ผู้ประกอบการโรงแรมภูเก็ต ยื่น 'พล.อ.อกนิษฐ์' ปลดล็อกประกาศกระทรวงทรัพยากรฯ
ผู้ประกอบการโรงแรมภูเก็ต ยื่น ‘พล.อ.อกนิษฐ์’ ปลดล็อกประกาศกระทรวงทรัพยากรฯ
เมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่รัฐสภา สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเข้ายื่นหนังสือที่รัฐสภา ขอปลดล็อกประกาศสิ่งแวดล้อมต่อประธานคณะกรรมมาธิการบริหารราชการแผ่นดินวุฒิสภา ชี้แจงข้อติดขัดบริบทจังหวัดภูเก็ต
เนื่องจาก พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมมาธิการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา ได้แต่งตั้ง พล.อ.บุญธรรม โอริส เป็นประธานคณะทำงานพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจให้เช่าที่พักแบบรายวัน เมื่อปี พ.ศ.2564 โดยมีนายมโนสิทธิ์ แจ้งจบ เป็นกรรมการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งได้ปลดล็อกข้อกฎหมาย กฎกระทรวงกำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2566
แต่เมื่อผู้ประกอบการได้ทยอยยื่นขอใบอนุญาตโรงแรมกลับเจอข้อปัญหาติดขัดเฉพาะพื้นที่บริบทจังหวัดภูเก็ต เกี่ยวโยงกับประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่ และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งสมาคมที่พักบูติกภูเก็ตได้ยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี ขณะลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2566 เพื่อรับฟังปัญหาผู้ประกอบการท่องเที่ยว พร้อมกันนี้ทางสมาคมได้ทำหนังสือถึงประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อแจ้งปัญหาความเดือดร้อนในการประกอบอาชีพของผู้ประกอบการโรงแรมข้างต้น
นายมโนสิทธิ์ แจ้งจบ ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนโรงแรมขนาดเล็ก สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จึงได้นำปัญหาดังกล่าวเข้าหารือต่อ พล.อ.อกนิษฐ์ และ พล.อ.บุญธรรม ณ รัฐสภา เพื่อประสานต่อไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ให้แก้ไขประกาศสิ่งแวดล้อมที่ติดขัดดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับกฏกระทรวงโรงแรม(ฉบับที่ 4) ปี พ.ศ.2566 ที่มุ่งหวังให้ผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็กที่เปิดให้บริการก่อนปี พ.ศ.2559 สามารถยื่นขอใบอนุญาตโรงแรม เข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้อง
สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) นำโดย นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสทท. และนางวิรินทร์ตรา ปภากิจยศพัฒน์ รองประธาน สทท.เขตพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโรงแรมขนาดเล็ก แก้ไขปัญหานี้ร่วมกัน เพื่อเป็นการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย ซึ่งเป็น Quick Win ในการนำรายได้เข้าประเทศ
โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ตั้งเป้าหมายไว้ 25-30 ล้านคน มูลค่า 2.38 ล้านล้านบาท ในปี 2566 นี้ จากข้อมูลจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมทั้งประเทศ วันที่ 1 มกราคม-30 กันยายน พ.ศ.2566 ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมกว่า 19 ล้านคน เป็นเงิน 1 ล้านล้านบาท
ซึ่งในปีที่ผ่านมาช่วงเดือนพฤศจิกายน 65-กุมภาพันธ์ 66 จำนวนห้องพักที่เปิดรวมไม่เพียงพอต่อการให้บริการนักท่องเที่ยว เนื่องจากมีจำนวนห้องพักที่เปิดรวมน้อยกว่าร้อยละ 40 ของห้องพักเปรียบเทียบกับช่วงก่อนวิกฤตโควิด-19 เพื่อเป็นการเพิ่ม Supply Side ในฤดูท่องเที่ยวที่จะถึงนี้
สทท.จึงนำเรียนประธานคณะกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดินวุฒิสภา ช่วยติดตามเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายข้างต้น เพื่อช่วยแก้ปัญหาเรื่องใบอนุญาตของโรงแรมโดยด่วน เนื่องจากใบอนุญาตโรงแรมจำเป็นต่อการขอเงินกู้จากธนาคาร เพื่อใช้ในการปรับปรุงอาคารที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม เพื่อให้โรงแรมที่ยังปิดอยู่สามารถปรับปรุงและเปิดได้ทันในฤดูการท่องเที่ยวนี้ เพื่อให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น เป็นการกระตุ้นตัวเลขทางเศรษฐกิจ เกิดการจ้างงาน เพิ่มรายได้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี