โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แพค ซองอู ฆาตกรเยาวชน อายุ 13 ปี ก่อเหตุฆาตกรรมเยาวชนอายุ 7 ปี อย่างเลือดเย็นจากเรื่อง หญิงเหล็กศาลเยาวชน

The Structure

อัพเดต 04 ต.ค. 2566 เวลา 14.58 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2566 เวลา 07.58 น. • The Structure

สืบเนื่องจากคดีสะเทือนขวัญ เยาวชนอายุ 14 ปี ใช้ปืนไล่ยิงประชาชนในห้างสยามพารากอน เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 66 จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 5 รายนั้น ทำให้เกิดกระแสการวิจารณ์ในประเด็นดังกล่าวอย่างแพร่หลายเนื่องจากผู้ก่อเหตุยังเป็นเยาวชน ซึ่งอยู่ภายใต้การคุ้มครองของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 และ 75

ส่วนหนึ่ง มีการพูดถึงละครซีรียส์จากเกาหลีใต้เรื่อง “หญิงเหล็ก ศาลเยาวชน: Juvenile Justice” ซึ่งมีเนื้อหาที่มุ่งประเด็นไปที่กระบวนการยุติธรรมสำหรับเยาวชน และปัญหาอาชญากรรมเด็กในเกาหลีใต้ โดยในตอนที่ 1 และ 2 เป็นคดีที่เริ่มเรื่องโดยเยาวชนอายุ 13 ปี ชื่อ แพค ซองอู กระทำการฆาตกรรมเด็กผู้หญิงอายุ 8 ปีด้วยการฆ่าหั่นศพ ก่อนที่จะเดินทางเข้ามอบตัวต่อตำรวจอย่างเลือดเย็น

ข่าวดังกล่าวสร้างความตื่นตะลึงให้แก่สังคมเกาหลีเช่นเดียวกัน และเป็นที่วิจารณ์อย่างกว้างขวางเช่นเดียวกันกับที่เกิดขึ้นในสังคมไทยเวลานี้ อย่างไรก็ตามในซีรียส์ มีฉากการประท้วงของประชาชนกลุ่มหนุ่งที่เรียกร้องให้มีการยกเลิกกฎหมายคุ้มครองเยาวชน ต้องการให้อาชญากรรมเด็กได้รับโทษอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกับผู้ใหญ่

และคดีดังกล่าวอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ ผู้พิพากษาสมทบ ชิมอึนซอก(แสดงโดย คิมฮเยซู) ซึ่งถูกเปิดตัวด้วยวลีประจำตัวของเธอว่า “ฉันเกลียดพวกอาชญากรเด็ก”

ในการขึ้นศาล ไต่สวนครั้งแรก แพคซองอู ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพอย่างเลือดเย็น อ้างว่าตนเองมีอาการทางจิตเวช หัวเราะขณะให้การ อีกทั้งยังถามผู้พิพากษา ชิมอึนซอก อย่างอหังการว่า

“นี่ ได้ยินว่าถ้าอายุยังไม่ถึง 14 ถึงจะฆ่าคนก็ไม่ต้องติดคุกงั้นเหรอ ? จริงรึเปล่าน่ะ ? สุดยอดเลย”

ในการไต่สวนครั้งที่ 2 แพค ซองอู ยื่นหนังสือรับรองแพทย์ต่อศาล ระบุว่าตนเองเป็น “โรคจิตเภท โรคอารมณ์สองขั้ว (ไบโพลาร์: Bipolar) โรคประสาท วิตกกังวล”แต่ผู้พิพากษาชิม กลับอาศัยข้อมูลทางจิตเวชในการไต่สวน จนสืบเค้นพบว่า แพค ซองอู ปกปิดข้อเท็จจริงที่มีบุคคลที่ 3 ร่วมกระทำความผิด การสืบสวนดำเนินต่อไปจนพบว่า ฮัน เยอึน เยาวชนอายุมากกว่า 14 ปี เป็นผู้ร่วมกระทำความผิดในคดีฆาตกรรมด้วยศาลพิพากษาให้ ฮัน เยอึน ซึ่งมีอายุมากกว่า 14 ปีรับโทษสูงสุดใน พ.ร.บ. เยาวชน ฯ จำคุก 20 ปี ในขณะที่ แพค ซองอู เยาวชนอายุต่ำกว่า 14 ปี ให้คุมความประพฤติระดับ 10 ซึ่งเป็นบทลงโทษสูงสุดตามกฎหมายเช่นกัน คือให้เข้าสถานพินิจเป็นเวลา 2 ปี

—อย่างไรก็ดี “สาสน์”ของซีรียส์ดังกล่าว มิได้มีเจตนาที่จะให้มีการยกเลิกกฎหมายเยาวชน หรือต้องการให้เยาวชนได้รับโทษทัณฑ์เสมอผู้ใหญ่แต่อย่างไร

ในตอนที่ 1 และ 2 ซึ่งเป็นตอนที่เล่าเรื่องราวของคดีฆาตกรรมเยาวชนอายุ 7 ปี ได้บอกเล่าเรื่องราวจากหลายองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นมุมมองของผู้พิพากษา, ผู้ปกครองของเหยื่อ และตัวเยาวชนผู้ก่อเหตุ ซึ่งตัวเยาวชนผู้ก่อเหตุฆาตกรรมทั้ง 2 คือฮัน เยอึน และแพค ซองอู ต่างก็มีพื้นฐานมาจากครอบครัวที่ขาดความอบอุ่น ผู้ปกครองทำแต่งาน ละเลยการทำหน้าที่ให้ความอบอุ่นในครอบครัวต่อลูกของตนเอง

ฮัน เยรี มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย จนมีความสามารถในการว่าจ้างทนายความจากสำนักงานทนายความชั้นนำของประเทศมาว่าความให้ได้ แต่ตลอดทั้ง 2 ตอน ผู้ปกครองของฮัน เยรี ไม่เคยปรากฏตัวในเรื่องเลย ในขณะที่ แพค ซองอู มาจากครอบครัวที่ยากจน มารดาทำแต่งานจนละเลยแม้กระทั่งการมาขึ้นศาลในคดีของบุตรชายตนเอง ซึ่งเรื่องดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ารากเหง้ามูลเหตุของคดีมาจากปัญหาครอบครัว

นอกจากนี้ ตลอดทั้ง 10 ตอนของซีรียส์ ยังสะท้อนปัญหาในกระบวนการยุติธรรมของเกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้พิพากษาคดีเยาชนของประเทศที่มีน้อยเกินไป มีเพียง 20 ท่านจาก 3,300 ท่าน และทั้ง 20 ท่าน ต้องรับคดีเยาวชนที่มีมากกว่า 30,000 รายต่อปี

ปัญหางบประมาณที่ไม่เพียงพอต่อกระบวนการฟื้นฟูเยาวชนผู้กระทำความผิด จนต้องพึ่งพา “จิตอาสา”และ “เงินบริจาค”จากภาคเอกชนในการช่วยเหลือฟื้นฟูเยาวชนเหล่านี้ ซึ่งไม่มีความเพียงพอต่อการรับมือกับปัญญาเยาวชนในประเทศเกาหลีใต้

สานส์ของเรื่อง มิได้มุ่งประเด็นไปที่การเพิ่มบทลงโทษต่อเยาวชน แต่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความล่มสลายของสถาบันครอบครัวในประเทศเกาหลีใต้ ที่กำลังทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นำมาซึ่งคดีอาชญากรรมเยาวชนต่าง ๆ และรวมไปถึงการใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือของกลุ่มผู้ไม่หวังดีต่อสังคมในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งรวมไปถึงปัญหา “โสเภณีเด็ก”อีกด้วย

คดีเยาวชนอายุ 14 ปี ก่อเหตุสังหารประชาชนด้วยอาวุธปืนที่เพิ่งเกิดขึ้นในวันที่ 3 ต.ค. 66 ที่ผ่านมานี้ อาจจะเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยเผชิญหน้ากับเหตุกราดยิงโดยเยาวชนเป็นครั้งแรก แต่คดีนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีอาชญากรเป็นผู้เยาว์ในประเทศไทย

คดีนี้ ประชาชน นักวิจารณ์ นักวิชากราร นักการเมือง รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงไม่ควรจะพุ่งเป้าไปเฉพาะแค่แรงจูงใจของผู้ก่อเหตุแต่เพียงอย่างเดียว แต่ควรจะย้อนหันกลับมามองว่า ปัญหาความแตกแยกร้าวฉานของสถาบันครอบครัวของไทย แตกร้าวถึงขนาดนี้เพราะอะไรแล้วประเทศไทยควรจะทำอย่างไร เพื่อฟื้นฟูสถาบันครอบครัว ซึ่งเป็นสถาบันรากฐานที่สำคัญที่สุดของประเทศ ให้ฟื้นฟูกลับมามีความอบอุ่นได้อย่างที่เคยเป็นมา

ครอบครัวคือรากฐานของประเทศ อย่าปล่อยให้สถาบันครอบครัวของประเทศล่มสลายจนไม่อาจฟื้นคืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...