โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

อาจารย์นิติฯ มช. ทวงอธิการบดี ขอตำแหน่ง 'ศ.' จะ 8 ปี ยังไม่ได้ ทั้งที่วิจัยหลายชิ้นคว้ารางวัล?

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 ก.ย 2566 เวลา 07.13 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2566 เวลา 02.25 น.

อาจารย์นิติศาสตร์ มช. ทวง ‘อธิการบดี’ ขอตำแหน่ง ‘ศ.’ เกือบ 8 ปี ยังไม่ได้ ทั้งที่วิจัยหลายชิ้นคว้ารางวัล ถ้าย้อนเวลาได้คงย้ายไปที่อื่น ส่งเสริมความก้าวหน้าบุคลากรมากกว่าแค่คำพูด

เมื่อวันที่ 26 กันยายน รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) มีจดหมายเปิดผนึกถึง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรื่อง การขอตำแหน่งศาสตราจารย์ที่นานเกิน 8 ปี ลงวันที่ 25 กันยายน 2566 ซึ่งเผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก ศูนย์วิจัยฯ มหาวิทยาลัยหน้าบางแห่งหนึ่ง ระบุดังนี้

เดือนตุลาคม 2566 จะครบเวลา 8 ปี ที่ผมได้ยื่นขอตำแหน่ง ศ. ไปตั้งแต่เมื่อตุลาคม 2558 ตอนแรกก็คิดว่าอาจจะไม่ได้รวดเร็วสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะเนิ่นนานขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อนะครับ มาจนจะครบ 8 ปี แต่กระบวนการนี้ก็ยังไม่จบไม่สิ้นเสียที

ปัญหาสำคัญมีหลายปัญหา แต่เรื่องหนึ่งก็คือ การที่ มช.กลับมาขอเอกสารหลายชิ้นภายหลังจากที่ผ่านไปห้าหกปี ทั้งที่ในตอนยื่นเอกสาร ทางหน่วยงานของมหาวิทยาลัยที่รับผิดชอบก็ได้ตรวจสอบและไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ กระทั่งผ่านความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิและสภามหาวิทยาลัยก็ได้อนุมัติตำแหน่ง ศ.ไปหลายปีแล้ว

ที่ผ่านมา ผมก็ได้พยายามอย่างเต็มที่ทั้งในด้านของการค้นหาหลักฐานเท่าที่มีอยู่ รวมถึงการแสดงให้เห็นถึงการเผยแพร่อย่างกว้างขวาง ทั้งไปเจรจากับเจ้าหน้าที่และผู้บริหารหลายคน แต่ก็เหมือนเยี่ยวรดหัวเป็ด กล่าวคือไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง หลายคนที่ไปเจรจาก็กลายเป็น ศ.ปฏิบัติ ไปอย่างรวดเร็ว (แต่บังเอิญผมไม่ได้สนใจจะขอ ศ.ปฏิบัติ เพราะไม่รู้ว่ามันคืออะไร สะท้อนความรู้ทางวิชาการมากมายขนาดไหน)

วันนี้ได้รับข่าวมาว่าทางมหาวิทยาลัยขอให้ทางคณะแก้ไขเอกสารอะไรบางอย่าง (ที่ผมไม่สนใจจะรับรู้แล้ว และยืนยันว่าจะไม่ดำเนินการอะไรอีกแล้ว แต่ทางคณะได้เป็นธุระดำเนินการให้แทน) ก็ได้แต่สะท้อนใจว่าความผิดพลาดครั้งหนึ่งในชีวิตก็คือ เมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน มีคนชักชวนให้กลับไปอยู่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ แต่ด้วยความเบาปัญญาส่วนตัวนั่นแหละ จึงเลือกตัดสินใจจะอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ด้วยความเชื่อว่าคุณธรรมและความโปร่งใสของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งคงไม่ต่างกันมากเท่าไหร่

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จริงๆ อันหนึ่งที่ผมจะแก้ไขก็คือ การย้ายไปอยู่ที่อื่นๆ ที่เขาให้ความสำคัญและส่งเสริมความก้าวหน้าของบุคลากรมากกว่าแค่คำพูด

ไหนๆ ก็พูดแล้ว ผมสามารถทวงบุญคุณที่สร้างชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัยได้หลายอย่าง งานวิจัย 3 ชิ้นใน 5 ปีหลัง ได้รับรางวัลจากสภาวิจัยแห่งชาติ ที่ทำให้ผู้บริหารได้ไปยืนถ่ายรูปยิ้มแย้มกับผลงานของบุคลากรก็เป็นอันหนึ่งในอีกหลายๆ เรื่องที่ผมได้กระทำ

ต้องขอโทษหากที่เขียนมาอาจจะหยาบคายไปบ้าง แต่ผมก็คิดว่าสิ่งนี้ไม่ได้หยาบคายมากไปกว่าที่มหาวิทยาลัยปฏิบัติต่อผม เอาง่ายๆ ว่าถ้าผู้บริหาร บรรดาผู้ช่วย รอง หรือแม้กระทั่งอธิการบดี ขอตำแหน่งแล้วใช้เวลานานขนาดนี้ พวกท่านก็จะยิ้มแย้มสบายๆ กันอยู่ใช่หรือไม่

ผมไม่รู้หรอกว่าอธิการบดีจะได้อ่านจดหมายนี้หรือไม่ รบกวน IO ของมหาวิทยาลัยที่ชอบมาส่องเพจนี้ช่วยแจ้ง หรือส่งต่อไปให้หน่อยก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...