โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แต่ละประเทศใช้ระบบแจ้งเตือนแผ่นดินไหวแบบใด

Reporter Journey

อัพเดต 31 มี.ค. 2568 เวลา 14.40 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2568 เวลา 07.39 น. • Reporter Journey

SMS แจ้งเตือนภัยพิบัติ แน่นอนว่ามันไม่ใช่แค่ช่วยลดความเสี่ยงของอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันช่วยลดความมโนของคนเราที่คิดว่ากำลังหน้ามืด กำลังวูบได้ เพราะเมื่อพื้นดินเริ่มสั่นระบบจะส่งการแจ้งเตือนเข้ามาในมือถือทันทีว่า กำลังเกิดแผ่นดินไหวนะ ให้รีบปฏิบัติตัวตามขั้นตอนเพื่อเอาตัวรอดจากแผ่นดินไหวอยากถูกวิธีโดยเร็วที่สุด

โดยระบบแจ้งเตือนแผ่นดินไหวที่ใช้กันทั่วโลกมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีและความพร้อมของแต่ละประเทศ แต่โดยทั่วไปแล้วระบบเหล่านี้อาศัยหลักการตรวจจับคลื่นไหวสะเทือน (Seismic Waves) และแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ประชาชนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมตัวก่อนที่คลื่นแรงสั่นสะเทือนหลักจะมาถึง เพราะแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นนั้นมีระดับความลึกที่แตกต่างกัน รวมทั้งถ้าเกิดไกลจากจุดของเมืองใหญ่หรือพื้นที่ที่มีผู้คนอาศัยอยู่อย่างหน้าแน่น คลื่นสั่นสะเทือนจะต้องใช้เวลาเดินทางตั้งแต่หลักวินาทีจนถึงหลักนาทีด้วยระยะทางหลายร้อยหลายพันกิโลเมตรกว่าจะมาถึงตัวเมือง ระหว่างนั้นระบบจะสามารถตรวจจับคลื่นสั่นสะเทือนได้และส่งการแจ้งเตือนเข้ามือถืออย่างรวดเร็วก่อนที่แรงสั่นสะเทือนจะมาถึง

ประเทศใดใช้ระบบแจ้งเตือนแผ่นดินไหวแบบใดบ้าง?

สหรัฐอเมริกา

สหรัฐอเมริกา "ShakeAlert" : ระบบนี้ใช้เซ็นเซอร์ของกรมสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา United States Geological Survey หรือ (USGS) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีรอยเลื่อนขนาดใหญ่ หรือมีประวัติการเกิดแผ่นดินไหวตลอดเวลา เช่น รัฐแคลิฟอร์เนีย โอเรกอน และวอชิงตัน

โดยระบบจะแจ้งเตือนผ่านมือถือ ระบบกระจายเสียงฉุกเฉิน (EAS) แอปพลิเคชัน และระบบอัตโนมัติต่างๆ เช่น เมื่อเกิดแผ่นดินไหวการให้บริการรถไฟฟ้าจะหยุดวิ่งอัตโนมัติทันทีเป็นต้น

ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่น "J-Alert" และ "Earthquake Early Warning (EEW)" : ระบบนี้ใช้โดยเช็นเชอร์และข้อมูลจาก สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น Japan Meteorological Agency (JMA) ซึ่งระบบของญี่ปุ่นนับว่ามีความแม่นยำสูงที่สุดในโลก สามารถส่งการแจ้งเตือนแผ่นดินไหว รวมทั้งภัยพิบัติอื่นๆ ได้ล่วงหน้า และยังเชื่อมต่อกับระบบการสื่อสารโทรคมนาคมพื้นฐานทั้งหมดในประเทศไม่ว่าจะเป็น การแจ้งเตือนฉุกเฉินผ่านโทรศัพท์มือถือ การขึ้นกราฟิกหน้าจอบนโทรทัศน์ในรายการทีวีทันที การแจ้งเตือนผ่านวิทยุ และระบบอินเทอร์เน็ตของหน่วยงานท้องถิ่น ซึ่งญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เผชิญกับภัยพิบัติทุกรูปแบบและยังเกิดขึ้นบ่อยมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก ทั้งแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นแต่ละปีนับพันครั้งทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก รวมทั้งพายุใต้ฝุ่น หรือแม้แต่การเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ทำให้ทั้ง J-Alert และ EEW เป็นระบบการแจ้งเตือนภัยพิบัติที่นับว่าดีที่สุดในโลกอีกด้วย

นอกจากนี้ระบบยังสามารถสั่งหยุดเดินรถไฟรวมทั้งรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นได้ทันที รวมทั้งยังสั่งตัดระบบกั้นแก๊สอัตโนมัติในพื้นที่เสี่ยงได้อีกด้วย

เกาหลีใต้

เกาหลีใต้ : มีระบบเตือนภัยจากภัยพิบัติที่หลากหลาย ครอบคลุม และเฉพาะเจาะจงมากโดยอาศัยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจนในการเผยแพร่ข้อมูลสำคัญ ทั้งระบบ Earthquake Early Warning System (EEW) ดำเนินการโดย สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลี Korea Meteorological Administration (KMA) เริ่มใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2558 มีเป้าหมายเพื่อลดความเสียหายจากแผ่นดินไหวและสึนามิ ตรวจจับคลื่น P (คลื่นปฐมภูมิ) ที่เร็วกว่าและสร้างความเสียหายน้อยกว่า โดยใช้เครือข่ายเครื่องวัดแผ่นดินไหวประมาณ 150 สถานีทั่วประเทศ วิเคราะห์ข้อมูลโดยอัตโนมัติเพื่อคาดการณ์พื้นที่ศูนย์กลางและความรุนแรงของแผ่นดินไหว ส่งการแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานจัดการเหตุฉุกเฉินระดับชาติ สื่อ และหน่วยงานท้องถิ่นอย่างรวดเร็ว หากคาดการณ์ว่าแผ่นดินไหวจะมีความรุนแรงมากกว่า 5.0 แมกนิจูด จะมีการออกประกาศเตือนภัย EEW สู่สาธารณะผ่านโทรทัศน์และวิทยุ KMA มีแผนที่จะออกประกาศเตือนภัย EEW ได้ภายใน 5-10 วินาที ภายในปี 2564 ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือยังใช้ระบบ Cell Broadcast เพื่อส่งข้อความ SMS แจ้งเตือน EEW มีการพัฒนาเทคนิคต่างๆ เช่น ElarmS-2 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำของระบบ

ระบบเตือนภัยสึนามิ (Tsunami Warning System) : ดำเนินการโดย KMA เช่นกัน จะออกคำเตือนภายในไม่กี่นาทีหลังจากตรวจพบแผ่นดินไหวที่มีโอกาสก่อให้เกิดสึนามิ โดยเฉพาะแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในทะเลที่มีกลไกการเกิดในแนวตั้ง ศูนย์แผ่นดินไหวและภูเขาไฟแห่งชาติ National Earthquake and Volcano Center (NEVC) ของ KMA มีหน้าที่ออกคำแนะนำหรือคำเตือนสึนามิ โดยอิงจากข้อมูลเบื้องต้นของจุดศูนย์กลางและความรุนแรงของแผ่นดินไหว NEVC เผยแพร่ข้อมูลสึนามิ รวมถึงข้อมูลแผ่นดินไหว เวลาที่คาดว่าจะมาถึง และความสูงของสึนามิตามแนวชายฝั่ง ผ่าน SMS, MMS, แฟกซ์, อีเมล และข้อความคอมพิวเตอร์ ไปยังหน่วยงานจัดการเหตุฉุกเฉิน สื่อ และหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อยืนยันการเกิดสึนามิ NEVC วิเคราะห์ข้อมูลระดับน้ำทะเลจากสถานีตรวจวัด 46 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งดำเนินการโดย สำนักงานอุทกศาสตร์และสมุทรศาสตร์เกาหลี Korea Hydrographic and Oceanographic Administration (KHOA) มีการใช้ฐานข้อมูลสถานการณ์สึนามิ (Tsunami Scenario DB) เพื่อช่วยในการออกคำเตือนที่รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้นหลังเกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเล

ระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติทางโทรศัพท์มือถือ (CBS Mobile-Phone Disaster Notification Message Broadcasting System) : เป็นระบบที่ใช้ในการส่งข้อความแจ้งเตือนภัยพิบัติไปยังผู้ใช้โทรศัพท์มือถือจำนวนมาก ครอบคลุมผู้ใช้งานหลายสิบล้านคน สามารถส่งข้อความเกี่ยวกับการเกิดฝนตกหนัก ไต้ฝุ่น น้ำท่วม และภัยพิบัติอื่นๆ

ระบบแจ้งเตือนด้วยเสียงและข้อความอัตโนมัติ (Automatic Verbal (Text) Notification System) : ใช้ในการแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่รัฐ หัวหน้าหน่วยงาน และประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ประมาณ 550,000 คน ผ่านโทรศัพท์พื้นฐานและโทรศัพท์มือถือ

ระบบเตือนภัยฝนตกอัตโนมัติ (Automatic Rainfall Warning System) : ติดตั้งสถานีตรวจวัดน้ำฝนทั่วประเทศ เมื่อตรวจพบปริมาณน้ำฝนเกินเกณฑ์ที่กำหนด จะทำการแจ้งเตือนด้วยเสียงและข้อความในพื้นที่เสี่ยงภัย เช่น หุบเขา แม่น้ำ สถานที่ท่องเที่ยว

เม็กซิโก

เม็กซิโก "ShakeMap" และ "Mexican Seismic Alert System (SASMEX)" : สำหรับเม็กซิโกเป็นประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกทั้งเมืองหลวงอย่างกรุงเม็กซิโก ซิตี้ที่มีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 20 ล้านคนยังตั้งอยู่ไม่ห่างจากรอยเลื่อนมีพลังมากและอันตรายที่สุด และมักเผชิญกับเหตุแผนดินไหวรุนแรงบ่อยครั้ง ทำให้ระบบแจ้งเตือนของประเทศอย่าง SASMEX เป็นหนึ่งในระบบแจ้งเตือนแผ่นดินไหวที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยเริ่มใช้งานตั้งแต่ปี 1991

หลักการทำงานคือ เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขึ้นระบบจะใช้คลื่นวิทยุในการแจ้งเตือน และส่งเสียงสัญญาณเตือนภัยไปยังลำโพงกลางแจ้งในพื้นที่ชุมชน เพื่อให้ประชาชนรับทราบและปฎิบัติตามขั้นตอนการเผชิญเหตุ

อย่างในกรณีที่เกิดแผ่นดินไหวใกล้ๆ กับกรุงเม็กซิโก ซิตี้ ระบบจะแจ้งเตือนได้ล่วงหน้าตั้งแต่ 20-60 วินาที ก่อนที่แผ่นดินไหวจะมาถึงตัวเมือง เนื่องจากแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวมักอยู่ห่างจากเมืองราว 650 กิโลเมตร บริเวณ เขตมุดตัวของเปลือกโลกอเมริกากลาง (Middle America Subduction Zone) ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งเป็นส่วนที่ต่อยาวลงมาทางใต้จาก เขตมุดตัวของเปลือกโลกแคสเคเดีย โดยเกิดจากแผ่นเปลือกโลกโคโคส (Cocos) ซึ่งเป็นแผ่นเปลือกโลกมหาสมุทร หมุดลงไปใต้แผ่นเปลือกโลกอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นแผ่นเปลือกโลกทวีป ในทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้เกิดเขตมุดตัวของเปลือกโลกอเมริกากลาง และทำให้พื้นที่ของประเทศเม็กซิโกมีความอ่อนไหวต่อแผ่นดินไหวอยู่ตลอดเวลา

จีน

จีน : ระบบตรวจจับสัญญาณและเตือนภัยล่วงหน้า (EEWS) ซึ่งใช้เซ็นเซอร์จาก China Earthquake Networks Center (CENC) นอกจากความสามารถเตือนภัยแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ได้ EEWS ยังทำให้จีนเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลกที่สามารถตรวจจับแผ่นดินไหวขนาดเล็กได้ ดำเนินการก่อสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้าจากแผ่นดินไหวตั้งแต่ทศวรรษที่ 1990 โดยสามารถแจ้งเตือนประชาชนถึงแผ่นดินไหวที่จะเกิดขึ้นพร้อมการนับถอยหลังเมื่อแผ่นดินไหวเดินทางจากจุดศูนย์กลางไปยังตัวเมืองในหน่วยวินาที และรายงานความรุนแรงแผ่นดินไหวภายในเกิน 1 นาทีหลังจากเกิดการสั่นสะเทือน โดยระบบสามารถส่งการแจ้งเตือนผ่านอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงทีวี โทรศัพท์มือถือ กระจายเสียง และช่องทางการเตือนอื่นๆ

ระบบนี้ครอบคลุมสถานีตรวจวัดกว่า 15,000 แห่ง ศูนย์ระดับชาติ 3 แห่ง ศูนย์ระดับมณฑล 31 แห่ง และศูนย์เผยแพร่ข้อมูลระดับเมืองและเทศบาล 173 แห่ง ซึ่งนับว่าใหญ่ที่สุดในโลก

อินโดนีเซีย

อินโดนีเซีย "Earthquake Tsunami Alert System (ETAS)" : ใช้สำหรับแจ้งเตือนแผ่นดินไหวและสึนามิ ซึ่งประกอบไปด้วยเครือข่ายสถานีตรวจวัดความสั่นสะเทือน 170 สถานี สถานีวัดคลื่นแผ่นดินไหว 238 สถานี และอุปกรณ์วัดระดับน้ำทะเล 137 จุด ทำงานร่วมกับระบบเครือข่ายสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวของ BMKG

แต่ของอินโดนีเซียยังมีประสิทธิภาพจำกัดกว่าของหลายๆ ประเทศ และต้องใช้เวลาในการพัฒนาอีกพอสมควร แต่กระนั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ระบบจะส่งข้อความทางโทรศัพท์และวิทยุอย่างรวดเร็วเพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบเกี่ยวกับแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงมากกว่า 5 แมกนิจูด ขณะที่เสียงไซเรนจะส่งสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดคลื่นสึนามิ

นอกจากนี้ยังมีระบบของเอกชนอย่าง "Android Earthquake Alerts" (Google) ใช้เซ็นเซอร์จากโทรศัพท์ Android ทั่วโลกในการตรวจจับแรงสั่นสะเทือน แจ้งเตือนผ่านระบบของ Google โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะแจ้งเตือนผู้ใช้ให้รู้ตัวก่อนที่จะเกิดเหตุแผ่นดินไหวช่วงเวลาหนึ่ง (ประมาณ 10 วินาที) ก่อนที่ผู้คนจะรู้สึกตัวถึงความสั่นไหวจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว

ระบบนี้จะใช้เซ็นเซอร์ต่าง ๆ ในสมาร์ตโฟนของผู้ใช้ในการตรวจจับคลื่นปฐมภูมิ (P-wave) และทำการส่งข้อมูลสถานที่ระดับเมือง แต่ไม่ระบุเจาะจงพื้นที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ไปยังเซิร์ฟเวอร์สำหรับการตรวจจับแผ่นดินไหวของ Google เพื่อทำการตรวจสอบให้แน่ชัด ซึ่งหลังจากผ่านการตรวจสอบแล้วนั้น การแจ้งเตือนบนสมาร์ตโฟน Android ก็จะดังขึ้น พร้อมกับระดับความรุนแรง แผนที่ และคำแนะนำการปฏิบัติเบื้องต้น ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่อาจมีความรุนแรงสูงขึ้น

ทั้งนี้ระบบดังกล่าวในประเทศไทยยังไม่ทำงาน แต่มีหลายประเทศที่ใช้งานได้ เช่น นิวซีแลนด์ กรีซ ตุรกี ฟิลิปปินส์ คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน เติร์กเมนิสถาน อุสเบกิสถาน และสหรัฐอเมริกา (รัฐแคลิฟอร์เนีย)

อย่างไรก็ตามระบบแจ้งเตือนแผ่นดินไหวก็มีข้อจำกัดบางประการทั้งเวลาการแจ้งเตือนขึ้นอยู่กับว่าระยะห่างจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวใกล้หรือไกลมากขนาดไหน หรืออาจเกิดการแจ้งเตือนผิดพลาดได้จากการสั่นสะเทือนอื่น ๆ เช่น การระเบิดหรือเครื่องจักรขนาดใหญ่ได้ แต่ก็เกิดขึ้นได้น้อยมากเนื่องจากเทคโนโลยีจะมีการแยกประเภทของแรงสั่นสะเทือนได้ดีระดับสูงว่าเป็นการสั่นจากแผ่นดินไหว หรือจากกิจกรรมทางธรณีวิทยาอื่นๆ

สำหรับดังกล่าวเหล่านี้สามารถช่วยลดความสูญเสียที่เกิดจากแผ่นดินไหวได้ และยังสามารถเตือนภัยพิบัติทุกประเภทครับไม่ใช่แค่แผ่นดินไหวได้อีกด้วย ซึ่งระบบการ alert พวกนี้มันเป็นสิ่งพื้นฐานที่สุดที่ประชาชนจะรับรู้เหตุการภัยพิบัติธรรมชาติได้ โดยไม่ต้องมานั่งไถเปิดฟีดโซเชียลมีเดียว่าเกิดอะไรขึ้น ต่อให้จะเตือนตอนก่อนเกิดแผ่นดินกำลังไหวไม่ทัน แต่จะเตือนระหว่างที่แผ่นดินยังไหวอยู่ หรือเตือนหลังจากแผ่นดินไหวแล้วไม่กี่วินาที

ฉะนั้นจะบอกว่าแผ่นดินไหวยังไงเตือนไม่ทัน เตือนไม่ได้หรอก แอดคิดว่าการมีระบบแจ้งเตือนมันดีเสียกว่าไม่มีเลย เหมือนที่เกิดขึ้นในวันนี้ที่ผ่านมาทั้งวันยังไม่มีข้อความแจ้งเตือนใดๆ โผล่มาบนหน้าจอมือถือ หรือว่ามีคำแนะนำว่าจะต้องทำอย่างไร มีขั้นตอนการปฏิบัติตัวแบบไหน หรือไม่ก็แจ้งเตือนสักหน่อยว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวแล้วนะให้ทุกคนระมัดระวังตัว หลังจากนั้นค่อยมีข้อความ เตือนมาเป็นระยะว่าสถานการณ์อัพเดทเป็นอย่างไรบ้าง

แต่อย่างที่รู้กันคือ ไม่มีเลย แต่กลับมี SMS จากพวกมิจฉาชีพที่ส่งมาแอบอ้างแจ้งเตือน แถมส่งลิงค์จะให้คลิกอีก ซึ่งระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติเข้าสู่โทรศัพท์มือถือในไทยนั้นเราพูดกันเรื่องนี้มาหลายรอบ หลายปี และหลายรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งก็ยังไม่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ ทั้งที่ระบบเหล่านี้มีใช้งานกันมา 30 ปีแล้วในประเทศที่เจอภัยพิบัติบ่อยๆ ซึ่งพวกเขายังทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้ผู้คนมีเปอร์เซ็นการรอดชีวิตมากขึ้น

ส่วนประเทศไทยผ่านมากี่ครั้งไม่ว่าจะภัยพิบัติแบบใดก็เป็นสุดท้ายประชาชนที่ต่างออกมาเตือนกันเองผ่านโซเชียลมีเดีย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...