไม่ได้เกี่ยวกับสกุลเฉินเลยสักนิด แต่เพราะนางอาศัยอยู่ที่นี่ ยามที่ครอบครัวสามีของนางตามมาด่าประณาม จึงไม่พ้นประตูจวนสกุลเฉิน ลำพังนางไร้ความคิดก็แล้วไปเถิด แต่นี่กลับยังมาสร้างความเดือดร้อนรำคาญใจให้ฮูหยินอีก เขาไม่รู้จะกล่าววาจาใดแล้ว

“นางพาใครมาด้วยหรือ?”

แค่เห็นสีหน้าพ่อบ้าน ลั่วเสวียนคาดเดาได้ทันที ว่าน้องสาวต่างบิดาของสามีผู้นี้ไม่ได้มาคนเดียว

“ท่านหญิงลู่ขอรับ”

ดี! ดีจริงๆ เมื่อครู่นางพึ่งจะอาละวาดในจวนสกุลหลัวมา กลับถึงจวนแทนที่จะได้พักผ่อน ยังต้องมารับมือคนพวกนี้อีก นี่นางทำเวรทำกรรมอันใดไว้ ถึงต้องมาพบเจอกับคนเหล่านี้กัน

สกุลเฉิน อันที่จริง ไม่นับเป็นครอบครัวใหญ่ แต่เดิมในจวนมีเพียงนางกับเฉินอิ่นห้าวเท่านั้น นางสมควรต้องอยู่ได้อย่างสบายใจถึงจะถูก แต่นี่อะไร ตั้งแต่มารดาของเฉินอิ่นห้าวพาสามีใหม่และน้องสาวต่างสกุลเข้ามาอยู่ ในจวนก็มีแต่เรื่องกวนใจไม่เว้นแต่ละวัน คิดแล้วช่างหน้าหงุดหงิดใจยิ่งนัก

“ปล่อยพวกนางไปก่อนเถิด ข้าอยากพักผ่อนเสียหน่อย พรุ่งนี้ยังต้องออกไปทำสัญญาเช่าที่ดินอีก”

“ขอรับ” จิ้งย่วนรับคำ รู้สึกเห็นใจนายหญิงเป็นที่สุด ก่อนจะแต่งเข้าสกุลเฉิน นางเป็นถึงบุตรีคนเดียวของแม่ทัพเซิ่ง ไหนเลยจะเคยประสบกับเรื่องเช่นนี้

ในอดีตหญิงแซ่โจคบชู้กับท่านข้าหลวงมณฑลจนตั้งครรภ์ ขณะนั้นตระกูลเฉินเป็นเพียงตระกูลพ่อค้าเล็กๆ นายท่านใหญ่ไร้อำนาจ ด้วยเห็นแก่บุตรชาย จึงยอมหย่าให้นางแต่โดยดี ทั้งยังปกปิดเรื่องที่นางคบชู้เป็นความลับ ขณะนั้น นายท่านพึ่งจะมีอายุเพียงเจ็ดปีเศษ

#2

จิ้งย่วนยังรู้มาอีกว่า หญิงแซ่โจแต่งงานใหม่ไปอยู่เมืองเจิ้งโจวมีบุตรสาวกับท่านข้าหลวงสองคน ทว่ากลับมีความสุขอยู่ได้ไม่กี่ปี ข้าหลวงผู้นั้นก็มาถูกปลด ถูกเนรเทศ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา หญิงแซ่โจใช้ชีวิตลำบากลำบนกับครอบครัวสกุลจี้อยู่หลายปี จนกระทั่งแอบมีสัมพันธ์กับบ่าวชายวัยคราวลูก จึงถูกขับออกจากตระกูล

ครั้นได้ข่าวว่านายท่านได้เป็นเสนาบดี ถึงได้พาลูกสาวสองคนกลับมาลั่วหยาง คราแรก แค่บอกว่าจะมาขอพักสักสองสามวัน จนถึงตอนนี้จะครบสองปีแล้ว นางยังไม่มีทีท่าว่าจะจากไป มิหนำซ้ำ ยังเจ้ากี้เจ้าการแสดงตนว่าเป็นมารดาผู้ให้กำเนิดของนายท่าน จะเข้ามาช่วยดูแลจวน หาสตรีให้บุตรชาย สร้างเรื่องปวดหัวให้ฮูหยินไม่เว้นแต่ละวัน บุตรสาวทั้งสองของนางก็ใช่ย่อย จิ้งย่วนคิดแล้วได้แต่ทอดถอนใจออกมา

เฉินลั่วเสวียนย่อมรู้ดีว่าเรื่องที่นางกระทำลงไปวันนี้ จะมีผลตามมาเช่นไร จึงตั้งใจจะนอนพักเอาแรง สองปีมานี้ นางกับเฉินอิ่นห้าวมีปากมีเสียงกันบ่อยครั้ง เพราะเรื่องที่นางแสดงความหึงหวงโดยไม่ไว้หน้าเขา แต่จะให้นางทำอย่างไร ก็ใครใช้ให้เขาอ่อนโยนใจดีกับสตรีทั่วหล้าเล่า หากเขาเป็นคนเย็นชาสักนิด นางจะไม่กังวลเลย ถึงเขาไม่มีใจ แต่ไม่ได้แปลว่าผู้อื่นจะไม่มีใจเสียเมื่อไหร่ ก็ลองนางไม่ไปอาละวาดดูสิ ป่านนี้สตรีของเขาคงเต็มจวนไปแล้ว

“ข้าอยากพักผ่อนสักครู่ ถึงยามเซินเมื่อใด ค่อยปลุกข้า” ลั่วเสวียนหันไปสั่งสาวใช้ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องนอน

อี้ม่านรอให้ประตูปิดลง ถึงได้หันมากระซิบถามอี้เจียว “ที่สกุลหลัวเกิดอะไรขึ้นหรือ?”

“ยังจะมีเรื่องใดได้อีกเล่า!” อี้เจียวพูดแล้ว พลันทอดถอนใจ ไม่รู้ว่าหากนายท่านทราบเรื่องจะว่าอย่างไรบ้าง

จวนสกุลเฉิน เป็นจวนพระราชทาน ค่อนข้างมีขนาดใหญ่สมฐานะ ลักษณะเป็นจวนสี่ประสาน นอกจากเรือนใหญ่แล้ว ยังมีเรือนแยกสำหรับเจ้านายอีกหกหลัง นั่นยังไม่นับเรือนบ่าวไพร่ และโรงเรือนต่างๆ

แต่เดิมสกุลเฉินฐานะดีอยู่แล้ว เพราะนายท่านเฉินคนก่อนเป็นพ่อค้า ตั้งแต่บุตรชายได้เป็นขุนนาง เฉินอิ่นตงถึงได้เลิกทำการค้า ด้วยเกรงว่าจะทำให้บุตรชายโดนดูถูก สมบัติเก่าที่เฉินอิ่นห้าวได้รับสืบทอดมาจากบิดา มีร้านค้าเกือบยี่สิบร้าน ตั้งอยู่ตามเมืองต่างๆ เฉพาะลั่วหยางมีถึงแปดร้าน ที่ดินส่วนตัวที่มิใช่ที่ดินพระราชทานอีกห้าพันหมู่

ต้าหมิงมีกฎห้ามขุนนางทำการค้า แต่ไม่ได้ห้ามไม่ให้ดูแลสมบัติดั้งเดิมของตระกูล เสนาบดีเฉินจึงนับเป็นขุนนางหนุ่มที่ร่ำรวยเป็นอันดับต้นๆ ของเมือง ไม่แปลกที่จะมีหญิงสาวมากมายอยากแย่งชิงตำแหน่งฮูหยินของเขา

“พี่สะใภ้ของเจ้าไฉนถึงกลับมาก่อน ไม่ใช่ว่านางออกไปงานเลี้ยงน้ำชาพร้อมมารดาของเจ้าหรือ?” ลู่ไห่ถังชะเง้อมองไปทางเรือนใหญ่ หลังจากได้รับรายงานจากสาวใช้ ว่าลั่วเสวียนกลับมาแล้ว

จี้อู่โหยวเบ้ปาก “ท่านหญิงอย่าได้เรียกนางเป็นพี่สะใภ้ของข้า นางไม่คู่ควร!”

ท่านหญิงลู่ดึงสายตากลับมามองคนพูดด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา หากว่าจี้อู่โหยวไม่โง่เกินไป คงดูออกแต่แรก ว่าท่านหญิงลู่ผู้นี้ ไม่มีความยินดีที่จะคบหากับนางเลยแม้แต่น้อย เพียงอาศัยนางเข้าใกล้เฉินอิ่นห้าวเท่านั้น

“ดูท่าเจ้าคงรังเกียจลั่วเสวียนมากกระมัง” ลู่ไห่ถังเดินเข้ามานั่งเก้าอี้ด้านข้าง ก่อนจะรินน้ำชาให้ตนเอง รอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตายังคงประดับอยู่บนใบหน้างาม

ถ้าไม่ใช่ว่าบิดาของเฉินลั่วเสวียนเป็นแม่ทัพที่กุมอำนาจทางการทหารไว้ในมือ จะได้เชิดหน้าเป็นฮูหยินท่านเสนาบดีอย่างทุกวันนี้หรือ หากจะพูดถึงความเหมาะสม นางที่เป็นบุตรสาวเจิ้งกั๋วกงย่อมเหมาะสมกว่า ไม่ว่าจะเป็นกิริยามารยาท การวางตัว รวมถึงชื่อเสียงอันดีงาม ลั่วเสวียนล้วนเทียบนางไม่ได้ ลู่ไห่ถังมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง ว่าหากนางได้หัวใจของเฉินอิ่นห้าวมาครอบครอง เขาต้องหย่ากับลั่วเสวียนอย่างแน่นอน ถึงได้จำใจคบค้าสมาคมกับสตรีน่ารังเกียจอย่างจี้อู่โหยว

“นังคนเย่อหยิ่งนั่น ไม่เห็นท่านแม่ ไม่เห็นพวกข้าอยู่ในสายตา ถือว่าตนมีบิดาหนุนหลัง กดหัวพี่ชายของข้า ปากคอเราะราย นิสัยก้าวร้าว ใครจะไปชอบนางลง!” ยิ่งพูดจี้อู่โหยวยิ่งมีสีหน้ารังเกียจ “ท่านหญิงไม่รู้อะไร เวลานี้ พี่ใหญ่ของข้าสุดจะทนกับนางแล้ว”

“แต่ถึงอย่างไร พวกเขาก็ยังเป็นสามีภรรยากัน ต่อให้ลั่วเสวียนไม่ดีเพียงใด พี่ชายของเจ้าก็ต้องอยู่กับนางไปจนแก่เฒ่าอยู่ดี ไม่ใช่ว่าเจ้าต้องยอมรับเรื่องนี้หรือ?” ลู่ไห่ถังเอ่ยเตือนเสียงเรียบ ราวกับว่านางนั้น มิได้รู้สึกอันใดกับเฉินอิ่นห้าว

“ก็เรื่องนี้แหละที่ทำข้ากลัดกลุ้ม ถึงได้ชักชวนท่านมาวันนี้” อู่โหยวพูดแล้ว เอื้อมมือไปกุมมือท่านหญิงลู่ “ท่านหญิง ข้าพูดจริงๆ นะ ข้าอยากได้ท่านเป็นพี่สะใภ้ ท่านทั้งอ่อนโยนใจดี มีชาติตระกูล มารยาทก็งดงาม เหมาะสมกับพี่ชายของข้าเป็นที่สุด หากมีท่านเป็นพี่สะใภ้ ต่อไป ข้าจะได้ไม่ต้องอับอายใคร”

ได้ยินอย่างนั้น ในหัวของลู่ไห่ถังเริ่มมีแผนการบางอย่าง แสร้งกล่าวอย่างลำบากใจว่า “ข้ากับพี่ชายของเจ้าไม่ได้มีใจชอบพอกัน อีกอย่าง ที่ข้ามาที่นี่เพราะเห็นแก่ที่เราเป็นสหายกัน เจ้าอย่าได้เอ่ยวาจาเช่นนี้เลย ใครมาได้ยินเข้า ข้าจะเสื่อมเสียเอาได้ เจ้าต้องไม่ลืมว่าถึงอย่างไร พี่ชายของเจ้าก็เป็นบุรุษที่แต่งงานแล้ว”

“ขออภัยเจ้าค่ะ” จี้อู่โหยวมีสีหน้าสลด แต่อึดใจเดียวก็ทำสีหน้าเด็ดเดี่ยว “แต่ข้าอยากได้ท่านหญิงเป็นพี่สะใภ้จริงๆ นะ คอยดูเถิด ข้าจะทำให้พี่ใหญ่หย่ากับนางให้ได้!”

ความคิดเช่นนี้ของจี้อู่โหยวนี่แหละ ที่ลู่ไห่ถังต้องการ เรื่องอะไร นางต้องลดตัวลงไปสู้รบตบมือกับลั่วเสวียนด้วยตัวเอง ในเมื่อมีคนโง่ให้ใช้งาน

#3

“ใกล้ได้เวลานายท่านของพวกเจ้าจะกลับมาแล้ว ไปเตรียมอุ่นน้ำแกงเถิด” ลั่วเสวียนรับผ้ามาเช็ดหน้าเช็ดตา พลางสั่งสาวใช้ นางเป็นเช่นนี้เสมอ มักคิดถึงแต่เฉินอิ่นห้าว

ทุกๆ วันนางจะลงมือต้มน้ำแกงเตรียมไว้ให้เขาทานยามกลับจากทำงาน หากวันไหนไม่ว่างจริงๆ ก็จะสั่งให้ห้องครัวเป็นคนทำ

สองสาวใช้หันมาสบตากัน อี้เจียวเป็นคนออกไปจัดการ ส่วนอี้ม่านหลังจากส่งจอกน้ำให้เจ้านายบ้วนปากแล้ว กลับมีสีหน้าอึดอัดคับข้อง ทำปากเดี๋ยวอ้าเดี๋ยวหุบ ไม่กล้ากล่าววาจา

ลั่วเสวียนบ้วนปากเสร็จ หันมาส่งจอกน้ำคืนให้ ท่าทางของอี้ม่าน ไหนเลยจะรอดพ้นสายตาของนางไปได้ ทุกครั้งที่อีกฝ่ายมีสีหน้าอัดอั้นเช่นนี้ ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเฉินอิ่นห้าวอย่างแน่นอน “เจ้ามีอะไรก็ว่ามาเถิด”

อี้ม่านมีสีหน้าลำบากใจอย่างยิ่งยวด แต่สุดท้ายจำต้องพูดออกไปอยู่ดี “นายท่านกลับมาได้ครึ่งชั่วยามแล้วเจ้าค่ะ เวลานี้อยู่ที่เรือนคุณหนูรองสกุลจี้เจ้าค่ะ” พูดแล้ว อี้ม่านพลันมองเจ้านายอย่างนึกเป็นห่วง มิใช่ว่านางอยากจะฟ้อง แต่มันจำเป็นต้องฟ้อง เพราะหากปล่อยไป เกรงว่าอาจจะเลยเถิดจนแก้ไขมิได้ คุณหนูต่างสกุลผู้นั้น เกลียดชังฮูหยินอย่างกับอะไรดี ดูก็รู้ว่าที่นางพาท่านหญิงลู่มา มีเจตนาอันใด

ใบหน้างดงามของลั่วเสวียนพลันเปลี่ยนเป็นโกรธขึ้งขึ้นมาทันใด ดูเอาเถิด กลับจากทำงาน แทนที่จะมาที่เรือนก่อน แต่เขากลับไปพบสตรีอื่น ทั้งๆ ที่รู้ว่านางต้องอุ่นน้ำแกงเตรียมเอาไว้ให้

หึ่ม! เฉินอิ่นห้าว! ท่านทำเกินไปแล้ว! ลั่วเสวียนลุกจากเตียง เก้าฉับๆ ออกจากห้องนอนราวกับพายุ ดูก็รู้ว่านางกำลังมีโทสะเพียงใด สาวใช้ที่ปัดกวาดเช็ดถูอยู่ด้านนอก พากันก้มหน้าลง อี้ม่านรีบเร่งฝีเท้าตามไป

ในหัวของลั่วเสวียนนั้น จินตนาการเรื่องดีมิได้เลย คิดแต่ว่าเฉินอิ่นห้าวจะต้องยิ้มอ่อนโยนพูดคุยหยอกล้อกับลู่ไห่ถัง บุรุษหล่อเหลาหญิงสาวงดงามมองกันนัยน์ตาหวานซึ้ง ยิ่งคิดยิ่งเลยเถิดไปถึงทั้งคู่พลอดรักกัน ลั่วเสวียนรีบเร่งฝีเท้าจนแทบจะกลายเป็นวิ่ง ใช้เวลาไม่กี่ลมหายใจก็มาถึงหน้าเรือน

“ท่านหญิง ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”

น้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยจากบุรุษภายใน ทำให้สติของลั่วเสวียนขาดผึง นางไม่แม้แต่จะหยุดฝีเท้า ในอกร้อนรุ่มดั่งไฟสุม และภาพที่นางเห็น ทันทีที่ก้าวเข้ามา คือเฉินอิ่นห้าวกำลังโอบประคองลู่ไห่ถัง

“สารเลว!” ลั่วเสวียนมีโทสะจนในหูอื้ออึงไปหมด นางไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น รีบปรี่เข้าไปกระชากแขนเฉินอิ่นห้าวจนตัวปลิวเมื่อไม่มีคนประคอง ร่างของลู่ไห่ถังจึงล้มพับลงบนตั่ง

“อ๊ะ! ท่านหญิง” จี้อู่โหยวร้องขึ้นด้วยความตกใจ ถลาเข้ามาประคอง

“ท่านหญิง!” เฉินอิ่นห้าวมีสีหน้าตื่นตระหนก ก่อนจะหันมาตวาดภรรยา “ทำบ้าอันใดของเจ้า!!”

“ข้าต้องถามท่านมากกว่า ว่าท่านทำบ้าอันใดอยู่!” ลั่วเสวียนตวาดกลับอย่างไม่ยอมอ่อนข้อ

เฉินอิ่นห้าวพยายามสกัดกลั้นโทสะ หันไปตะโกนสั่งบ่าวไพร่ “ให้คนไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้!” ก่อนจะหันกลับมามองภรรยาด้วยสายตาเยียบเย็น “มีอันใดค่อยกลับไปคุยกันที่เรือน ท่านหญิงลู่ป่วย เจ้าไม่เห็นหรือ?!”

“ไม่เห็น! ข้าเห็นแต่สตรีเสแสร้ง หึ! อยู่มาได้ตั้งครึ่งค่อนวัน ไม่ยักกะป่วย แต่ดันมาป่วยตอนสามีข้ากลับมา? ไม่บังเอิญเกินไปหน่อยหรือ?” ลั่วเสวียนพูดแล้วตวัดตามองสตรีที่นั่งพิงไหล่จี้อู่โหยวอยู่บนตั่ง “เป็นถึงท่านหญิงผู้มีชื่อเสียงดีงาม มาเยือนจวนผู้อื่นโดยมิส่งเทียบยังพอทำเนา ยังคิดยั่วยวนสามีข้าอีก หน้าเจ้ายังมียางอายอยู่หรือไม่!”

“เฉินลั่วเสวียน! เจ้าหุบปากเดี๋ยวนี้!” เฉินอิ่นห้าวตวาดเสียงกร้าว มิอาจสกัดกลั้นโทสะได้อีกต่อไป เรื่องที่นางก้าวร้าวฮูหยินเจ้ากรมโยธาที่จวนสกุลหลัว เขายังไม่ได้ชำระความ นี่นางยังจะกล้าด่าทอท่านหญิงลู่ต่อหน้าเขาอีก ลั่วเสวียนผู้นี้ช่างเกินเยียวยาแล้วจริงๆ นางมิรู้หรือว่าที่นางทำไป มันไม่เพียงฉีกหน้าเขา แต่มันยังฉีกหน้าตัวเองด้วย สองปีมานี้ นางทำตัวราวกับคนบ้า ตามอาละวาดหึงหวงด่าทอผู้อื่นไปทั่ว จนเขาไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ใดแล้ว

“ข้าพูดผิดหรือ!?” ลั่วเสวียนไม่เกรงกลัวสายตาดุดันของเขาเลยแม้แต่น้อย “ท่านเป็นถึงเสนาบดี อย่าบอกนะว่ามองเล่ห์มารยาของสตรีไม่ออก เฉินอิ่นห้าว ท่านรู้อยู่แก่ใจดี แต่ยังยอมคล้อยตาม ท่านทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร!?”

เฉินอิ่นห้าวเกรงว่านางจะผรุสวาทด่าทอหยาบคายมากไปกว่านี้ พลันรีบคว้าแขนของนาง ลากออกจากเรือน

“ปล่อยข้านะ! ข้ายังด่าไม่จบ ท่านอายแทนนางหรือ ตอนกระทำท่านไฉนจึงไม่อาย ท่านโอบประคองสตรีที่ยังไม่ออกเรือนเช่นนั้น รู้หรือไม่ ว่ามันจะเกิดผลใดตามมา! บุตรสาวเจิ้งกั๋วกงมีหรือจะยอมลดตัวมาคบหาคนไร้ค่าอย่างจี้อู่โหยว หากไม่เพราะต้องการเข้าใกล้ท่าน เรื่องพวกนี้ หากท่านยังดูไม่ออกก็โง่เต็มทนแล้ว!!!”

แม้จะถูกเขาฉุดกระชากลากถูออกไป ทว่า เสียงของลั่วเสวียนกลับมิแผ่วลงเลย นางไม่เพียงต้องการให้คนในเรือนได้ยิน แต่ต้องการให้คนทั้งจวนได้ยิน นี่มิใช่ครั้งแรก ที่ลู่ไห่ถังมาที่นี่โดยใช้ข้ออ้างว่ามาเยี่ยมเยือนสหายอย่างจี้อู่โหยว ลั่วเสวียนเชื่อได้เลยว่า ที่จี้อู่โหยวหอบผ้าหอบผ่อนออกจากบ้านสามีมา ก็เพราะแผนการของท่านหญิงลู่ สตรีเรียบร้อยอ่อนหวานนั้น นางไม่กลัว ที่กลัวก็สตรีหน้าด้านไร้ยางอายแต่แสร้งทำตัวอ่อนหวานอย่างลู่ไห่ถังนี่แหละ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...