ผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่
คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : อิศรินทร์ หนูเมือง
รักจะเป็นใหญ่ ต้องไม่หน่ายเล่ห์กล เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทุกวงการที่มีการแข่งขัน
สัปดาห์ที่ผ่านมา มีโอกาสเข้า “วังบางขุนพรหม” ชมบารมีองค์เจ้าของวัง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ในรัชกาลที่ 5 ที่ประสูติแต่สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี
ชาววังบางขุนพรหมแห่งนี้ รัชกาลที่ 7 ทรงล้อเลียนว่า เป็นพวก “บางขุนพรหมยูนิเวอร์ซิตี้” ด้วยเพราะทั้งองค์เจ้าของวัง พระมารดา และพระญาติที่ชิดเชื้อในสายสกุล ล้วนเป็น “ปัญญาชน” นิยมการถกแถลง-โต้แย้ง-วิพากษ์
ผู้นำชมเล่าตอนหนึ่งว่า บุคลิกของคนวังนี้ “ลึกและลับ แต่คนรู้จัก” องค์เจ้าของวังพระชนมายุเท่ากับรัชกาลที่ 6 แต่เมื่อทรงรับราชการ ก็มีประเด็นที่นำเสนอและถกเถียงกันอยู่เสมอ
อาจเป็นไปได้หรือไม่ว่า เพราะวังแห่งนี้เป็นสถานที่ตั้งของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) บุคลิกของอดีตผู้ว่าการหลายคนจึงเป็น “ปัญญาชน” และมักมีข้อถกเถียงในเรื่องใหญ่ ๆ ของบ้านเมือง
ในวังแห่งนี้ มีที่พึ่งทางใจของผู้ว่าการ ธปท. เมื่อมีเรื่องราวทุกข์ใจหรือถูกกดดัน มักจะขึ้นไปสวดมนต์ที่ “หอพระ” หาความสงบ
ผู้ว่าการคนปัจจุบัน ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ เหลือวาระดำรงตำแหน่งอีก 5 เดือน การสรรหาผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ กำลังเริ่มต้นขึ้น
ปัจจัยชี้ขาดในการขึ้นดำรงตำแหน่ง นอกจากความเห็นชอบของคณะกรรมการสรรหาแล้ว ยังต้องมีปัจจัยการเมือง-รัฐบาล ที่จะตัดเชือกว่าจะให้ใครเข้าเส้นชัย เป็นผู้นำแห่งวังบางขุนพรหม
แคนดิเดตที่เห็นเปิดหน้า-คาดว่าลงสมัคร อาทิ “ดร.รุ่ง โปษยานนท์ มัลลิกะมาส” กับ “ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” อธิบดีกรมธนารักษ์
ส่วนคนนอกรัฐบาล ที่เคลื่อนตัวเข้าหาสปอตไลต์ อาทิ “ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล” คณะกรรมการธนาคารกรุงเทพ “ดร.สุทธาภา อมรวิวัฒน์” ผู้ก่อตั้งเทคสตาร์ตอัพ “ABACUS Digital”
ขณะที่บางชื่อที่เคยเป็นตัวเต็ง-อยู่ในวงโคจร ธปท.อยู่แล้ว-มีคนเชียร์-มีเชื้อมีแถว ส่งสัญญาณ “ถอนตัว” ออกไปเงียบ ๆ
วันก่อนได้คุยกับ “ว่าที่ผู้สมัคร” คนหนึ่ง เล่าความตั้งใจในการทำ Proposal เพื่อลงชิงตำแหน่งผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่
เขาเล่าว่า อยากมาทำงาน แต่ไม่มีเส้นสาย ไม่มีใครทาบทาม คนที่เขาต้องขออนุญาต มีคนเดียวคือภรรยา
เขารู้ดีว่างานนี้มีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง และยอมรับว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัว หากถูกร้องขอ-และเขายอม ในอนาคตหากเขาได้ตำแหน่ง อาจต้องถูกขอกลับคืน ซึ่งเขาคงลำบากใจ
ประเด็นใหญ่ที่น่าจะอยู่ใน Proposal ของเขาในการเสนอตัวเป็นผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ เรื่องแรก เขาอยากทบทวนบทบาทธนาคารกลางให้เป็นไปตามแนวทางของ อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ คือเป็นหน่วยงานบริการสาธารณะ มีเสถียรภาพ จัดสรรทรัพยากรการเงินไปสู่การพัฒนา
เขาบอกว่า“เข้าใจดีว่า ระบบสำรองของธนาคารพาณิชย์สูง เท่ากับเสถียรภาพสูง แต่ถ้าทุกคนร้องไห้…ก็ไม่มีประโยชน์”
เรื่องที่สอง เขาปรารถนาให้คนแบงก์ชาติปรับวิธีการทำงานร่วมกับคนอื่น-องค์กรอื่น จะทำนโยบาย-มาตรการอะไร ก็ต้องมีการปรึกษาหารือกัน เช่น เรื่องแบงก์ก็ต้องถามคนแบงก์ก่อน…แบงก์ได้ประโยชน์ไม่เป็นไร แต่ประเด็นคือแบงก์เอากำไร ไปทำประโยชน์ให้สังคมต่ออย่างไร สำคัญมากกว่า
“การกำกับกิจการที่ดี ไม่ใช่การผูกขาด” เขาย้ำ
เรื่องที่สาม เปลี่ยนวิธีการทำงานของคนใน ธปท.เอง เพราะถึงที่สุดคน ธปท.ก็คือข้าราชการที่ต้องทำงานกับสาธารณะ ไม่อยากให้คิดว่า ธปท. เป็นที่รวมตัวของ“คนที่เก่งที่สุด รู้ดีที่สุด”
มีอีกเรื่องที่เขาคิดว่า ถ้าได้เป็นผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ เขาจะทำคือ การเปิดเผยผลการลงมติ ในคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เขาบอกว่าทุกวันนี้ ถ้าสืบสาวกันก็พอจะรู้ว่า ใครลงมติแบบไหน ถ้าเปิดเผยพร้อมเหตุผลก็จะทำให้สังคมไม่ต้องมีการคาดเดา
ก่อนฤดูฝนหนักปีนี้ คงได้เห็นหน้า ว่าใครจะได้เป็นผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net