โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กองหุ้นเวียดนามพ้นจุดแย่ ผลตอบแทน Q1 พลิกบวก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 มิ.ย. 2566 เวลา 04.54 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2566 เวลา 04.49 น.

กองทุนหุ้นเวียดนามให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ ในปี 2565 ที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลเวียดนามมีการออกมาตรการปราบปรามการปั่นหุ้น และ anticorruption ส่งผลเป็นวงกว้างต่อตลาดหุ้นเวียดนามในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์และธนาคารพาณิชย์

รวมถึงความกังวลจากเรื่องของภาวะเศรษฐกิจถดถอย ที่เข้ามาผสมทำให้บรรยากาศการลงทุนค่อนข้างแย่

ผลตอบแทนเริ่มฟื้น

ข้อมูลจากบริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) พบว่า กองทุนหุ้นเวียดนามมีทิศทางของการปรับตัวลงตลอดทั้งปี 2565 จึงเป็นหนึ่งในกลุ่มกองทุนที่มีผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบมากที่สุดในรอบปี 2565 ที่ -32.9% แต่แม้ว่าจะเป็นกองทุนที่มีผลตอบแทนติดลบมากที่สุดในปีที่ผ่านมา

แต่อย่างไรก็ดี นักลงทุนไทยยังคงแสดงความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในเวียดนาม จากการเป็นกลุ่มกองทุนที่มีเงินไหลเข้าสุทธิสูงสุดของปีด้วยมูลค่า 2.2 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2566 ที่ผ่านมา กองทุนหุ้นเวียดนามมีเงินไหลเข้าสุทธิอยู่ที่ 2,134 ล้านบาท ติดอันดับ 1 ใน 5 ของกลุ่มกองทุนต่างประเทศที่มีเงินไหลเข้าสุทธิมากที่สุด โดยมีผลตอบแทนบวกขึ้นมา ตั้งแต่ไตรมาสแรกถึงปัจจุบัน (YTD) ผลตอบแทนกองทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 3.5% (ณ วันที่ 31 พ.ค. 2566)

สำหรับกองทุนหุ้นเวียดนามที่มีผลตอบแทนสูงสุด นำโดย กองทุน DAOL-VIETGROWTH จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ดาโอ ผลตอบแทนอยู่ที่ 7.99% ตามด้วยกองทุน B-VIETNAMRMF กองทุน B-VIETNAM จาก บลจ.บัวหลวง ผลตอบแทนอยู่ที่ 7.79%

และ 6.57% ตามลำดับ ต่อมาเป็นกองทุน TVIETNAM จาก บลจ.ทิสโก้ มีผลตอบแทนอยู่ที่ 6.51% และกองทุน PRINCIPAL VNEQ-X จาก บลจ.พรินซิเพิล ผลตอบแทน 6.25% (ดูตาราง)

ตาราง กองทุนหุ้นเวียดนาม

ระยะสั้นยังมีความเสี่ยง

“พจน์ หะริณสุต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด (ONEAM) กล่าวว่า การลงทุนในเวียดนามปีนี้มองว่ายังมีปัจจัยที่ยังน่ากังวล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสินเชื่อ เรื่องของภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงเรื่องของเศรษฐกิจในระยะสั้น

ดังนั้น มุมมองการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม สำหรับปีนี้ให้เป็นแบบ neutral หรือคงน้ำหนักการลงทุน จึงอาจจะไม่ได้แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักในการลงทุนเวียดนามมากนัก แต่ในระยะยาวแน่นอนว่าตลาดหุ้นเวียดนามก็เป็นอีกตลาดที่น่าสนใจ เพราะยังมีการเติบโตอีกมากในอนาคต แต่ระยะสั้น อย่างที่บอกยังมีความเสี่ยงที่ต้องจับตาดู

“ปีนี้จะเห็นว่าความสนใจของนักลงทุนเปลี่ยนไปให้ความสนใจตลาดหุ้นในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ คือ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น, ตลาดหุ้นจีน, ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ และตลาดหุ้นไต้หวัน ซึ่งกลายเป็นตลาดหุ้นฝั่งเอเชียในปีนี้ที่เราแนะนำลงทุนมากกว่าตลาดหุ้นเวียดนามและตลาดหุ้นไทย”

โอกาสลงทุนระยะยาว

“วโรฤทธิ์ จีระชน” Executive Director กลุ่มวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) กล่าวว่า หากมองในระยะกลางถึงยาว ยังคงมีมุมมองเป็นบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม โดยมองปัจจัยบวกจาก 1.เวียดนามเป็นประเทศที่ยังด้อยพัฒนา แต่ที่มีอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (GDP growth) ค่อนข้างสูง 5-7% ต่อปี โดยปีนี้ก็คาดว่า GDP จะอยู่ที่ประมาณ 6% และปี 2567 อยู่ที่ 7%

และ 2.โครงสร้างประชากรที่มีอายุเฉลี่ยค่อนข้างต่ำ ทำให้โครงสร้างรายได้ยังเติบโตได้ ซึ่งเมื่อคนมีรายได้ดีก็ทำให้เรื่องของการบริโภคในประเทศดีไปด้วย

“แต่ถ้ามองระยะสั้นอย่างในปีนี้ หากดูจากราคาหุ้นเวียดนามปีที่แล้วค่อนข้างแย่มาก ติดลบลง มาประมาณ 40% ถ้าเทียบกับตลาดหุ้นทั่วโลกถือว่าเป็นตลาดหุ้นที่ทำผลงานได้แย่ที่สุด แต่ปีนี้ก็เริ่มเห็นการฟื้นตัวของตลาดขึ้นมาบ้าง เพราะตลาดรับข่าวลบไปมากแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ยังไม่ฟื้นตัวขึ้นอย่างเต็มที่ก็มีปัจจัยกดดันมาจากความกังวลเกี่ยวกับการผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้

ซึ่งก็พัวพันกับภาคอสังหาริมทรัพย์ และภาพของเศรษฐกิจชะลอตัว ที่อาจทำให้เวียดนามซึ่งเป็นประเทศที่มีการส่งออกเป็นหลัก ก็ได้รับผลกระทบเพราะส่งออกได้น้อยลง ฉะนั้นปัจจัยกดดันต่าง ๆ ก็คงต้องรอเวลาที่จะคลายปม”

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกก็ยังมีในปีนี้ เช่น รัฐบาลเวียดนามมีแนวโน้มที่จะออกนโยบายการลงทุนภาครัฐ (public investment) ซึ่งเป็นการลงทุนในโครงสร้างขั้นพื้นฐาน ที่จะช่วยกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจ และ 2.การออกกฎหมายด้านการปฏิรูปที่ดินใหม่

เพื่อที่จะเเก้ปัญหาด้านการปลูกสร้างอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ซึ่งหุ้นที่ปรับลงมาก่อนหน้านี้ส่วนหนึ่งก็มาจากความไม่เรียบร้อยของเรื่องนี้ ซึ่งถ้าประเด็นนี้มีทิศทางที่ดีขึ้น บรรยากาศการลงทุน (sentiment) ก็น่าจะดีขึ้นได้

“ระยะสั้นความกังวลยังมี แต่ระยะยาวลงทุนได้ โดยเชื่อว่าโอกาสในการลงทุนเป็นของคนที่กล้าลงทุนในวันที่มีมรสุม วันที่เจอความเสี่ยงและความไม่แน่นอน ดังนั้น ในตอนนี้ถ้านักลงทุนเชื่อว่าอนาคตเวียดนามจะฟื้นตัวกลับมาได้ดี ก็เป็นจุดที่ดีที่จะทยอยเข้าซื้อสะสม” วโรฤทธิ์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...