หยก โพสต์ จาก 51 วันถูกขังในคุก สู่ 51 วันถูกใส่ร้ายด้วยเฟคนิวส์
หยก โพสต์ จาก 51 วันถูกขังในคุก สู่ 51 วันถูกใส่ร้ายด้วยเฟคนิวส์
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม น.ส.ธนลภย์ หรือ หยก นักเคลื่อนไหวทางการเมือง อายุ 15 ปี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “จาก 51 วันของการถูกกักขังอยู่ในคุก มาสู่ 51 วันของการถูกใส่ร้ายป้ายสีด้วยเฟคนิวส์
นับถึงวันที่ 8 กรกฎาคม 2566 เราออกมาอยู่ข้างนอกได้ 51 วันแล้ว
เป็น 51 วันที่เราถูกใส่ร้ายป้ายสี มีสำนักข่าวปล่อยข่าวเรา ปล่อยข่าวแม่ พ่อ พี่ที่เป็นผู้ปกครองด้วยเรื่องต่างๆ นานา มีคนที่ไม่ใช่แม่จริงและคนที่ไม่รู้ความจริงออกมาเขียนว่ากล่าวตักเตือนด่าทอมากมาย
มีคนที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่า แก่กว่า รู้ดีกว่ามากมายเข้ามาทั้งตักเตือนต่อว่า บอกให้เราล้มเลิกทำในสิ่งที่เราตั้งใจจะไปทำ ทุกคนมีความรู้และความเห็นมากมาย คิดว่าตัวเองถูก คิดว่ารู้ดีกว่าเรา
มีคนกล่าวหาว่าเรากระทำการละเมิดสิทธิของเพื่อนในโรงเรียน ถ่ายรูป ไลฟ์วิดีโอในโรงเรียน กรรมการสิทธิมาถามเราว่าเราทำจริงหรือเปล่า เราบอกว่าเราไม่ได้ทำ เราไม่รู้ว่ากสม.รู้เรื่องนี้จากไหน และใครในโรงเรียนบอกข่าวนี้ เราไม่รู้ว่าใครบอกข่าวเราและใครเชื่อ
ข่าวจากที่ต่างๆ มาถึงเราคือเราเป็นเด็กชั่วร้าย เราก้าวร้าว พ่อแม่เราไม่ดี เราและทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเราสมควรได้รับแต่เรื่องไม่ดีในชีวิต ข่าวบางเจ้า คนดังที่สังคมนับหน้าถือตาหลายคนเขียนถึงเราเหมือนกับเราไปทำความชั่วร้ายอะไรให้เขา
ระหว่างที่เสียงก่นด่าเฟคนิวส์ดังอยู่เรื่อยๆ คนที่เงียบที่สุดคือโรงเรียน และผู้ใหญ่ในตำแหน่งหลายๆ คนที่พยายามติดต่อเข้ามาเบื้องหลัง และบอกเราว่าให้เราปรับปรุงตัว ให้เราใช้วิธีอื่น ให้เราไม่ทำอย่างที่เราทำอยู่
ผู้ใหญ่พวกนี้เขาบอกเราให้หยุด และหลายครั้งบอกว่าเขาทำอะไรไม่ได้ เขาจะเป็นตัวกลาง แต่เขาไม่เคยออกมาแสดงความคิดเห็น ไม่เคยทำอะไรเพื่อแก้ปัญหา
คนพวกนี้กับโรงเรียนเงียบที่สุด
51 วันในคุกและนอกคุก
คุกบ้านปรานีคือคุกทางร่างกาย ในขณะที่ข้างนอกนั้น สังคมไทยคือคุกที่กักขังความคิด
มีคนบอกให้เรารอ แต่เราสงสัยว่าผู้ใหญ่กี่ร้อยคนแล้วที่บอกให้เด็กรอ เรื่องหลอกลวงว่าให้รอมันมีคนพูดและทำซ้ำมากี่ครั้งแล้ว และเรื่องการรอมันคร่าโอกาสและทำลายชีวิตของเด็กมากี่คนแล้ว มันมีอะไรบ้างที่หากไม่ร้องขอและต่อสู้จะได้มาง่ายๆ โลกของผู้ใหญ่เชื่อถือได้แค่ไหน
ถ้าสิ่งที่ผู้ใหญ่คิดว่าทำมามันถูกและดีแล้ว ประเทศไทยในตอนนี้ก็ต้องดีมาก
เราไม่เชื่อและจะสู้ต่อไป แม้ว่าเรื่องนี้จะทำให้สุดท้าย แม้สิทธิในการศึกษา โรงเรียนก็ยึดไปจากเรา”