โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

[รีวิว] เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ: อย่ากลัวเลยฝรั่ง กลัวคนไทยด้วยกันดีกว่า นึกว่าเดาง่าย แต่ 10 นาทีท้าย ยังไงก็เดายาก

BT Beartai

อัพเดต 28 ก.ค. 2566 เวลา 03.23 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2566 เวลา 19.10 น.
[รีวิว] เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ: อย่ากลัวเลยฝรั่ง กลัวคนไทยด้วยกันดีกว่า นึกว่าเดาง่าย แต่ 10 นาทีท้าย ยังไงก็เดายาก

เรื่องย่อ: คดีฆาตกรรม 7 ศพแห่งบ้านดอนกระโทก ที่ผู้ต้องสงสัยเป็นเขยฝรั่งอังกฤษ แต่ยิ่งสารวัตรหน้าโหดได้ซักพยานที่รอดชีวิต ก็ยิ่งพบแต่ความอิหยังวะ

แม้บางคนจะคิดว่าผู้กำกับสายรางวัลอย่าง วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ได้ผ่านพ้นจุดสูงสุดของผลงานไปแล้ว ไม่ว่าจะมองว่ายอดของกราฟที่ว่านั้นอยู่ที่ ‘เปนชู้กับผี’ (2549) หรือ ‘อินทรีแดง’ (2553) ก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับว่าหลังโปรเจกต์หนังฮีโรไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนั้น ผลงานของวิศิษฏ์ก็ดูจะห่างหายจากโรงหนังไปพอสมควร จนเริ่มกลับมาเห็นชื่อผ่านงานบนเน็ตฟลิกซ์แบบถี่ ๆ อีกครั้งตั้งแต่เขียนบทให้ ‘DEEP โปรเจกต์ลับ หลับ เป็น ตาย’ (2564) และกำกับ ‘ปริศนารูหลอน’ (2564) ก่อนที่จะมีผลงานกำกับอีกครั้งในปีนี้กับ ‘The Murderer เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ’ นี่เอง

โดยตัวหนังนั้นเป็นผลงานเขียนบทของ อภิเษก จิรธเนศวงศ์ มือเขียนบทหน้าฝรั่งที่ร่วมงานกับวิศิษฏ์มาตั้งแต่ ‘ปริศนารูหนอน’ แต่เปลี่ยนแนวจากเขย่าขวัญมากปริศนา มาสู่แนวสืบสวนสอบสวนสุดซับซ้อนพลิกไปมาที่มีกลิ่นตลกร้ายและเน้นใช้สำเนียงอีสานเล่าผสมภาษาอังกฤษทั้งเรื่อง

ตัวหนังเล่าผ่านสายตาของสารวัตรณวัฒน์แห่งสถานีตำรวจภูธรดอนกระโทก ที่ต้องลงมาสอบพยานเพื่อหาความจริงของคดีฆาตกรรมดังในพื้นที่ ซึ่งต้นเรื่องแสดงให้เห็นถึงภาพการตายที่ดูรุนแรงมากถึง 7 ศพ มันดูจริงจังมากขัดกับโทนเรื่องที่แย้มว่าน่าจะมีความตลก จนเกิดปมสงสัยในใจผู้ชมว่าหนังจะจบลงอย่างไร เป็นกลยุทธ์ที่ดึงความสนใจผู้ชมได้ตั้งแต่ต้นจนจบ และคอยกระตุ้นความสงสัยเราผ่านความผลิกผันไปตามคำให้การของพยาน 3 คนที่ต่างมุมมองกันมากจนเกือบจะเป็นหนัง ‘ราโชมอน’ อยู่กลาย ๆ

The Murderer เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ
The Murderer เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ

ซึ่งพอมีคนมาช่วยวางพลอตกับเส้นเรื่องให้แล้ว ทำให้วิศิษฏ์มุ่งไปที่การนำเสนอด้านภาพที่เขาถนัดได้อย่างหวือหวาอีกครั้ง หนังมีการเล่นสีสันสไตล์จัดจ้านใช้สีขั้วตรงข้ามตัดกันแรง ๆ ดึงสายตาผู้ชมอย่างที่เคยทำใน ‘ฟ้าทะลายโจร’ (2543) แต่ดูประนีประนอมความดิบน้อยลงคล้ายกับงานอย่าง ‘หมานคร’ (2547) มากกว่า แน่นอนว่าล้วนแต่เป็นผลงานช่วงสร้างชื่อระดับโลกของวิศิษฏ์ทั้งสิ้น และพอมีใบหน้าสุดยอดตลกไทยอย่าง หม่ำ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา มาประกบก็ชวนให้นึกถึงผลงานการกำกับของหม่ำที่เล่นสีสันอีสานเด่น ๆ อย่าง ‘แหยม ยโสธร’ (2548) ด้วยเช่นกัน ซึ่งหม่ำกับสีจัดจ้านนี้สร้างกลยุทธ์ที่คนดูจะรู้สึกว่าหนังมันต้องมีความขบขันอยู่แน่ ๆ แต่พอดูแล้วหนังก็ยังคงเล่าอย่างจริงจังในครึ่งเรื่องแรก มันก็เป็นความขัดแย้งที่กวนใจผู้ชมให้รีบเร่งอยากรู้จุดจบเข้าไปอีก

ทั้งนี้เมื่อเรื่องมีความซับซ้อน วิศิษฏ์จึงพยายามใช้การเรียบเรียงที่ไม่ชวนสับสนเกินไป กล่าวคือแม้จะมีคำให้การที่ต่างกันโดยผลัดกันเล่า แต่เนื้อหามันจะเดินไปตามลำดับ จนจะเริ่มมีการทวนเหตุการณ์อีกทีในช่วงการเฉลยท้ายเรื่องเท่านั้น ก็เป็นการลำดับเรื่องที่ถือว่าน่าสนใจซับซ้อนแต่ไม่ยากเกินไป ยังมีความง่ายในการเข้าใจเรื่องอยู่

The Murderer เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ
The Murderer เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ

และอาจเพราะมุกที่เป็นสารตั้งต้นของเรื่องราวอิหยังวะมันอาจจะไม่ได้ซ่อนไว้มิดชิดจนเราเหวอเมื่อเฉลย แต่ถูกขับเน้นทางภาพจนเราพอเดาต้นสายปลายเหตุได้ เพียงแต่เราก็รู้แค่จุดเริ่มและผลลัพธ์แต่ก็ยังอยากติดตามอยู่ดีว่าระหว่างทางนั้นมันเกิดอะไรขึ้น และหนังก็ทำในจุดระหว่างทางนี้ได้ค่อนข้างดี ใช้คำว่าค่อนข้างเพราะมันเก็บหมดทุกเม็ดได้ดี แต่ก็ไม่อาจว่าดีสุดได้เพราะมันยังมีความเอ๊ะเรื่องของความขัดแย้งด้านเวลา และมุกตั้งต้นที่เอามาอธิบายมันตอบโจทย์เป็นห้วง ๆ ไปหน่อยว่าถ้าสิ่งนี้คือต้นเหตุ ทำไมบางช่วงเวลามันถึงมีผล ทำไมหลายช่วงเวลามันไม่มีผล ก็เป็นปัญหาเรื่องความละเอียดที่อาจต้องมองข้ามเพื่อรักษาความขบขันที่เป็นจุดประสงค์หลักเอาไว้ด้วย

แต่ที่ชอบมาก ๆ ในท่าทีของหนังที่ออกตลกขัดกับจริงจังนี้ คือมันมีความแหวกแปลกใหม่ในการนำเสนอพอสมควร เราจะได้เห็นความเป็นฟิล์มนัวร์ที่สีสันจัดจ้านในหนังไทย ฉากหลังของเรื่องเป็นห้วงเวลาที่มีข่าวว่าพายุจะเข้า ความกลัวคืบคลานและเผยจิตใจด้านมืดของตัวละครออกมา น่าตกใจมากที่หนังกล้าพูดอย่างมั่นใจเป้นครั้งแรก ๆ ในหนังไทยเลยว่า ตัวละครคนไทยอีสานที่ดูซื่อไม่ทันคน แท้จริงแล้วฉลาดและน่ากลัวยิ่งกว่าพวกฝรั่งเสียอีก

The Murderer เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ
The Murderer เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ

แถมยังทิ้งสาระคม ๆ เรื่องของความเชื่อ ทั้งเชื่อคำทำนาย เชื่อผู้ใหญ่หมาไม่กัด เชื่อพยากรณ์อากาศของราชการ เชื่อสิ่งที่ตาเห็น เชื่อสิ่งที่หูได้ยิน เชื่อว่าความซื่อนั้นบริสุทธิ์ เชื่อว่าสิ่งที่เคยรู้นั้นจริงเสมอ ความเชื่อทั้งหมดก่อเป็นอคติที่ก่อเกิดเรื่องราวบานปลายตามมาแบบอิหยังวะ เป็นรสชาติที่สะแด่วสมองดีไม่น้อย โดยเฉพาะช่วงหลังคลี่คลายปมของเรื่องไปแล้ว แต่ยังมีขยักสองขยักสามได้แบบคม ๆ อีก

ความดีงามนี้ คงต้องขอชื่นชมการแสดงที่กระตุ้นเร้าอารมณ์ผู้ชมได้อย่างสนุกสนานเหมาะกับแนวหนัง ทั้งการเล่นแบบดราม่าน่าเชื่อถือของ อุ้ม อิษยา ฮอสุวรรณ ในบท ทราย พยานที่เป็นเมียฝรั่ง, สวนีย์ อุทุมมา ในบทพยานคนที่ 2 แม่ของทรายที่มาแบบไม่เด่นมากแต่ประคองทุกคนให้เข้าร่อง, ชนันทิชา ชัยภา ในบท จูน พยานเด็กคนสุดท้ายที่เล่นหน้าเล่นตาได้น่ารักน่าชัง โดยมีนักแสดงสายละครเวทีอย่าง เจมส์ เลเวอร์ ในบท เอิร์ล เขยฝรั่งสามีของทรายและผู้ต้องสงสัยหลักที่ทำให้เรารู้สึกสับสนว่าเขาน่าสงสารหรือน่ากลัวกันแน่

โดยที่หม่ำก็เป็นตัวแทนในการหาความจริงแทนผู้ชม เรางุนงงและสวมเข้ากับตัวของสารวัตรณวัฒน์ได้ก็เพราะความเข้าถึงง่ายและความสนิทใจคุ้นเคยดีกับหม่ำนี่เอง จะเห็นได้ว่าหนังเรื่องนี้มีกลยุทธ์ที่ออกแบบจัดวางมาให้เกิดผลกับผู้ชมในหลายวิธีเลยทีเดียว

จุดที่จะบ่นได้ของหนัง นอกจากเรื่องที่มุกหลักมันเดาง่ายไปหน่อยแล้ว ก็ยังเป็นความลวกของงานถ่ายกรีนสกรีน และการเล่นสีที่ไม่ค่อนเนี้ยบในบางฉาก จะว่านั่นเป็นความจงใจให้ดูดิบเหมือนหนังโบราณหรือไม่นั้นก็พูดยาก แต่ถ้าทำให้เนี้ยบสมยุคสมัยก็น่าจะดีไม่น้อย

The Murderer เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ
The Murderer เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

The Murderer เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ
The Murderer เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ

The Murderer เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ บท 7.5 โปรดักชัน 5.5 การแสดง 8 ความสนุกตามแนวหนัง 7.5 ความคุ้มค่าการรับชม 7.5 จุดเด่น งานภาพที่โดดเด่น เนื้อเรื่องที่ซับซ้อนหลากอารมณ์ชวนติดตาม การแสดงที่ดี มีสาระคม ๆ ทิ้งให้ขบคิด จุดสังเกต ฉากซีจีหลายฉากไม่เนียนตา บทเฉลยกลางเรื่องยังมีความเดาง่ายแต่ก็อาจเพื่อตั้งใจเป็นตัวหลอกก็ได้ 7.5

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...