โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

แชร์ไอเดียจัดพอร์ตลงทุนปี 2568 เพิ่มผลตอบแทนในช่วง Higher for Longer

The Bangkok Insight

อัพเดต 23 มี.ค. 2568 เวลา 17.27 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. 2568 เวลา 00.22 น. • The Bangkok Insight

แชร์ไอเดียจัดพอร์ตลงทุนปี 2568 เพิ่มผลตอบแทนในช่วง Higher for Longer ชี้กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมคือ กระจายพอร์ต

ปี 2568 นับเป็นปีที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ ท่ามกลางสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูงยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ หรือที่เรียกว่า Higher for Longer ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของเงินทุนและโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ รวมถึงตราสารหนี้ที่ได้รับผลจากสงครามการค้า รวมถึงแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกา ดังนั้น หากวางจัดพอร์ตการลงทุนตราสารหนี้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ย่อมสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดี

จัดพอร์ตลงทุน

วิเคราะห์แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายปี 2568

จากสถานการณ์สงครามการค้าและการตอบโต้ทางภาษีของสหรัฐอเมริกา มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายและเงินเฟ้อ โดยเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) กล่าวว่า เฟดไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งรีบปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา ยังคงมีความแข็งแกร่งและเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟด

นอกจากนี้ ตลาดได้มีมุมมองว่าต่อคำกล่าวของประธานเฟดว่านโยบายการเงินของเฟด ยังคงมีความไม่แน่นอน โดยทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายและเงินเฟ้อ ขึ้นอยู่กับนโยบาย 100 วันแรกของประธานาธิบดี โรนัลด์ ทรัมป์ ว่าจะส่งผลกระทบมากน้อยเพียงใด

ในช่วง 2 - 3 เดือนที่ผ่านมา ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกาไม่ได้ปรับตัวลดลง แต่กลับทรงตัวและเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จึงคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อในครึ่งแรกของปีนี้จะยังคงทรงตัว อย่างไรก็ตาม หากสหรัฐอเมริกา ใช้มาตรการตอบโต้ทางภาษีอย่างจริงจัง นักลงทุนจำเป็นต้องติดตามว่าจะส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อและการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดอย่างใกล้ชิด

สำหรับมุมมองของเฟดอาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายปีนี้ลงสูงสุด 0.5% จำนวน 2 ครั้ง โดยคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนและธันวาคมนี้ ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ คือ นโยบายภาษีของทรัมป์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา

มุมมองของ บลจ.ทิสโก้ ประเมินว่าไตรมาส 1 นี้ เฟดไม่ลดดอกเบี้ยนโยบาย เร็วสุดที่จะเห็นการลดดอกเบี้ย คือ เดือนมิถุนายนนี้ ดังนั้น อัตราดอกเบี้ยนโยบายยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ หรือเรียกว่า Higher for Longer คือ ไม่ปรับลดลงเร็วนัก โดยปัจจุบันดอกเบี้ยสหรัฐอเมริกาอยู่ 4.25 – 4.5% ถึงแม้จะลด 0.5% ดอกเบี้ยก็ยังอยู่ 3.75 – 4.0% ก็ยังอยู่ระดับสูง เมื่อเทียบกับดอกเบี้ยนโยบายประเทศอื่น ๆ

หากมองว่าดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกาจะปรับลดลงช้า สิ่งที่จะเห็น คือ เงินดอลลาร์แข็งค่า โดยปี 2568 ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (Dollar Index) แตะระดับสูงกว่า 100 แสดงว่าดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ ผลที่ตามมา คือ เงินลงทุนจะไหลเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา และเงินลงทุนบางส่วนก็จะไปลงทุนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เพราะเมื่อดอกเบี้ยลดลงช้า ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกายังอยู่ในระดับสูง

จัดพอร์ตลงทุน

ทำไมตลาดตราสารหนี้จึงน่าจับตามองปี 2568

  • อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐอเมริกา ยังคงอยู่ในระดับสูง
  • การคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 0.5% จำนวน 2 ครั้ง
  • ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอายุ 2 ปี อยู่ที่ระดับประมาณ 4.20% อายุ 10 ปี อยู่ที่ประมาณ 4.50%
  • ค่าเงินดอลลาร์ มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้เงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา

โอกาสการลงทุนในตราสารหนี้

สถานการณ์และการคาดการณ์ในปัจจุบัน สามารถสร้างโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนในตราสารหนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยเฉพาะในภาวะ Higher for Longer ส่งผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ เช่น ตราสารหนี้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนที่เลือกถือตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาลอายุสั้น (เช่น 1 – 2 ปี) มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูง ด้วยความเสี่ยงต่ำ

โดยในปีนี้ ผู้จัดการกองทุนที่สามารถไปลงทุนในสหรัฐอเมริกาและต้องการ Exposure ในดอลลาร์สหรัฐ ก็จะลงทุน พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเพราะได้รับผลตอบแทนในระดับที่ดี และสมมติว่าเฟดปรับลดอกเบี้ยนโยบาย ถึงแม้จะส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอายุ 2 ปี ปรับลดลงต่ำกว่า 4.0% และอายุ 10 ปี ก็ปรับลดลงมาอยู่ระดับ 4.5 – 4.25% แต่ก็นับเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่แน่นอนพร้อมความเสี่ยงต่ำ

ปี 2568 จัดพอร์ตลงทุนตราสารหนี้อย่างไร

การจัดพอร์ตการลงทุนแบบสมดุล สำหรับคนทั่วไป (ไม่ดูช่วงอายุ) ปีนี้ ขอแนะนำตราสารหนี้ (สัดส่วน 35%) หุ้น (สัดส่วน 65%) โดยพอร์ตตราสารหนี้แบ่งเป็น 15% ลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ ส่วน 20% ลงทุนตราสารหนี้ไทย (10% เน้นตราสารหนี้ระยะสั้น อีก 10% เน้นตราสารหนี้ระยะกลาง)

จัดพอร์ตลงทุน

สำหรับตราสารหนี้ต่างประเทศ แนะนำพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริการะยะสั้น (ไม่เกิน 2 ปี) เพราะจะได้ผลตอบแทนแน่นอน ประมาณ 4.27% ต่อปี อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนดังกล่าวยังอยู่ในรูปดอลลาร์ หมายความว่ายังไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน และหากหักการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนจะเหลือผลตอบแทนประมาณ 2.0% (ต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน สำหรับการลงทุนในต่างประเทศสกุลดอลลาร์ 1 ปี อยู่ที่ประมาณ 2.25%) หมายความว่าจะได้รับผลตอบแทนที่แท้จริงจากการลงทุนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริการะยะสั้นไม่เกิน 2 ปี ประมาณ 2.0%

โดยนักลงทุนที่ชื่นชอบลงทุนพันธบัตรรัฐบาลต่างประเทศ ส่วนใหญ่รับความเสี่ยงได้สูง (เพราะเป็นการไปลงทุนต่างประเทศ) ไม่กังวลความเสี่ยงด้านเครดิต มีความมั่นใจต่อความแข็งแกร่งเงินดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกันมีมุมมองว่าเศรษฐกิจไทยจะไม่ขยายตัวสูงนักและเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่า สำหรับทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ คือ กองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ข้อดีคือ ลงทุนด้วยเงินจำนวนไม่มากและสามารถลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA) ได้ด้วย

เหตุผลสำคัญที่ควรลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาปี 2568

ระดับผลตอบแทนที่น่าดึงดูด

คาดการณ์ว่าอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะอยู่ในช่วง 4 - 5% ถือเป็นระดับที่ดีเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยช่วงอัตราผลตอบแทนดังกล่าวถือว่าน่าสนใจ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก

ผลตอบแทนที่แท้จริง

คำนวณรวมเงินเฟ้อแล้วก็เป็นบวกเช่นกัน โดยอัตราผลตอบแทนปัจจุบันของพันธบัตรที่ปรับตามอัตราเงินเฟ้อ แสดงให้เห็นว่าผลตอบแทนที่แท้จริงสูงกว่าเงินเฟ้อเป้าหมายของเฟดที่ 2% สถานการณ์นี้ทำให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนที่แท้จริง ส่งผลให้พันธบัตรรัฐบาลเป็นทางเลือกการลงทุนที่ปลอดภัยที่น่าสนใจ

โอกาสในการสร้างรายได้ที่มั่นคง

เมื่อคาดว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ พันธบัตรรัฐบาลสามารถเป็นแหล่งรายได้ที่ไว้วางใจ และอาจให้ผลตอบแทนดีกว่าการถือเงินสดที่ผลตอบแทนค่อนข้างต่ำ

การบริหารความเสี่ยงและการกระจายการลงทุน

พันธบัตรรัฐบาลมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน เมื่อหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ เผชิญกับภาวะถดถอย พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา สามารถช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับพอร์ตการลงทุน โดยราคาพันธบัตรมักปรับตัวสูงขึ้นเมื่อตลาดหุ้นปรับตัวลง จึงช่วยป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดให้กับนักลงทุน ยิ่งไปกว่านั้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการคลังและการเพิ่มขึ้นของการกู้ยืมของรัฐบาล เนื่องจากระดับหนี้ที่สูง พันธบัตรรัฐบาลสามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องป้องกันความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ ในขณะที่ยังให้ผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล

จัดพอร์ตลงทุน

ความต้องการพันธบัตรสหรัฐอเมริกาจากทั่วโลก

ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา และค่าเงินดอลลาร์ยังคงดึงดูดนักลงทุนทั่วโลกให้ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกปรับตัวลดลง ความน่าสนใจของพันธบัตรสหรัฐอเมริกาเมื่อเทียบกับตลาดอื่นก็เพิ่มขึ้น น่าจะช่วยรักษาระดับความต้องการในตลาดให้แข็งแกร่ง ซึ่งความต้องการดังกล่าวยังได้รับประโยชน์จากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และการที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ถูกมองว่าเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำเมื่อเทียบกับทางเลือกอื่น ๆ

หากรับความเสี่ยงได้ต่ำ ทำอย่างไร?

สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงต่ำและไม่ต้องการมีความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน สามารถลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุสั้น ๆ ไม่เกิน 2 ปี ที่ให้ผลตอบแทนประมาณ 2% ต่อปี อยู่ในระดับเดียวกับที่ลงทุนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริการะยะสั้น (หลังจากหักต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน) หรือลงทุนกองทุน Term Fund อายุ 6 เดือน หรือ 1 ปี ปัจจุบันได้ผลตอบแทน 1.8 – 2.0% ต่อปี

สรุป

ในยุคดอกเบี้ย Higher for Longer การลงทุนในตราสารหนี้ยังคงมีโอกาสที่น่าสนใจ โดยเฉพาะนักลงทุนที่ต้องการสร้างรายได้สม่ำเสมอและลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน กลยุทธ์สำคัญคือ การกระจายการลงทุนไปยังตราสารหนี้ที่หลากหลาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมทั้งพิจารณาความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่างรอบคอบ

สิ่งสำคัญที่สุดคือ การมุ่งเน้นความยั่งยืนของพอร์ตการลงทุนมากกว่าการแสวงหาผลตอบแทนสูงสุดในระยะสั้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ความไม่แน่นอนและความผันผวนกลายเป็นเรื่องปกติของตลาดการเงินโลก การจัดพอร์ตการลงทุนอย่างสมดุลและมีการบริหารความเสี่ยงที่ดีจะช่วยให้นักลงทุนสามารถรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ และสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาวได้

โดย สุรชัย พรชัยทิพย์รัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการลงทุน-ตราสารหนี้ บลจ.ทิสโก้ และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...