โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นิมิตอัศจรรย์ “หยก” ใหญ่ที่สุดในโลกจากแคนาดา สู่พระพุทธรูปหยกวัดธรรมมงคลฯ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 12 มี.ค. 2568 เวลา 10.59 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. 2568 เวลา 10.59 น.
ภาพจาก เฟซบุ๊ก เพจ วัดธรรมมงคลเถาบุญนนทวิหาร หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)

เรื่องราวของ “หยก”ขนาดมหึมาที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากแคนาดามายังไทย ถูกสลักเสลาด้วยช่างฝีมือชั้นเอกชาวอิตาเลียน กลายเป็น “พระหยก” และเป็นพระพุทธรูปหยกใหญ่ที่สุดในโลก นามว่า พระพุทธมงคลธรรมศรีไทยประดิษฐาน ณ วัดธรรมมงคลเถาบุญญนนทวิหาร หรือ “วัดธรรมมงคล” พระโขนง กรุงเทพมหานคร

พระพุทธรูปหยกใหญ่ที่สุดในโลก

สำหรับความเป็นมาของก้อนหยกก่อนกลายเป็นพระพุทธปฏิมากรชื่อดังประจำวัดธรรมมงคล เรื่องราวทั้งหมดเริ่มจาก พระญาณวิริยาจารย์เจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล (บางตอนขอเรียก “พระอาจารย์”) เป็นพระเถระผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ ท่านนั่งสมาธิแล้วได้เห็นนิมิตถึงองค์พระพุทธรูปในหยกสีเขียวก้อนใหญ่ แต่ไม่ทราบว่าอยู่หนแห่งใด ทราบเพียงเป็นสถานที่ไกลแสนไกล แลเห็นบริเวณโดยรอบเป็นภูเขาสูงปกคลุมด้วยหิมะและหมอก

กระทั่ง พ.ศ. 2530 พระญาณวิริยาจารย์ได้พบกับลูกศิษย์ผู้หนึ่ง ที่เข้ามานมัสการเยี่ยม คือ ประเสริฐ อุทกภาชน์ซึ่งมีโอกาสไปทำมาหากินอยู่ไกลถึงประเทศแคนาดา วันนั้นประเสริฐสวมแหวนหยกเม็ดใหญ่ที่นิ้วมาด้วย พระอาจารย์จึงได้ทราบจากลูกศิษย์ผู้นี้ว่า ที่แคนาดามีเหมืองหยกมากมาย เครื่องประดับและของชำร่วยจากหยกจึงพบเห็นได้ทั่วไป มีขายอยู่ดาษดื่น และเป็นที่มาของแหวนหยกวงนั้นด้วย

ทราบดังนั้น พระญาณวิริยาจารย์จึงให้ประเสริฐพาไปตามหาก้อนหยกในนิมิตตามเหมืองต่าง ๆ ในแคนาดา แต่หาอยู่หลายเหมืองก็ไม่พบ ทำได้เพียงฝากความกำชับกับนายเหมืองว่า หากมีการค้นพบหยกก้อนใหญ่ขอให้แจ้งด้วย

เมื่อล่วงเข้าสู่เดือนสิงหาคม ปี 2534 พระญาณวิริยาจารย์เกิดนิมิตซ้ำอีก วันถัดมา ประเสริฐส่งข่าวจากแคนาดาว่า นายเคิร์ต (Kert) เจ้าของเหมืองรายหนึ่งรับหยกก้อนใหญ่ หนักถึง 32 ตัน มีเส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 2.2 เมตร มาจากเหมืองทองคำอีกแห่ง ส่งข่าวมาขอให้ท่านเดินทางไปพิจารณาตรวจดูด้วยตนเอง พระอาจารย์จึงเดินทางไปยังแคนาดาอีกครั้ง เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2534 หลังออกพรรษา

ณ เมืองแวนคูเวอร์ รัฐบริติชโคลัมเบีย กล่าวได้ว่า หยกเขียวดังกล่าวถูกค้นพบในสภาพแวดล้อมสุดตระการตา ที่ทะเลสาบดีพเลค (Deep Lake) มีเทือกเขาคิงเมาน์เทน (King Mountain) โอบล้อมทะเลสาบอยู่ เป็นที่ตั้งของเหมืองทองคำบริษัท ดี.เจ. ดรินลิ่ง (D.J. Drinling Company) จากใจกลางเหมืองทองคำ ซึ่งไม่มีหยกก้อนอื่น ๆ อีกเลย และเหมืองทองคำแห่งนี้ก็อยู่ห่างจากเหมืองหยกที่ใกล้ที่สุดกว่าร้อยกิโลเมตร

พระญาณวิริยาจารย์เช่าเครื่องบินน้ำและเฮลิคอปเตอร์จากตัวเมืองไปยังที่ตั้งของหยก ทันทีที่ได้เห็นก็ตระหนักในจิตว่า “ใช่แน่” ท่านได้พบแล้ว บังเกิดความปลื้มปิติและคลายความเหนื่อยล้าหลังดั้นด้นตามหามาแรมปี อักษรสีแดงบนก้อนหยกระบุว่า “Paking China”คือหลักฐานที่บ่งชี้ว่า หากพระอาจารย์ไม่มาดูด้วยตา หรือตกลงซื้อ-ขายด้วยตนเอง หยกก้อนนี้คงเดินทางไปยังประเทศจีนเป็นแน่แท้

นายเคิร์ตเล่าว่า เขาซื้อหยกก้อนนี้ต่อจากนายจอห์น สกัสเลอร์ (John Sgusler) เจ้าของเหมืองทอง พระอาจารย์จึงขอให้พาไปพบชายผู้นั้น นายจอห์นได้พบท่านและพาไปดูแหล่งที่ขุดพบก้อนหยกอีกที ทำให้พระอาจารย์ได้ทราบข้อมูลว่าเหมืองแห่งนี้ทำการขุดเจาะมากว่า 18 ปีแล้ว

จนเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2534 คนงานที่ใช้แม็คโครขุดดินเพื่อนำมาร่อนทองบริเวณลำธารได้พบก้อนหยกโดยบังเอิญ แรกทีเดียวพวกเขาเข้าใจว่าเป็นหินทั่วไป แต่ตักเท่าไรก็ไม่ขึ้น (แม็คโครยกได้ไม่เกิน 5 ตัน) จึงต้องเจาะก้อนหยกนั้นเพื่อใช้สลิงผูกลากจูงและเพื่อตรวจดูภายในแก่นว่ามีแร่ทองอยู่หรือไม่

การเจาะก้อนหยกทำให้ทราบว่านี่คือหยกเนื้อดีและสมบูรณ์อย่างมาก

รูที่เกิดจากเจาะยังกลายเป็นรูตรงพระกิจฉะ (รักแร้) ของพระหยกในภายหลังแบบพอเหมาะพอดีด้วย

หยกก้อนนี้มาถึงไทยเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ปี 2535 ถูกนำมาไว้ที่วัดธรรมมงคล พระญาณวิริยาจารย์เฟ้นหาช่างผู้มาจัดการตัดหยกยักษ์อยู่พักใหญ่ และได้รับความช่วยเหลือจากอาจารย์วระ อิษวาสจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ก่อนจะได้ประติมากรจากเมืองคาคาร่า ประเทศอิตาลี คือ นายซีซี สมาอิล (Zizi Smail) และนายเปาโล เวียกจิ (Paolo Viaggi) มารับหน้าที่ตัดและสลักเสลาพระพุทธรูปหยกตามที่พระอาจารย์เคยนิมิตเห็นมาแต่อดีต

งานตัดหยกเป็นภารกิจที่สร้างความยากลำบากแก่นายช่างใหญ่ทั้งคู่ไม่น้อย เพราะต้องรีดเค้นทักษะความสามารถแทบทั้งหมดมาจัดการกับหยก เมื่อเทียบกับเพชร วัตถุธาตุที่ถูกยกย่องว่ามีความแข็งแกร่งที่สุดในโลกแล้ว หากเพชรแข็งระดับ 10 เต็ม 10 หยกจะอยู่ในระดับ 7 เต็ม 10 ซึ่งถือว่าเป็นงาน “มหาโหด” สำหรับประติมากรผู้ต้องการสร้างพุทธปฏิมาที่มีความงดงามอย่างทรงคุณค่าน่าเลื่อมใส

ในที่สุด “พระหยก” ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกก็เสร็จสมบูรณ์ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ สูง 2.20 เมตร หน้าตักกว้าง 1.66 เมตร โดยชื่อ “พระพุทธมงคลธรรมศรีไทย” นั้น ได้รับพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : เนื้อหานี้เก็บความส่วนหนึ่งจาก“พระพุทธรูปหยก ใหญ่ที่สุดในโลก” เขียนโดยคึกเดช กันตามระ ในศิลปวัฒนธรรมฉบับธันวาคม 2535

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 19 มิถุนายน 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นิมิตอัศจรรย์ “หยก” ใหญ่ที่สุดในโลกจากแคนาดา สู่พระพุทธรูปหยกวัดธรรมมงคลฯ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...