โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สำรวจ ‘บรรทัดทอง’ ‘นักชิม’ คึกบางจุด ร้านค้าโอด-ค่าเช่าแพง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 มี.ค. 2568 เวลา 11.30 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. 2568 เวลา 00.27 น.

จากโรดแมป “สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ที่มุ่งจัดระเบียบปรับเปลี่ยน “บรรทัดทอง” จากร้านขายอุปกรณ์กีฬาและอะไหล่เซียงกงมาสู่ “Food Destination” ไนต์ไลฟ์สตรีตฟู้ด เทียบเท่าเกาหลี ญี่ปุ่น

โดยมีร้านดังระดับตำนานและร้านมิชลินเป็นแม็กเนตดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ หลายร้านมาใหม่ก็โด่งดังมาจากการรีวิวของโลกโซเชียล

“ประชาชาติธุรกิจ” ลงพื้นที่สำรวจพบว่า ย่านบรรทัดทองคึกคักเป็นบางจุด หลายจุดก็ซบเซา มีหลายร้านก็ประกาศเซ้งร้าน และปิดกิจการ โดยเฉพาะร้านขนาดเล็ก

นายสมพจน์ อุดมจตุพรชัย ผู้จัดการ ร้านเจ้วรรณ น้ำเต้าหู้เจ้าดัง เผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตั้งแต่หลังตรุษจีนที่ผ่านมา ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติมาเดินบรรทัดทองน้อยลง ถ้าสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ถือว่าหนักเรื่องค่าเช่า

ที่ผ่านมาค่าเช่าของผู้เช่าเก่ามีปรับเพิ่มขึ้นบ้าง ส่วนของที่ร้านปรับขึ้นทุกปี ปีละ 2,000 บาทต่อคูหา ซึ่งการขึ้นค่าเช่าระบุในสัญญาตั้งแต่แรกว่าจะปรับขึ้นทุกปี ปีละเท่าไร

“ผู้เช่าใหม่อาจลำบาก เพราะค่าเช่าแพง อย่างรอบ ๆ ร้านเจ้วรรณ มีผู้เช่าใหม่มาแล้วก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ บางร้านเปิดได้เดือนเดียวก็ต้องปิดกิจการ ทั้งที่ลงทุนเป็น 10 ล้านบาท”

นายสมพจน์เสริมว่า ร้านเจ้วรรณ อยู่มาตั้งแต่ปี 2540 เจ้าเก่าอาจลำบากเรื่องต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ส่วนค่าเช่าขึ้นทุกปี ร้านต้องปรับราคาตามเพื่อให้อยู่ได้ แต่เราขึ้นมากไม่ได้ เพราะขนมหวานราคา 50-60 บาท ถ้านักท่องเที่ยวมาไม่เยอะจริง ๆ ก็เหนื่อย เทียบกับปีที่แล้วถือว่า ปีนี้นักท่องเที่ยวเยอะ แต่เพิ่งมาเงียบหลังตรุษจีน

อีกมุมอาจมาจากการปราบจีนเทา หรือมีบางกลุ่มเข้ามาเซ้งร้าน แต่ก็ไม่แน่ใจ ก่อนหน้านี้มีคนจีนจำนวนมากที่นั่งรถแพง ๆ เข้ามากินเที่ยว

ปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่มาย่านนี้จะคนไทยประมาณ 50% คนจีน 40% อีก 10% เป็นชาติอื่น ๆ ส่วนในช่วงเทศกาลคนไทยจะมากกว่า

“ขอแสดงความคิดเห็นต่อเจ้าของพื้นที่ว่าให้คงค่าเช่าไว้หน่อย ผู้ประกอบการใหม่เขาลำบาก ต้องลงทุนค่าเซ้ง ค่าตกแต่ง กว่าจะคืนทุนไม่ใช่เรื่องง่าย เศรษฐกิจไม่ดี ขอให้ช่วยกันสักหน่อย เพื่อให้พื้นที่ปทุมวัน บรรทัดทอง ติดตลาดต่อไป”

นางกนกวรรณ ศรีกมลศิริศักดิ์ หรือ “เจ๊โบว์” ร้านข้าวมันไก่ กล่าวไปในทิศทางเดียวกันกับร้านเจ้วรรณว่า มีแผนปิดกิจการร้านในเร็ว ๆ นี้ เพราะต้องการพักผ่อน ประกอบกับมีคนมาติดต่อเรื่องสิทธิการเช่าพื้นที่พอดี ซึ่งระยะหลังค่าเช่าขยับขึ้นทุกปี

ปัจจุบันค่าเช่าจะเพิ่มขึ้นปีละ 5% สวนทางกับจำนวนคนที่มาเดิน ระยะหลังดูซบเซาลง อาจเป็นเพราะภาพรวมเศรษฐกิจด้วย ช่วงพีกที่คนมาเดินเยอะอยู่ระหว่าง 18.00-21.00 น. สภาพเศรษฐกิจแบบนี้ก็ได้รับผลกระทบเหมือนกันทุกร้าน

“ทำเลตรงกลางของถนนบรรทัดทอง (ช่วงซอยจุฬาฯ 16) ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนร้านหรือผู้เช่ามากนัก เนื่องจากเป็นจุดศูนย์กลาง อย่างที่ร้านก็ย้ายมาอยู่ตรงนี้ราว 10 ปีแล้ว”

ที่สังเกตหลังเทศกาลตรุษจีน จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนลดลง ถ้าเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้ว ปีที่แล้วถือว่าดีกว่า ตอนนี้ก็รอลุ้นช่วงสงกรานต์จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเพิ่มขึ้นหรือไม่

“ภาพรวมซบเซาลง มีปิดไปหลายร้าน ทุกวันนี้มีร้านใหญ่ ๆ เปิดเยอะขึ้น ผู้บริโภคก็มีตัวเลือกเยอะขึ้น อย่างร้านเราก็ต้องทำใจ”

“ก็เข้าใจบรรทัดทองเป็นพื้นที่ใจกลางเมือง กำลังบูม แต่อยากให้พิจารณาเรื่องความเหมาะสมของค่าเช่า ถ้าอยากให้โซนนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ไม่ใช่ว่าขึ้นแต่ค่าเช่าเพราะทำเลดี ร้านค้าก็อาจอยู่ไม่ได้” เจ๊โบว์กล่าว

อย่างไรก็ตาม “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สอบถามไปยังสำนักทรัพย์สิน จุฬาฯ ถึงประเด็นการเรียกร้องขอลดค่าเช่าพื้นที่ของกลุ่มผู้ประกอบการในย่านนี้ ซึ่งอยู่ระหว่างการติดต่อกลับ

แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการรายเล็กในย่านบรรทัดทองเปิดเผยว่า สํานักทรัพย์สินจุฬาฯ ให้ทำสัญญาเช่าปีต่อปี ไม่เหมือนสมัยก่อนที่เป็นสัญญาเช่าระยะยาว และในสัญญาจะระบุขึ้นค่าเช่าทุกปี ปีละ 5%

“เมื่อค่าเช่าได้ปรับขึ้นทุกปี แต่ลูกค้ากลับน้อยลง ผลกระทบแบบนี้ไม่มีในสัญญา จึงขอความเห็นใจจากสํานักทรัพย์สินจุฬาฯ เราอยู่ตรงนี้มานาน บรรทัดทองบูมขึ้นมาได้เพราะทุกฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง”

“ก่อนหน้านี้มีร้านคนจีนอยู่หลายร้าน แต่ก็เริ่มถอยออกไป ไม่ทราบเป็นเพราะอะไร แต่ร้านส่วนใหญ่เริ่มอยู่ยาก เพราะต้นทุนขยับขึ้น ราคาอาหารก็ต้องสูงตามเป็นไฟต์บังคับ”

อย่างการจัดกิจกรรมตลาดนัดที่จุฬาฯ ซอย 5 คนก็เข้าไปเดินตรงนั้น จุดอื่นก็เงียบลง มีทั้งข้อดี ข้อเสีย จุฬาฯมองว่าเป็นการดึงคนเข้ามา แต่ข้อเสียคือดึงคนจากตรงนี้ไปแทน

ถ้ามองในแง่ของจุฬาฯ อาจทำถูกในฐานะนักพัฒนาพื้นที่ แต่ถ้ามองในฐานะผู้ประกอบการ ระยะยาวก็อยู่ยาก

“เพราะในพื้นที่ไม่มีอะไรหลากหลาย ไม่มีธนาคาร ไม่มีร้านตัดผม ร้านทำเล็บ มีแต่ร้านอาหาร แล้วความยั่งยืนอยู่ตรงไหน”

ล่าสุด “บัวลอยปริญญา ลาวาไส้ทะลัก” ที่อยู่ย่านนี้มานานกว่า 8 ปี ประกาศในโซเชียลมีเดียจะเปิดให้บริการวันที่ 24 มีนาคม 2568 เป็นวันสุดท้าย และจะย้ายร้านไปรวมกับ “สเต๊กอาม่า” บริเวณแยกจุฬาฯ ซอย 12 ซึ่งอยู่ห่างจากร้านเดิม 12 ห้อง ในเดือนเมษายนนี้

โดยระบุเหตุผล เนื่องจากค่าเช่าที่สูงขึ้นมาก (จาก 30,000 เป็น 110,000 บาท/เดือน) และค่าวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ขึ้นจากเดิมกว่า 2 เท่า)

“เราจึงไม่อยากขึ้นราคามากกว่านี้ แต่เราสู้ค่าเช่าไม่ไหวจริง ๆ ขอบพระคุณทุกท่านที่อุดหนุนและสนับสนุนเราอย่างต่อเนื่อง เจอกันเดือนเมษายนนี้ ที่ร้านสเต๊กอาม่า (จำหน่ายในราคาเดิม) ส่วนสาขาอื่น ๆ ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ”

“ก่อนจะย้ายไปรวมกับสเต๊กอาม่า เราอยู่ตรงนี้ 8 ปีแล้วก็รู้สึกใจหายมาก ๆ แต่ก็ยังขายอยู่ในย่านบรรทัดทอง”

“โพสต์เก่าขอลบนะคะ เนื่องจากมีหลายท่านเข้าใจผิดในหลาย ๆ ประเด็น เราแค่อยากชี้แจงว่า ที่เราอยู่ไม่ไหวเพราะอะไร ไม่ได้มีเจตนากล่าวหาใคร หากทำให้หลายท่านเข้าใจผิด ต้องกราบขออภัย ร้านใหม่จะเปิดในเดือนหน้า ส่วนสาขาอื่นเปิดตามปกติ”

ภาพ : เจตน์สฤษฎิ์ ชยธาดาธนะสกุล

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สำรวจ ‘บรรทัดทอง’ ‘นักชิม’ คึกบางจุด ร้านค้าโอด-ค่าเช่าแพง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...