ทายาทรุ่นที่ 3 “เอี่ยวไถ่ สุกี้โบราณ” เริ่มจากสุกี้ชาม รถเข็น สู่ร้านใหญ่ 13 สาขาในห้าง
63 ปี "เอี่ยวไถ่ สุกี้โบราณ" สูตรแต้จิ๋วดั้งเดิม จากรุ่นอากงก่อตั้ง สู่ทายาทรุ่นที่ 3 รสชาติยังเหมือนเดิมตั้งแต่วันแรก แตกไลน์เมนูอาหารใหม่ๆ ประยุกต์เข้ากับสูตรดั้งเดิม คงคุณภาพ ความสดใหม่ของอาหาร และรสชาติ ใส่ใจในทุกรายละเอียดพลิกวิกฤตพาธุรกิจขึ้นห้าง ขยายสาขาให้ธุรกิจโตกว่า 13 สาขา พาตัวเองไปสู่ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ
+จุดเริ่มต้น “เอี่ยวไถ่ สุกี้โบราณ” +
คุณแชร์-ณัทชนันท์ อัศวนันต์ธนา ตัวแทนทายาทรุ่นที่ 3 ผู้บริหารร้านอาหาร “เอี่ยวไถ่ สุกี้โบราณ” เปิดเผยว่า ธุรกิจเริ่มต้นมาจากรุ่นอากง "จุ่นเซ็ง แซ่ก๊วย" ตั้งแต่ปี 1960 ร้านเปิดอยู่เยาวราชแถวโรงหนังเฉลิมนคร เป็นร้านรถเข็นขายสุกี้ 5 บาท ต่อมาย้ายมาขายแถวกองปราบ
โดยรุ่นอากงได้มีการพัฒนาสูตรสุกี้ให้มีรสชาติอร่อย เป็นสูตรจีนแต้จิ๋ว โดดเด่นในเรื่องของน้ำจิ้มผสมเต้าหู้ยี้และเต้าเจี้ยว จนได้รับความนิยมจากลูกค้าทุกวัย ผู้ใหญ่ชอบทานสุกกี้ ส่วนลูกๆ ชอบทานปิ้งย่าง
พอกิจการร้านอาหารเอี่ยวไถ่ สุกี้ เริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จึงย้ายมาเปิดสาขาเชิงสะพานปิ่นเกล้า ก่อนจะขยายสาขาแบบ Stand Alone และขยายเข้าไปในห้างสรรพสินค้า เพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ จนกระทั่งมีจำนวน 13 สาขาในปัจจุบัน
การเลือกทำเลเปิดร้านในห้างเน้นย่านคนจีน ย่านธุรกิจ ย่านคนทำงาน แหล่งช็อปปิ้ง แม้ร้านจะไปอยู่ในห้างแต่ยังคงความเป็นเอี่ยวไถ่เหมือนเดิม เปลี่ยนจาก "สุกี้" เป็น "สุกี้โบราณ" เพื่อสื่อให้เห็นถึงสูตรสุกี้แต้จิ๋วดั้งเดิมที่ทำมานานกว่า 60 ปี และสร้างความแตกต่างจากร้านสุกี้อื่นๆ อีกทั้งแตกแบรนด์อีก 3 แบรนด์ คือ เอี่ยวไถ่ สุกี้โบราณ 1960, เอี่ยวไถ่ Suki BBQ และ เอี่ยวไถ่ Express โดยแต่ละร้านจะมีเมนูคล้ายๆ กัน ครอบทั้งสุกี้โบราณ ปิ้งย่าง ตลอดจนเมนูอาหารไทย-จีนต่างๆ
เอกลักษณ์ของร้านเอี่ยวไถ่ สุกี้โบราณทุกสาขา เป็นร้านแนวครอบครัว เข้าถึงกลุ่มลูกค้าตั้งแต่รุ่นพ่อถึงรุ่นลูก ปัจจุบันทุกสาขาเริ่มมีลูกค้าวัยรุ่นมากขึ้น เพราะเป็นกลุ่มที่พ่อแม่พาไปทานตั้งแต่ยังเด็ก พอโตแล้วก็กลับมาทานเหมือนเดิม
พลิกวิกฤติ พาธุรกิจขึ้นห้าง
คุณแชร์ เล่าว่า การระบาดโควิด-19 ส่งกระทบต่อร้านเอี่ยวไถ่ บางสาขาต้องปิดให้บริการ บางสาขายอดขายหน้าร้านกลายเป็นศูนย์ ต้องแบกรับค่าเช่า ค่าแรงพนักงาน จากที่ลูกค้านั่งทานในร้าน 90% พอเกิดโควิด ทางร้านจำเป็นต้องมองหาวิธีจัดการทำเหมือนลูกค้ามานั่งทานในร้าน
ด้วยการเปิดบริการเดลิเวอรี่ พาธุรกิจขึ้นห้างสร้างการรับรู้ไปสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ เดินหน้าขยายสาขาจากเดิมลูกค้ารับรู้ว่าถ้าจะไปกินร้านเอี่ยวไถ่ สุกี้โบราณ ต้องไปที่ฝั่งธนเท่านั้น
ทายาทรุ่นที่ 3 ได้มาช่วยธุรกิจกงสีให้มีระบบทันสมัยมากขึ้น ตั้งแต่การพัฒนาระบบสั่งอาหาร หน้าบ้าน หลังบ้าน แต่ก่อนรับออเดอร์ใช้ปากกาจด เปลี่ยนมาเป็นระบบ POS นำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในร้าน พัฒนาครัวกลาง เพื่อให้ทุกสาขามีมาตรฐานเดียวกัน ปัจจุบันทั้ง 13 สาขา มีกลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่รุ่นพ่อแม่เคยพามากิน
คงสูตรตำรับเหมือนวันแรก
คุณแชร์ เล่าว่า การบริหารจัดการร้านอาหารเอี่ยวไถ่ สุกี้โบราณ ตั้งแต่รุ่นอากง รุ่นพ่อ จนกระทั่งรุ่นลูกซึ่งเป็นรุ่นที่ 3 จะให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพอาหารยังคงเหมือนเดิม รสชาติอร่อยเหมือนเริ่มเปิดร้าน การบริการลูกค้าที่ดี มีการพัฒนาเมนูอาหารใหม่ๆ ให้เข้ากับยุคสมัย มีบริการบุฟเฟ่ต์ แต่ยังคงเมนูอาหารสูตรดั้งเดิมที่อยู่คู่ครัวเอี่ยวไถ่เอาไว้
“การบริหารร้านอาหารเอี่ยวไถ่ ให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพอาหาร รสชาติอร่อย มีความจริงใจกับลูกค้า มีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป บางช่วงขายดี บางช่วงอาจขายไม่ดี ต้องปรับตัวเอง เปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รักษาสูตรต้นตำรับให้เหมือนวันแรก ขยายสาขาให้ธุรกิจเติบโต พาตัวเองไปสู่ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ” คุณแชร์ ทายาทรุ่นที่ 3 กล่าว
เราจะเห็นได้ว่าปัจจัยที่ทำให้ร้านอาหาร “เอี่ยวไถ่ สุกี้โบราณ” ประสบความสำเร็จตั้งแต่รุ่นแรกจนมาถึงทายาทรุ่นที่ 3 อยู่ที่ การรักษาคุณภาพอาหาร การคงรสชาติอาหารให้เหมือนวันแรก การบริการลูกค้าที่ดี การพัฒนาเมนูใหม่ๆ ให้ทันสมัย เสิร์ฟอาหารสดใหม่ มีคุณภาพ สร้างบรรยากาศและประสบการณ์ให้ลูกค้าเข้ามาทานในร้านเหมือนนั่งทานในบ้าน
------------------------------------------
ข้อมูล ณ วันที่ 8 กันยายน 2566
รวมแฟรนไชส์ไทย >660 แบรนด์ - www.ThaiFranchiseCenter.com